บทที่ 6 ตอนที่ 5
HUSBAND - ตอนที่ 5
ห้านาทีต่อมา
รุ่นพี่ที่ทำหน้าที่เป็นพิธีกรอยู่ก็แจ้งทุกคนว่าถึงเวลาจับสายรหัสแล้ว ให้น้องๆ ปีที่หนึ่งเดินออกมาด้านหน้าแล้วเรียงแถวเพื่อจับฉลากกันทีละคน ทำแบบนั้นกันมาเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงคิวของยัยพะพาย
" บอกคำใบ้ได้เลยนะ^^ "หลังจากที่ยัยพะพายหยิบกระดาษที่มีคำใบ้สายรหัสของตัวเองขึ้นมา พี่ที่ทำหน้าที่พิธีกรก็ยื่นไมค์มาให้ยัยนั่น เพื่อให้มันพูดชื่อคำใบ้ที่หยิบได้ ยัยพะพายเลยคลี่ม้วนชื่อตรงหน้าออกแล้วค่อยๆ อ่านมันช้าๆ
" ค่ะ ฮะ! อ่อ คำใบ้ หนูเองค่ะ "สิ้นเสียงพูดของยัยพะพาย รอบข้างก็พากันส่งเสียงอุทานออกมาจนฮือฮาไปทั่วบริเวณ ไม่เพียงเท่านั้น ขนาดรุ่นพี่ที่กำลังยื่นไมค์มาจ่อที่ริมฝีปากของยัยพะพายยังพยายามกลั้นยิ้มด้วยความขำขันเลย เอาจริงดิ มันได้คำใบ้นี้เหรอวะ ฮ่าฮ่า
" คิก อ่อ ชื่อคำใบ้ หนูเองค่ะ ใช่ไหม^^ "รุ่นพี่คนนั้นถามยัยพะพายเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง
" ชะ ใช่ค่ะ "ยัยพะพายเลยยื่นพยักหน้ารับแล้วยื่นคำใบ้ที่อยู่ในกระดาษตรงหน้าให้รุ่นพี่คนนั้นดู
" โอเคจ๊ะ งั้นคนต่อไปเนอะ จับเลยค่ะน้อง "พอยัยพะพายเดินกลับไปนั่งที่ของตัวเอง
คนต่อไปเลยเป็นคิวของฉันที่ต้องลุกขึ้นมาจับฉลากคำใบ้ต่อ..
" สวัสดีค่ะ คำใบ้ Twins ค่ะ " ฉันเอยออกไปด้วยใบหน้่าเปื้อนยิ้ม
จากนั้นอยู่ๆรอบข้างก็เกิดเสียงดังระงมขึ้นมาราวกับว่าทุกคนกำลังตั้งหน้าตารออยู่ว่า ใครจะได้คำใบ้นี้ไปครอบครอง คือฉันไม่ได้คิดไปเองนะ แต่คือเสียงมันดังมากๆ ดังกว่าตอนที่ยัยพะพายจับเมื่อกี้อีกอ่ะ
" อ่อ อะ แฮ่ม! ขอให้โชคดีนะคะน้อง เชิญคนต่อไปเลยค่ะ "รุ่นพี่คนเดิมพูดพร้อมกับส่งยิ้มเจือนๆ ให้กับฉันอย่างกล้าๆ กลัวๆ
ซึ่งฉันก็ได้แต่พยักหน้ารับแล้วเดินกลับมานั่งที่เดิมด้วยใบหน้างงงวยไม่หาย ว่าตกลงแล้วสายรหัสของฉันมันมีอะไรน่าตกใจขนาดนั้น แต่ช่างมันเถอะ เอาไว้หาพี่เจอฉันก็คงได้รู้เองแหละเนอะ^^
แล้วพอฉันกลับมานั่งที่แล้วคนต่อไปที่ต้องลุกมาจับสายรหัสก็คือยัยกิมจิที่ตอนนี้คุณเธอเดินหน้านิ่งไปจับคำใบ้เรียบร้อยแล้ว
" พูดได้เลยใช่ไหมคะ? "พอคลี่กระดาษตรงหน้าออก ยัยกิมจะก็เงยหน้าขึ้นไปถามรุ่นพี่ด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่บ่งบอกความรู้สึก
" ค่ะ พูดได้เลยค่ะ^^ "
" คำใบ้ สวยตะโกน ค่ะ ถึงจะตั้งอะไรที่มันตรงข้ามกับตัวเอง แต่หาไม่ยากหรอกนะคะรุ่นพี่^^ "ยัยกิมจิพูดด้วยรอยยิ้มหวานหยดย้อย แบบน่ากลัวๆ อันนี้ฉันไม่ได้คิดเองนะ มันแอบสยองๆยังไม่รู้อ่ะ
ยัยกิมจิมองตรงไปที่ใครคนหนึ่งที่กำลังนั่งอยู่ในมุมมืดที่อยู่ด้านหลังคนอื่นๆ
ซึ่งแน่นอนว่าพอเธอพูดและจ้องไปที่อีกฝ่าย เจ้าตัวก็ส่งยิ้มมุมปากกลับมาที่เธอด้วยนัยตาชวนขนลุก จนคนอื่นๆ ถึงกับรู้สึกหนาวยะเยือกขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ
" อะ..แฮ่ม ดูเหมือนว่าจะหาเจอแล้วสินะคะ แต่จะใช่พี่สายรหัสจริงๆ ไหมต้องลุ้นกันอีกทีนะคะ ถ้าอย่างนั้นเชิญคนต่อไปได้เลยค่ะ^^ "
รุ่นพี่พิธีกรทำหน้าที่แก้สถานการณ์ได้เป็นอย่างดี เธอรีบเรียกคนต่อให้ที่อยู่ด้านหลังยัยกิมจิขึ้นมาจับสายหัสต่อ จนกระทั่งคนอื่นๆ จับฉลากกันจบ รุ่นพี่ที่อยู่รอบๆ ก็พากันมายืนอยู่ด้านหน้าเพื่อแนะนำชื่อกับชั้นปีให้นักศึกษาปีที่หนึ่งรู้จักกันอย่างเป็นกันเอง
แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีรุ่นพี่บางคนที่ติดธุระจนไม่สามรถเข้าร่วมได้ หรือบางคนที่เข้าร่วมก็ไม่ได้ออกมาแนะนำตัวเลยก็มี ซึ่งนั่นก็ไม่ได้แปลกอะไรเลยเพราะบางคนอาจจะไม่ชอบเป็นจุดสนใจหรือไม่ชอบอยู่ต่อหน้าคนเยอะๆ พี่ที่ทำหน้าที่พิธีกรเลยทำหน้าที่แนะนำตัวของรุ่นพี่แบบนั้นให้แทน
พอแนะนำตัวอะไรกันจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาที่ทุกคนจะตามหาพี่ปีสองของตัวเองกันต่อ
แน่นอนว่าไม่มีใครหาพี่รหัสของตัวเองเจอเลยสักคน ยกเว้นกิมจิคนเดียวเท่านั้น เพราะทันทีที่รุ่นพี่บอกว่าให้ไปหาสายรหัสของตัวเอง ยัยนั่นก็เดินไปหารุ่นพี่ที่เป็นพี่รหัสของตัวเองในทันที ราวกับว่าเจ้าตัวนั้นรู้อยู่แล้วว่าต้องเป็นอีกฝ่ายแน่ๆ
พวกเราทำกิจกรรมกันต่ออีกประมาณหนึ่งชั่วโมงก่อนที่ฉันกับยัยพะพายจะกลับมาที่คอนโดของตัวเองพร้อมๆกัน แต่ไม่รู้ทำไม ตลอดทางยัยพะพายเอาแต่เหม่อลอยไม่หยุดจนฉันอดที่จะเป็นห่วงยัยนั่นไม่ได้เลยจริงๆ
โชคดีนะที่ฉันกลับมากับมันด้วย ไม่อย่างนั้น ฉันว่ามันคงโดนใครฉุดไปแล้ว ก็เล่นเหมอซะจนฉันต้องคอยเรียกมันตลอดทางเลยนี่
เฮ้อ เอาเถอะค่อยทักไปถามมันทีหลังก็ได้ว่ามันโอเคไหม แต่ตอนนี้ฉันของพักผ่อนก่อนแล้วกัน เหนื่อยมาทั้งวันแล้วด้วย พอล้มตัวลงนอนบนเตียงได้ไม่ถึงสองนาทีฉันที่เหนื่อยมากๆก็ผลอยหลับไปแทบจะทันที...
วันต่อมา
ณ มหาวิทยาลัย SKT
ระหว่างที่ฉันกับยัยพะพายกำลังเดินเข้าไปในตึกเพื่อเข้าเรียนฉันก็หันไปทำหน้าใส่ยัยพะพายก่อนจะบ่นขึ้นมาระหว่างที่ขาก็ก้าวเดินไม่หยุด
" พะพาย ทำยังไงดีอ่ะ ฉันยังหาพี่รหัสไม่เจอเลยอ่ะ "ฉันงอแงใส่มันไป
เมื่อวานหลังจากที่ตื่นขึ้นมาแล้ว ฉันก็พยายามไถฟีดเพจของคณะเพื่อหาคนที่น่าจะเป็นรุ่นพี่ปีสองของคณะบริหารเพื่อตามส่องพวกเขา ว่าใครน่าจะเป็นหนึ่งในพี่รหัสของฉันได้บ้าง
แต่ไม่ว่าจะพยายามหายังไงฉันก็หาไม่เจอเลย แง T^T
" ก็เหมือนกันนั่นแหละ นี่มันพึ่งผ่านมาได้แค่วันเดียวเองนะ ใครจะไปหาเจอง่ายๆ กันเล่า "ยัยพะพายหันมาตอบฉันพร้อมกับกรอกสายตาไปมา
" ก็ยัยกิมจิไง ยัยนั่นเจอแล้วอ่ะ "ฉันเอ่ยออกไป เมื่อนึกถึงใบหน้ายัยกิมจิกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้
" ก็นั่นมันกิมจิไหมล่ะ เลิกโอดครวญสักทีเถอะ ยังมีเวลาอีกตั้งหลายวันนี่ "
" อื้อ ถ้าเจอง่ายๆ ก็ดีดิ เออใช่ แกเคยเข้าผับไหม ได้ข่าวว่าแถวนี้มีคลับที่รุ่นพี่คณะเราชอบไปบ่อยๆ เราลองไปกันบ้างดีไหม "ฉันถามยัยพะพายด้วยท่าทีตื่นเต้นแบบสุดๆ
เมื่อวานตอนที่ไถฟีดไปส่องเฟสรุ่นพี่ในคณะมา ฉันเห็นด้วยว่ารุ่นพี่ชอบไปเที่ยวที่ผับที่ชื่อ TWINS กัน
แล้วที่ฉันสนใจก็ไม่ใช่ผับไง แต่เป็นชื่อผับมากกว่า เพราะชื่อผับมันดันเป็นชื่อเดียวกับคำใบ้สายรหัสฉันพอดี
เพราะแบบนั้นฉันเลยโคตรที่จะสนใจแล้วก็อยากลองไปที่นั่นสักครั้งไง ถึงตอนนี้อายุของฉันจะยังไม่ถึงเกณฑ์ที่จะเข้าผับได้ก็เถอะ ฮุฮุ
แต่ยังไม่ทันได้คำตอบยัยพะพายดันดับฝันฉันซะก่อนน่ะสิ
" ไม่อ่ะ โทษที พอดีฉันมีลูกรออยู่ที่ห้อง "
" ฮะ! " ฉันอุทานออกมาด้วยความตกใจ เดี๋ยวนะมันไปมีลูกตอนไหน อย่าบอกนะว่ามันมีลูกแล้วอ่ะ เอาจริงดิ อย่างยัยพะพายเนี่ยนะ!
" ตามนั้น ไปๆ เลิกพูดมากแล้วเข้าห้องไปได้แล้ว ช้าจริงๆ เลย เดี๋ยวก็ไม่มีที่นั่งกันพอดี "
แล้วแทนที่มันจะอธิบายให้ฉันฟัง ยัยพะพายกลับรีบดันหลังให้ฉันเดินนำมันเข้าไปในห้องเรียนแทนซะอย่างนั้น
แต่มีหรือที่ฉันจะยอมปล่อยผ่านไปแต่โดยดี
พอยังไม่ได้คำตอบฉันเลยตั้งท่าจะหันไปถามยัยพะพายให้รู้เรื่องไปเลยว่าลูกที่มันพูดถึง นั้นคืออะไรกันแน่
แต่จังหวะที่ฉันกำลังจะหันมาถามยัยพะพาย ฉันก็เหลือบไปเห็นใครอีกคนเข้าซะก่อนและใช่ยัยนั่นก็คือยัยเพื่อนสาวจอมเด๋อคนใหม่ของพวกเราเอง
" เฮ้ย กะ..กิมจิ มะ..มาตอนไหนเนี่ย "ฉันเบิกตากว้างร้องเรียกยัยกิมจิเสียงตะกุกตะกักด้วยความตกใจ
มันมาตอนไหนเนี่ย เดี๋ยวนะ ก่อนนะหน้าฉันได้นินทาอะไรมันไหมวะ
แล้วก็ไม่ใช่ฉันคนเดียวที่ตกใจกับการมาของยัยกิมจิคนเดียวนะ เพราะยัยพะพายเองก็เหมือนจะตกใจมากอยู่เหมือนกัน ที่อยู่ๆก็เห็นยัยกิมจิมายืนอยู่ด้านหลังแบบนี้
" มานานแล้วเหรอ แล้วทำไมไม่เรียกเราล่ะ "
" ก็เห็นว่ากำลังคุยกันสนุกเลย แต่ว่านะ ไข่หวาน ไอ่ ผับ!ที่เธอพูดออกมานั่นน่ะ ถ้าเธอไม่ก้าวขาไปเหยียบเลย อาจจะดีกับตัวเธอที่สุดเลยก็ได้นะ^^ "ยัยกิมจิเลือกที่จะเน้นคำว่าผับเสียงหนัก
แต่เดี๋ยวทำไมต้องหันมาหาฉันด้วย ฉันยังไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะ ฉันก็แค่จะชวนยัยไข่หวานไปเที่ยวแค่นั้นเองงงง
" ไม่เป็นอะไรหรอกน่า แกก็คิดมาก ไปๆ เข้าไปหาที่นั่งกันเถอะ "ฉันบอกปัดอย่างไม่ค่อยสนใจนัก
"...."ยัยกิมจิเลยหันมาจ้องหน้าฉันนิ่งๆพักหนึ่ง ก่อนที่มันจะถอนหายใจออกมาแล้วเดินเข้าไปในห้องพร้อมๆกัน
" จริงสิ ยังไม่ได้ถามเลย กิมจิ เธอพักอยู่ที่ไหนเหรอ? "ยัยพะพายหันไปถามยัยกิมจิ หลังจากที่เราทั้งสามคนเดินมานั่งลงที่เก้าอี้แถวกลางๆ ห้องกันเรียบร้อยแล้ว โดยที่ฉันนั่งทางซ้ายของยัยพะพาย ส่วนกิมจิก็นั่งด้านขวาของยัยพะพาย
" นั่นสิ อยู่ใกล้กันไหม? "ฉันชะโงกมาถามด้วยความอยากรู้ ถ้าอยู่ใกล้กันฉันจะได้ชวนออกมารวมตัวกันบ่อยๆไง
" ไม่ใกล้ ฉันอยู่บ้านน่ะ "ยัยกิมจิตอบกลับมาสั้นๆ แบบไม่ได้ขยายความต่อว่าบ้านตัวเองนั้นอยู่แถวไหน
" เหรอ อยู่แถวไหนอ่ะ เดินทางไกลไหม แล้วกลับคนเดียวไม่กลัวเหรอ "ยัยพะพายเลยถามยัยนั่นกลับไป
แต่ก่อนที่กิมจิจะทันได้ตอบกลับมาอาจารย์ก็เดินเข้ามาพอดี พวกเราสามคนเลยต้องเงียบเสียงลงในทันที แต่ได้ฉันยินยัยกิมจิกระซิบมาเบาๆนะว่ามันไม่กลัว ฉันเองก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ หลังจากนั้นเราทั้งสามคนก็เลิกพูดคุยกันแล้วหันมาสนใจในสิ่งที่อาจารย์กำลังสอน
