บทที่ 5 ตอนที่ 4

HUSBAND - ตอนที่ 4

" พะพายเมื่อกี้ยัยกิมจิกระซิบอะไรกับแกอ่ะ "ฉันหันไปถามยัยพะพายด้วยความอยากรู้อยากเห็น หลังจากที่เราทั้งสองคนเดินออกมาจนพ้นระยะสายตาของยัยกิมจิได้สักพัก

คือที่ไม่ถามตั้งแต่เมื่อกี้ก็ไม่ใช่อะไรหรอก ฉันก็แค่เกรงใจยัยกิมจิมันน่ะ พึ่งรู้จักกันวันนี้ฉันจะทำตัวสนิทสนมกับยัยนั่นเลยมันก็ไม่ใช่เรื่องอีกใช่ไหมล่ะ เดี๋ยวจะหาว่าฉันสอดรู้สอดเห็นจนไร้มารยาทอีก ( ถึงความจริงฉันจะอยากรู้มากๆเลยก็เถอะ^0^ )

" อยากรู้เหรอ? "

" อื้อ บอกมาเลยนะ "ฉันพยักหน้าหงึกหงัก แววตาเป็นประกายด้วยความอยากรู้สุดๆ

" ไม่อ่ะ ฮุฮุ "ยัยพะพายแกล้งหรี่ตาลงแล้วเอามือปิดปากขำอย่างมีจริตจนน่าหมั่นใส้

" ยัยพะพาย! "ฉันเรียกยัยนั่นเสียงหนัก คือมันตั้งใจจะแกล้งฉันอ่ะ ฉันมองออก ฮึ่ย!

" คิกๆ ไม่มีอะไรน่า ก็แค่คุยๆ เรื่องเนื้อคู่นี่แหละ "

" แล้วแกเชื่อไหม? "ฉันเลิกคิ้วถามมันด้วยท่าทีนิ่งๆ

" ก็...อาจจะเชื่อนิดหน่อยมั้ง แค่นิดหน่อยนะ^^ " ยัยพะพายก็ทำหน้าครุ่นคิดไปพักหนึ่ง ก่อนจะตอบฉันกลับมาด้วยท่าทีเหมือนไม่มีอะไร

" อื้อ แต่ฉันยังงอนยัยนั่นอยู่นะ ทีฉันถามล่ะไม่บอก ทีแกนี่กระซิบอย่างไวเลย "

" อะ แฮ่ม อาจจะเป็นเพราะ เนื้อคู่แกไม่ธรรมดาหรือเปล่า "

" ไม่รู้ ถึงรู้ก็ไม่สนใจแล้วเถอะ ฉันก็แค่ถามไปเล่นๆ ก็แค่นั้น "ฉันบอกปัดเพราะไม่ค่อยเชื่อสิ่งที่ยัยกิมจิเคยพูดไว้สักเท่าไหร่

" จริงเหรอ.. "ยัยพะพายลากเสียงยาวพร้อมกับหรี่ตามองฉันด้วยสายตามีเลศนัย ยัยบ้านี่ ทำไมทำวันนี้ถึงได้ตัวได้น่าหมั่นใส้แบบนี้นะ ฮึ่ย!

" จริงสิ เห็นไหมว่าฉันสวยแค่ไหน แค่นี้ฉันหาได้สบายๆ อยู่แล้วย่ะ "ฉันตอบมันทีเล่นทีจริงก่อนจะหมุนตัวโพสท่าโชว์มันไปอีกหนึ่งรอบซะเลย ฮ่าฮ่า^^

" พรุ่งนี้คณะเราจะมีรับน้องใช่ไหม กี่โมงนะ "ยัยพะพายเอ่ยขึ้นมาหลังจากที่เราทั้งสองคนเดินออกมาจากอาคารเรียนกันได้สักพัก จริงสิ วันนี้พวกเรามีงานเลี้ยงรับน้องนี่นะ ฉันก็เกือบลืมไปเลย

" อ๊ะ จริงสิ เหมือนจะตอนบ่ายนะ เห็นในตารางมีงานเลี้ยงเล็กๆ กับจับสายรหัสด้วยนี่ "ฉันตอบกลับก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คเพื่อความแน่ใจว่าตัวเองไม่ได้ดูเวลาผิด

" แล้วการแต่งกายล่ะ แต่งยังไง "ยัยพะพายถามขึ้นตอนที่ฉันยังไล่ดูรายละเอียดในโทรศัพท์มือถืออยู่

" ชุดนักศึกษาปกติแหละ แค่มีกินเลี้ยงแล้วก็จับสายรหัสธรรมดาเลย จะว่าไปมหาวิทยาลัยของเราก็ดีเนอะ ไม่มีบังคับให้ทำนู้นทำนี่มาก คิดถูกจริงๆ ที่มาเรียนที่นี่ จะได้เรียนอย่างเดียวไปเลย^^ "ฉันตอบยัยพะพายออกไปด้วยน้ำเสียงร่าเริง

" อื้อ ฉันก็เลือกเรียนเพราะแบบนี้แหละ ถ้าอยากทำกิจกรรมค่อยหาชมรมเข้าเอา "พะพายพูดยิ้มๆ

ฉันเลยพยักหน้าหงึกหงักอย่างเห็นด้วยในทันที พวกเราเดินคุยกันมาเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงถนนที่มีแท็กซี่วิ่งอยู่ ฉันกับยัยพะพายที่ไม่รู้จะทำอะไรต่อเลยว่าจะกลับไปที่คอนโดแล้วหาอะไรทานด้วยกันอย่างทุกที

จริงสิ! ฉันยังไม่ได้บอกเลยใช่ไหมว่าฉันกับยัยพะพายอยู่คอนโดเดียวกันน่ะ แต่อยู่คนละชั้นนะ บังเอิญดีใช่ไหมล่ะ ฉันเองตอนที่รู้ก็คิดวว่ามันบังเอิญจริงๆ สงสัยจะเป็นโชคชะตาที่ต้องมาเจอกันละมั้ง ฮ่าฮ่า

บ่ายวันต่อมา

ณ มหาวิทยาลัยSKT

ภายในห้องประชุมใหญ่ของคณะบริหารธุรกิจ ณ เวลานี้กำลังมีนักศึกษาชั้นปีที่หนึ่งกำลังนั่งรวมกันเป็นแถวยาวหน้ากระดานกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยที่ด้านหน้าของทุกคนนั้น มีโต๊ะตัวยาวที่มีอาหารมากหน้าหลายตาวางเรียงอยู่ด้านหน้าจนเต็มโต๊ะไปหมด

ซึ่งมันก็บ่งบอกได้ถึงความเอาใจใส่และใส่ใจจนนักศึกษาใหม่ที่นั่งเรียงรายอยู่สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นมากมายขนาดไหน..

" สวัสดีค่ะ นักศึกษาทุกๆ ท่าน ยินดีต้อนรับสู่มหาวิทยาลัยSKT และยินดีต้อนรับสู่คณะบริการธุระกิจอย่างเป็นทางการนะคะ อาหารมากมายที่อยู่ต้องหน้าของน้องๆ ทุกคนนั้นสามารถทานได้เลยค่ะ ทานไปฟังไปเหมือนอยู่ที่บ้านได้เลย แล้วก็ถ้าต้องการอะไรเพิ่มก็สามารถลุกไปตักที่โต๊ะที่อยู่ทางซ้ายมือของทุกคนได้เลยนะคะ ทานได้ตามสบายเลยค่ะ "

เสียงเจื้อยแจ้วของรุ่นพี่ที่ทำหน้าที่เป็นพิธีกรในวันนี้เอ่ยออกมาอย่างใจดี นักศึกษาชั้นปีที่หนึ่งที่กำลังนั่งเกร็งกันอยู่ เลยพากันถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เพราะแต่ละคนนั้นกำลังกังวลอยู่เลยว่า ภายในงานมันอาจจะเคร่งครัดมากกว่านี้

พอทุกคนได้เห็นแล้วว่าบรรยากาศเป็นแบบไหน ทุกคนเลยพากันโล่งใจขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งนั่นก็รวมไปถึง ไข่หวาน พะพาย กิมจิ และคนอื่นๆ ด้วย ทุกคนเริ่มลงมือทานอาหารตรงหน้ากันอย่างสนุกสนาน

พร้อมกันนั้น ก็ถึงเวลาที่ดนตรีสดวงดังที่ถูกจ้างมาเพื่องานในวันนี้โดยเฉพาะ นั้นเริ่มบรรเลงขึ้นมาเพื่อให้บรรยากาศนั้นไม่เงียบเหงาจนเกินไป...

เมื่อเวลาผ่านไปได้สักพักใหญ่ๆ หลังจากที่ทุกคนทานอาหารกันจนอิ่มหมดแล้ว อยู่ๆ แสงไฟที่เคยสาดส่องสว่างจ้า ก็ถูกดับลงโดยที่ทุกคนไม่ทันได้ตั้งตัว

ครืด

ตึกๆ ตึกๆ ตึกๆ

เสียงฝีเท้าและเสียงบางอย่างถูกเลื่อนไปมาทำให้นักศึกษาชั้นปีที่หนึ่งที่อยู่ภายในห้องนั้นถึงกับใจเต้นไม่เป็นจังหวะขึ้นมา เพราะทุกคนนั้นกำลังคาดหวังไปต่างๆ นาๆ ว่าหลังจากนี้อาจจะมีเซอร์ไพรส์ที่พวกเขาไม่คาดคิดรออยู่ก็ได้ และมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ

พรึ่บ! เพราะทันทีที่แสงไฟดวงใหญ่ฉายวาบขึ้นมาที่กลางห้องอีกครั้ง พวกเขาก็หันไปมองรอบๆ อย่างตื่นตระหนกและตกใจกันสุดๆ ...

" เยอะขนาดนี้ อย่าบอกนะว่ารุ่นพี่คณะเราอ่ะ "ฉันมองไปรอบๆ ก่อนที่จะหันไปกระซิบกระซาบกับพะพายด้วยความตกใจ พอกวาดสายตามองไปรอบๆห้อง ฉันก็เห็นว่าตอนนี้กำลังมีรุ่นพี่ยืนล้อมรอบพวกเราอยู่จนเกือบจะเต็มห้องเลย

ฉันก็คิดนะว่าคนน่าจะเรียนคณะนี้กันเยอะ แต่ไม่คิดเลยว่าจะเยอะมากขนาดนี้ ดูจากสายตารวมๆแล้วน่าจะเกือบห้าร้อยคนได้เลยมั้ง

" ก็น่าจะเป็นแบบนั้นนั่นแหละ "ยัยพะพายหันมากระซิบตอบฉันเบาๆ

" หวังว่าจะไม่มีอะไรให้ชวนตกใจไปมากกว่านี้หรอกนะ "กิมจิที่นั่งอยู่ข้างๆ พะพายเอ่ยออกมาเสียงราบเรียบ ยัยนั่นเอามือดันกรอบแว่นตาของตัวเองอย่างเคร่งขรึม ก่อนจะหันหน้ามามองฉันกับยัยพะพายด้วยสายตาที่ว่างเปล่าไร้ความรู้สึก...

ซึ่งฉันเองก็คิดเหมือนกับยัยกิมจินั่นแหละ..

บทก่อนหน้า
บทถัดไป