บทที่ 4 ตอนที่ 3
HUSBAND - ตอนที่ 3
ตึก ตึก ตึก
" ดูเหมือนจะเจอของเล่นชิ้นใหม่ไวกว่าที่คิดนะ "ไทเกอร์เอ่ยขึ้นมาเสียงเรียบ
หลังจากที่เขาและฝาแฝดผู้พี่อย่างไทก้าร์เดินห่างออกมาจากไข่หวานได้สักพัก ใบหน้าที่ปกติก็จะเจ้าเล่ห์อยู่แล้ว กลับยิ่งดูชั่วร้ายมากขึ้นไปอีกเป็นเท่าตัว ยิ่งเมื่อเขานึกถึงใบหน้า 'ของเล่นชิ้นใหม่' ที่แสนจะน่าตื่นตาตื่นใจ ที่เขาหมายตาเอาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เขาก็ยิ่งรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ...
" ผู้หญิงเมื่อกี้น่ะเหรอ? "
ไทก้าร์เหลือบสายตามองฝาแฝดคนน้อง ขณะที่ขาก็ก้าวเดินไปยังลานจอดรถของคณะที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากจุดที่เขากำลังเดินอยู่
" อื้อ ปากร้ายแบบนั้น ถ้าทำให้ครางหมอบใต้ร่างได้คงจะสะใจไม่น้อยเลยว่าไหม^^ "
ไทเกอร์ยกยิ้มมุมปากอย่างนึกสนุก
" โรคจิต! "
" ด่าตัวเองเหรอครับ? "
ไทเกอร์เลิกคิ้วถามฝาแฝดผู้พี่กลับทันทีทันควัน เพราะถ้าเขาโรคจิตจริง! อีกฝ่ายก็คงไม่ต่างกันหรอก เผลอๆมันอ่ะ หนักกว่าเขาอีกมั้ง
" หึ! "
ไทก้าร์แค่นเสียงในลำคออย่างไม่สะทกสะท้าน เพราะเขานั้นต่างก็รู้ดีว่านิสัยของตัวเองกับนิสัยของฝาแฝดอย่างไทเกอร์นั้นแทบจะไม่ต่างกันเลยสักนิด จะต่างกันก็แค่อีกฝ่ายชอบแสดงความรู้ออกมาเวลาที่ตัวเองนึกสนุกได้อย่างชัดเจน
ส่วนเขานั้นถึงจะสนุกแค่ไหนก็ยังคงเก็บสีหน้าและท่าทีให้เฉยชาได้แทบจะตลอดเวลา มันเลยไม่แปลกที่ใครๆต่างก็มักจะหวาดกลัว และเกรงกลัวเขามากกว่าไทเกอร์
" เออ แล้วจะเข้าไปดู 'ของล็อตนี้' ด้วยกันเลยไหม? "
ของที่ว่าที่เขาเอ่ยถึงก็คือ 'ยาปลุกเซ็กส์ชนิดใหม่' ที่พึ่งเข้ามาในวันนี้และเขาก็ต้องเข้าไปตรวจสอบด้วยตัวเองทุกครั้งเพื่อที่จะได้ไม่มีข้อผิดพลาดใดๆตามมาหลังจากนี้
อีกอย่างของที่เขาผลิตออกมาก็มีจำกัดเพราะมันไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย มันเลยไม่แปลกที่พวกเงินหนาทั้งหลายจะจับจองกันเข้ามาไม่ขาดสาย
แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ไม่ใช่ว่าจะขายให้กับทุกคนที่เงินหนาหรอกนะ มันยังมีปัจจัยอื่นๆในการคัดกรองอีก ถึงจะสามารถครอบครองสินค้าของพวกเขาได้^^
" ไป "ไทก้าร์ตอบกลับสั้นๆตามสไตล์ของเขา
" งั้นก็ไปพร้อมกันเลยแล้วกัน เดี๋ยวรถค่อยให้ลูกน้องมึงมาเอา "
" ไม่ล่ะ เดี๋ยวจะเข้าไปที่ผับต่อเลย "
ไทก้าร์ตอบกลับ ขณะที่มือก็กดปลดล็อครถสปอร์ตคันหรูสีดำของตัวเองไปด้วย
" ไม่ไปงานเลี้ยง? "
ไทเกอร์ขมวดคิ้วแน่น เขามองสบตาฝาแฝดผู้พี่อีกครั้งเพื่อความแน่ใจ แต่พอเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงทำหน้าราบเรียบเขาก็ถึงรับรู้ได้ในทันที ว่าอีกฝ่ายคงปฏิเสธออกมาเหมือนเช่นทุกครั้งแน่ๆ
" ไม่ "นั่นไงคิดผิดซะที่ไหน
" หัดไปบ้างเถอะ กูขี้เกียจรับหน้าป๊าคนเดียวแล้ว "
ไทเกอร์กรอกสายตาไปมาด้วยความเซ็ง เมื่อนึกถึงท่าทีที่บิดาในตอนที่อีกฝ่ายเอ่ยถามถึงฝาแฝดผู้พี่อย่างไทก้าร์ ที่ไม่เคยออกงานร่วมกันกับเขาเลยสักครั้ง จนเขาต้องหาวิธีบ่ายเบี่ยงให้มันจนเขาไม่รู้จะบ่ายเบี่ยงยังไงแล้ว
"...."ไทก้าร์ไม่ได้ตอบอะไรกลับมาอีก เขาเพียงแค่จ้องมองไทเกอร์กลับไปนิ่งๆอยู่อย่างนั้นเพื่อเป็นการตอบกลับกลายๆว่ายังไงตัวเขาก็ไม่มีทางไปร่วมงานเลี้ยงการกุศลที่ไทเกอร์กำลังจะไปแน่
" เฮ้อ เอาเถอะ เจอกันที่เดิมนะ "
พูดจบ ไทเกอร์ก็เดินไปที่รถสปอร์ตสีเหลืองสดคันโปรดของเขา ก่อนจะเข้าไปนั่งด้านในแล้วขับตามไทก้าร์ออกไปยังจุดนัดหมายในเวลาไล่เลี่ยกัน
อีกด้าน
" วันนี้หมดเวลาแล้ว ไว้เจอกันใหม่คาบหน้านะครับ^^ "
" ฟู่ วันแรกก็จัดหนักเลยนะอาจารย์ "
ทันทีที่เห็นว่าอาจารย์เดินออกไปจากห้องฉันก็บ่นออกมาอย่างช่วยไม่ได้ วันแรกฉันก็นึกว่าอาจารย์จะแค่แนะนำตัวแล้วก็ทักทายกันเฉยๆซะอีก นี่อะไรอ่ะ สอนตั้งแต่วันแรกที่เปิดเทอมเลยเนี่ยนะ จ๊านนนน
" ไม่บ่นตอนอาจารย์ยังอยู่ล่ะ "
ยัยพะพายพูดขึ้นมาหน้าตาย แต่นี่มันตั้งใจจะกวนฉันอยู่ชัดๆ ยัยเพื่อนบ้านี่
" เอ๊ะ ยัยพาย เดี๋ยวนี้ทำไมปากร้ายนักฮะ "
ฉันหันไปหามันด้วยใบหน้างอง้ำ แต่ยัยนั่นมีหรือจะสะทกสะท้านกับคำพูดของฉัน
" ก็นิดหน่อย "
ไม่สะทกสะท้านไม่พอมันยังเอื้อมมือมาบีบแก้มฉันเล่นอีกด้วย
" อื้อ อ่ออยเลยนะ (ปล่อยเลยนะ) "
ฉันโวยวายพร้อมกับพยายามเบือนหน้าหนีมือของยัยพะพายที่กำลังจับแก้มของฉันอยู่
" ว่าไงนะ "
ยังจะแกล้งฉันไม่หยุดจนฉันต้องถลึงตาใส่มันไป แล้วในเวลาเดียวกันนั้นคนอื่นๆก็พา ทะยอยออกไปจากห้องกันไปทีละคนสองคน ส่วนฉันกับยัยพะพายยังไม่ได้ออกไป เพราะฉันกำลังฟุบหน้านอนกับโต๊ะเพื่อพักเหนื่อยอยู่
" อะ..เอ่อ หวัดดี "
จนเวลาผ่านไปสักพัก ฉันก็ได้ยินเสียงทักทายของใครบางคนเข้า ฉันเลยค่อยๆเอียงหน้าขึ้นมามองอีกฝ่ายทั้งๆที่ยังนอนฟุบหน้าอยู่กับโต๊ะช้าๆเพื่อที่ดูว่าอีกฝ่ายเป็นใคร
" หือ? อื้อ หวัดดี "
ยัยพะพายตอบกลับผู้หญิงคนนั้นไปด้วยท่าทีงงๆ เออ งงจริง แต่ยัยนี่น่าจะเป็นเพื่อนที่เรียนด้วยกันในคลาสวันนี้นะ ก่อนหน้านี้ฉันก็แนะนำตัวกับคนอื่นๆไปหลายคนอยู่ แต่กับยัยคนนี้ยังไม่ได้แนะนำตัวเลย เอาจริงๆก็คือฉันมัวแต่เม้าส์จนอาจารย์เข้ามาก่อน เลยยังทำความรู้จักเพื่อนคนอื่นๆได้ไม่หมดนั่นแหละ ฮ่าฮ่า
" เอ่อ เราชื่อ 'กิมจิ' เธอสองคนชื่ออะไรกันอ่ะ-///- "
กิมจิแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักแล้วอยู่ๆ ใบหน้าของเธอก็แดงก่ำขึ้นมาโดยที่พวกฉันเองก็ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่ ไม่ได้แดงแค่ใบหน้าด้วยนะ ตอนนี้ใบหูของเธอก็แดงก่ำไปหมดเลยด้วย
เดี๋ยวสิ ยัยนี่จะมาหน้าแดงอะไรก่อน หรือว่ายัยนี่เป็นคนขี้อาย?
" เราชื่อพะพาย ส่วนยัยหน้าหมวยนี่ชื่อไข่หวาน^^ "
ยัยพะพายชี้มาที่ฉันก่อนจะหันไปส่งยิ้มให้ยัยกิมจิอะไรนั่นอย่างใจดี
" พะพายไข่หวาน ไข่หวานพะพาย "
ยัยกิมจิหันมามองฉันกับยัยพะพายสลับกันไปมา แล้วยัยนั่นก็ตาลอยพึมพำกับตัวเองซ้ำไปซ้ำมา เหมือนกับเธอกำลังตกอยู่ในห้วงของอะไรบางอย่าง เดี๋ยวๆ จะเหม่ออะไรของเนี่ย เล่นเอาฉันที่แกล้งรับเริ่มอยู่ไม่สุขแล้วนะ มันปกติไหมน่ะ
" คิก ทำไมต้องย้ำขนาดนั้นด้วยเล่า "ยัยพะพายขำออกมา
" อ๊ะ โทษที พอดีเราขี้ลืมอ่ะ แฮ่ๆ "
ยัยกิมจิส่งยิ้มแหยๆ อย่างกล้าๆ กลัวๆ
" โล่งอก นี่เรานึกว่าเธอแปลกแล้วนะเนี่ย "
" แปลก แปลกยังไง? "
" เอ่อ ยังไงดีล่ะ โทษที พอดีเรานึกว่าจะพูดเล่นได้อ่ะ "
" หือ? "
" หาว เลิกจ้องมันขนาดนั้นได้แล้ว อยากรู้เหรอว่าตัวเองแปลกยังไงอ่ะ "
ฉันเอ่ยขึ้นมาเสียงเรียบหลังจากที่แกล้งฟังยัยสองคนนี้พูดกันมาได้สักพัก แล้วพอยัยพะพายเห็นว่าฉันลืมตาขึ้นมานะ เจ้าคุณเธอก็รีบหันมากระซิบกระซาบกับฉันด้วยความรวดเร็ว เหมือนมันรอคอยเวลานี้มาได้สักพักแล้วอ่ะ ฮ่าฮ่า หน้ายัยพะพายตอนนี้โคตรตลกเลยอ่ะ
" ถ้าตื่นแล้วก็มาช่วยคุยหน่อย รับมือไม่ไหวแล้วเนี่ย "
" ยัยกิมจิ! "
ฉันเรียกยัยกิมจิเสียงเข้มหน่อยๆ เพราะยัยนั่นยังเอาแต่จ้องยัยพะพายไม่เลิกจนมันเริ่มนั่งไม่ติดแล้ว สงสัยหลอนท่าทียัยกิมจิมั้ง ฮ่าฮ่า
" เฮือก อ๊ะ วะ..ว่าไง "ยัยกิมจิสะดุ้งสุดตัว
" เป็นอะไรน่ะ องค์ลงเหรอ หรือสติไม่ดี "
ฉันถามกิมจิพร้อมกับขมวดคิ้วแน่นอย่างไม่เข้าใจกับสิ่งที่กิมจิแสดงออกมา คืออะไรมันจะตกใจขนาดนั้นวะ หรือฉันเรียกมันเสียงเข้มไป แต่มันก็ปกตินะ
" ยัยไข่หวาน "
ยัยพะพายพยายามจะห้าม เอ่อ สงสัยฉันจะพูดเข้มจริงๆ เพราะขนาดยัยพะพายยังตกใจเลย
" อ่อ ไม่เป็นไรๆ ปกติเราก็เป็นแบบนี้แหละ แฮ่ๆ "
ยัยนั่นพูดออกมาหน้าตาเฉย ราวกับว่าเจ้าตัวเองก็ชินแล้วอย่างไรอย่างนั้น
" ฮะ! / ฮะ!! "
ฉันกับยัยพะพายอุทานออกมาพร้อมกันด้วยความงงงวย แกจะมาชินอะไรก่อนยัยบ้า สรุปมันปกติไหมวะเนี่ย
" เอาให้เคลียร์ที ไอ้ที่ว่าปกติก็เป็นแบบนี้นี่คือ? "
ยัยพะพายถามยัยกิมจิพร้อมกับเอามือกุมขมับตัวเองอย่างคิดไม่ตก
" อะ..แฮ่ม พูดแล้วอาจจะเชื่อยาก แต่ฉันสามารถมองเห็นบางอย่างได้นิดหน่อยน่ะ เมื่อกี้ก็เหมือนกัน^^ "
" หมายความว่าไงที่ว่าเห็นบางอย่าง? พวกผีอะไรงี้ระ..เหรอ "
ฉันถามด้วยน้ำเสียงสั่นๆ เอ้อ แต่สั่นสู้นะ เพราะสายตาฉันนี่มันสอดรู้สอดเห็นสุดๆเลย ฮุฮุ^O^
" ก็อย่างเช่น เรื่องที่ตอนนี้พะพาย กำลังอาศัยอยู่กับผู้ชายที่หล่อม๊ากมากอยู่ไง^^ "
"....."พอยัยกิมจิพูดออกมาแบบนั้นยัยพะพายก็นิ่งเงียบไปเลย
" เหรอ แล้วเธอต้องการอะไรจากพวกเราล่ะ "
ฉันเลยถามยัยกิมจิ พร้อมกับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของยัยอย่างหาคำตอบไปด้วย
" ไม่นะ ไม่ต้องการอะไรเลย ก็แค่อยากสนิทด้วยเฉยๆ "ยัยนั่นพูดออกมาด้วยใบหน้าซื่อๆ
" พูดจริงอ่ะ "
พะพายถามด้วยใบหน้าไม่เชื่อ เออก็เชื่อยากอยู่
" ถ้างั้นถามอะไรอีกหน่อยสิ "
ฉันเอ่ยขึ้นมา ขณะที่สายตาก็มองไปที่ยัยกิมจินิ่งๆ
" หือ อยากรู้อะไรล่ะ ถ้าเราตอบได้เราก็จะตอบให้^^ "
ทว่าคำพูดกับน้ำเสียงเย็นๆที่ยัยนั่นเปล่งออกมากลับทำให้ฉันรู้สึกเย็นวาบแบบแปลกๆ
" เนื้อคู่ฉันจะเป็นยังไงเหรอ? ^^ "ฉันแกล้งถามออกไป
" ยัยไข่หวาน "
ยัยพะพายก็รีบหันมาเรียกฉันในทันที
" เอาน่า ก็ฉันอยากรู้เรื่องเนื้อคู่ของตัวเองบ้างอ่ะ "
ฉันเลยส่งรอยยิ้มแพรวพราวส่งไปให้มัน ก่อนจะหันมาสนใจยัยกิมจิต่อเพราะอยากรู้ว่ามันจะตอบกลับมายังไง
" เนื้อคู่เธอเหรอ ฮุฮุๆ ไม่บอกหรอก แต่ว่านะไข่หวาน เธอน่ะเตรียมใจเอาไว้หน่อยก็ดี เพราะในอนาคต อ๊ะ ไม่ได้สิ ฉันบอกไม่ได้ ที่บอกได้แค่ระวังเรื่องเนื้อคู่ของเธอก็พอ "
" จิ๊! นึกว่าจะรู้อะไรซะอีก ยัยบ้านี่ "
ฉันกรอกสายตามาอย่างเซ็งๆ เพราะไม่ค่อยอยากจะเชื่อที่ยัยนั่นพูดสักเท่าไหร่
ก็ดูมันตอบมาสิ กำกวมซะขนาดนั้น ใครจะไปเชื่อกัน คิดได้ดังนั้นฉันเลยไม่ได้สนใจคำเตือนอะไรของยัยกิมจิแล้วหันไปชวนยัยพะพายกับมันเดินออกมาจากห้องแทน
แล้วพอเห็นว่าฉันแสดงท่าทีว่าไม่เชื่อที่ตัวเองเตือน ยัยนั่นก็หันไปกระซิบกระซาบอะไรกับยัยพายสักอย่าง ซึ่งแน่นอนว่าฉันไม่ได้ยินด้วยว่ายัยนั่นพูดอะไร เพราะเจ้าหล่อนกระซิบให้ยัยพะพายฟังแค่คนเดียวไง เดี๋ยวเอาไว้ตอนแยกย้ายกันฉันค่อยถามยัยพะพายทีหลังก็ได้
อ๊ะ แต่ถึงอย่างนั้น ฉันกับยัยพะพายยัยกิมจิเข้ามาเป็นเพื่อนสนิทอีกคน เพราะดูแล้วถึงมันจะดูเหม่อลอยแล้วก็เด๋อๆไปบ้าง แต่มันคงไม่มีพิษมีภัยอะไรหรอก ฉันคิดว่าอย่างนั้นนะ^^
