บทที่ 3 I LIKE YOU :: CHAPTER 1 [100%]
“ทุเรศจริงๆ ไปล้างหน้า ล้างตาไป สั่งอาหารมากินเหอะ” เฟิร์สเดินหัวเสียไปนั่งที่โต๊ะอาหาร ก่อนจะหยิบโบชัวร์อาหารมาดูและโทรสั่งทันที ส่วนฉันก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายเดินตรงเข้าห้องน้ำไปล้างหน้า สักพักอาหารที่เฟิร์สสั่งก็มาถึง ฉันกับเขานั่งกินอาหารด้วยกันอย่างนิ่งๆ หมอนั่นกำลังนั่งดูฟุตบอลอยู่ แต่ดวงตาของฉันนะสิ เริ่มจะหลับลงอีกแล้ว ไม่นะ...
“เฮ้ เธอง่วงหรือไง?”
“อะ เปล่าๆ”
“เปล่าอะไร ทำหน้ายังกับคนง่วงนอน เธอนอนไปแล้วไม่ใช่เหรอ?”
“ช่างฉันเถอะนา” ฉันพยายามเบิกตาโพลงเพื่อไม่ให้ตัวเองหลับ เออใช่ ลองเอาที่หนีบมาหนีบตาตัวเองดีกว่านะ ว่าแล้วฉันคว้าตัวหนีบที่หนีบกับหนังสือ มาหนีบตาตัวเองทันที และก็ได้ผลลืมตาโพลงเลยล่ะ แต่เจ็บชะมัด โหย
“นี่เหลืออีกชิ้นกินไป... จ๊าก! ทะ ทำบ้าอะไรของเธอวะ”
“ก็จะได้ไม่ต้องหลับไง”
“น่าขนลุกจริงๆ ยัยจิ๋ม เอาออกนะเว้ย เดี๋ยวตาบอด!”
“ไม่นะ อย่าเอาออก ไอ้บ้า!” เฟิร์สขยับตัวเข้ามาใกล้ฉัน และพยายามดึงที่หนีบออกจากตาของฉัน ใบหน้าหล่อพ่นลมหายใจอยู่ที่ใบหน้าของฉัน จนฉันตกใจ นิ่งงันทันทีกับเฟิร์สที่จ้องมองฉันอยู่
“เล่นอะไรพิเรนทร์ๆ อยากตาบอดหรือไงวะขิม...” ฉันผลักร่างหนาออกไป และจับไปที่ตาตัวเอง เออ เจ็บจริงๆ นะเนี่ย เฟิร์สจ้องมองฉันด้วยสีหน้าสงสัย
“ทำไมถึงทำแบบนี้ ไหนพูดดิจิ๋ม”
“ก็บอกแล้วไง ว่ากลัวหลับ”
“แล้วทำไมถึงหลับบ่อย ฉันงงตั้งแต่ออกมาเจอเธอหลับคากระทะแล้วนะจิ๋ม ตกลงเธอเป็นอะไรกันแน่?”
“มนุษย์ต่างดาว”
“...”
“นายอย่าไปบอกใครนะเฟิร์ส ฉันกลัวว่าจะถูกจับไปดอง”
“ไม่ตลก” เฟิร์สมองฉันด้วยสีหน้าจริงจัง จนฉันเบ้ปากทันทีอย่างกลุ้มใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง บางทีหมอนี่มันไม่ได้เรื่อง แต่อาจจะช่วยเธอได้ใช่ไหม? หรือพึ่งพาไม่ได้เลย หมอนี่มันดีแต่กวนประสาท บ้าหญิง หื่นตัวพ่อ จะมาช่วยฉันเรื่องนี้ได้เหรอ?
“จิ๋ม ฉันจริงจังนะ บอกมาว่าเธอเป็นอะไรกันแน่? ฉันสงสัยตั้งแต่ไอ้ปองมันบอกแล้วนะ”
“นังกะเทยทึกบอกอะไรนาย?”
“ฉันจะโทรไปฟ้องไอ้ปอง ว่าเธอด่ามัน...”
“แง่ก อย่านะเฟิร์สสุดหล่อ”
“ปองมันบอกว่าเธอมีปัญหาเกี่ยวกับอาการอะไรสักอย่าง ที่ไม่สามารถไปทำงานได้ อยู่คนเดียวไม่ได้ ไปไหนคนเดียวก็ไม่ได้... ฉันก็คิดนะว่าบางทีเธออาจจะเป็นโรคร้ายแรง”
“ไม่ใช่”
“แล้วอะไรเล่าขิม เล่ามาสิ ฉันอาจจะช่วยเธอได้นะ” ใบหน้าของเฟิร์สจ้องมองฉันอย่างต้องการคำตอบ ทำให้ฉันสูดลมหายใจเข้าทันที อาการที่เป็นอยู่ของฉัน มีไม่มีกี่คนหรอกที่รู้ จะมีพ่อแม่ ปิงปอง และบุคคลที่สี่กำลังรับรู้ก็นั่งฟังฉันเล่าด้วยสีหน้านิ่งๆ ก่อนจะล้วงมือหยิบบุหรี่ออกมาจุดสูบ
“เดี๋ยวก็เป็นมะเร็งตายก่อนวัยอันควรหรอก”
“เวลาฉันใช้ความคิด ฉันต้องพึ่งมัน นิดหน่อยเองนา...” ฉันมองเฟิร์สที่พ่นควันบุหรี่ออกมา ก่อนจะขยี้ก้นบุหรี่ไปที่กระถางต้นไม้ ขณะที่ฉันเล่าเรื่องอาการทุกอย่างให้เขาฟังจนหมด
“อาการบ้าอะไรของเธอวะ?”
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ฉันอยากหายนะเฟิร์ส แต่รักษายังไงก็ไม่หาย... หมอก็แค่แนะนำให้ฉันพักผ่อนให้เป็นเวลา ฉันก็ทำตามทุกอย่าง แต่ไม่รู้ว่าทำไมยังคงไม่หาย”
“แล้วเธอเคยหลับต่อหน้าใครบ้างไหม ที่ไม่ใช่คนสนิทด้วยกัน?”
“มีสิ พี่ตั้มไง... พี่ที่ฉันแอบชอบ นายคงจำได้ที่เป็นรุ่นพี่ที่มหาลัย”
“...”
“ฉันกำลังจะบอกชอบพี่เขา แต่ดันหลับไปซะก่อน ทุกวันนี้ถึงได้เสียใจอยู่นี่ไง!”
“ฮึก ฮ่าๆ ขำจริงเว้ย มีงี้ด้วยเหรอ หลับต่อหน้าคนที่ตัวเองกำลังจะบอกชอบ เหอะ โก๊ะจริงนะยัยจิ๋ม”
“มันไม่ขำเลยนะ ฉันอยากจะหายจากอาการบ้าๆ นี่แล้วนะ ฉันอยากบอกชอบพี่ตั้มได้เต็มปาก ไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกแล้ว” ความรู้สึกที่ทำให้ฉันไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ฉันอยากเป็นเหมือนคนปกติทั่วไป ไม่อยากนั่งคุยอยู่ดีๆ ก็หลับไป หรือทำอาหารอยู่ก็หลับคากระทะอะไรแบบนี้ ฉันเงยหน้าสบตากับเฟิร์สที่มองฉันด้วยสีหน้านิ่งเฉย แต่แฝงไปด้วยความเห็นใจ
“อีกนานไหม กว่าไอ้พี่ตั้มของเธอจะกลับมา”
“ไม่รู้ สี่ห้าเดือนมั้ง”
“ถ้างั้น ฉันจะช่วยรักษาเธอเอง”
“เอ๋? นายเนี่ยเหรอจะช่วยฉัน ขนาดหมอยังทำอะไรไม่ได้เลยนะ”
“เอาเถอะน่า นั่นหมอ นี่ฉัน... ลองใช้ทฤษฎีของฉันไปข้อหนึ่งก่อนแล้วกัน” ฉันมองเฟิร์สที่เดินเข้าห้องไปก่อนจะออกมา พร้อมกับสมุดจดสีดำและปากกา และนั่งลงข้างๆ ฉันทันที
“ทฤษฎีแรก ลองให้เธอนอนให้ตรงเวลา ต่อให้หลับหรือไม่หลับก็ต้องหลับ...”
“อือฮึ”
“สองทุ่มเธอจะต้องหลับ ตื่นอีกทีตอนหกโมงเช้า ลองไปก่อน ถ้าทำแบบนี้ทุกวันเธออาจะหายง่วงนอนก็ได้”
“ฉันลองทำแบบนี้แล้วนะ แต่ก็ไม่ได้ผล”
“เหรอ? งั้นขีดฆ่า หรือว่าบางทีร่างกายเธอมันไม่มีสารเอ็นโดฟิน” เฟิร์สมองหน้าฉันทันที ไอ้สารเอ็นโดฟิน? มันคือสารที่จะทำให้เรามีความสดชื่น มีความตื่นตัว แจ่มใส มีบุคลิกภาพที่ดีมีความสุข อะไรทำนองนี้หรือเปล่า?
“บางทีเธออาจจะขาดสารตัวนี้ก็ได้นะ เธอเคยมีความสุขหรือตื่นตัวอะไรไหม?”
“ไม่อะ ตั้งแต่ฉันเป็นแบบนี้ ฉันก็ไม่เคยรู้สึกอะไรแบบนั้นเลย...”
“เหรอ? งั้นฉันลองทำให้เธอมีความสุขดูดีไหม?”
“ทะ ทำอะไร?” ฉันมองเฟิรส์ที่ยกยิ้มที่มุมปากก่อนจะขยับตัวมาใกล้ฉันทันที มือของเขาจับข้อมือฉันไว้ทั้งสองข้าง ใบหน้าหล่อโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ฉันเรื่อยๆ จนฉันหลับตาลงอย่างหวาดกลัว
“ให้ตายเหอะ ฉันจะทำให้เธอมีความสุขนะ ไม่ใช่ให้เธอมากลัวฉัน ยัยจิ๋ม”
“กะ ก็นายจะทำอะไรเล่า!”
จุ๊บ
“!”
“ไง ตื่นเต้นและมีความสุขมะ” ดวงตาของฉันเบิกโพลงทันที ก่อนจะยกมือขึ้นจับไปที่แก้มด้านขวาของตัวเอง ที่เพิ่งถูกริมฝีปากร้อนๆ ของเฟิร์สจูบลงมา ร่างกายของฉันร้อนผ่าวไปหมด โดยเฉพาะหน้าที่ตอนนี้กำลังจ้องมองเฟิร์สด้วยสีหน้าโกรธแค้น
“นายตายยย”
“เฮ้ย! อย่านะยัยจิ๋ม”
ฉันลุกขึ้นคร่อมเฟิร์สและจัดการตีไปที่ร่างกายหนาไม่ยั้งทันที ไอ้บ้า ไอ้โรคจิต! กล้าดียังไง มาขโมยจุ๊บฉันเนี่ย ถึงแม้จะเป็นที่แก้มก็ตามทีเหอะ
“โอ๊ย ฮ่าๆ เจ็บนะขิม พอแล้ว...”
“นายมันฉวยโอกาส ไอ้บ้าๆ”
“นี่พอแล้วนะ ถ้ายังไม่หยุด ฉันจะจูบเธอ”
กึก! ทันทีทันใด ฉันหยุดชะงัก ก่อนจะมองร่างหนาที่นอนอยู่ใต้ร่างของฉัน กรี๊ด บ้าจริง เป็นผู้หญิงอะไรเนี่ยมาขึ้นคร่อมผู้ชาย บ้าจริงเลย ยัยขิม
“เธอเนี่ยไม่เปลี่ยนเลยนะยัยจิ๋ม...”
“อะ อะไรของนาย!”
“บ๋องยังไง ก็ยังคงบ๋องยังงั้น เปลี่ยนบ้างก็ได้นะ ไอ้นิสัยโก๊ะๆ เนี่ย”
“เรื่องของฉัน” ฉันแยกเขี้ยวใส่เฟิร์สหลังจากที่ลงมาจากตัวของเขาแล้ว ถือซะว่าทำบุญก็แล้วกัน ไอ้บ้านี้มันหื่นตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว... ตอนสมัยเรียน ยังเคยมีอะไรกับสาวที่ตึกหลังคณะเลย ตอนนั้นฉันก็ดันบังเอิญไปเห็นภาพอุบาทว์ตาซะได้ไง
“นายก็เหมือนกัน เป็นยังไงเป็นยังงั้น ไม่เคยเปลี่ยน”
“ยังไง?”
“ก็หื่นไง กวนประสาท บ้าหญิง...”
“คนมันหล่อ ผู้ชายเขาก็มีกันทุกคนนะ”
“ยกเว้นพี่ตั้มของฉันคนหนึ่ง”
“พี่เขาเป็นตุ๊ดเปล่า ฮ่าๆ”
“ไม่ใช่ย่ะ พี่ตั้มเป็นผู้ชายและที่สำคัญ... ฉันก็ชอบพี่เขามากด้วย นายช่วยฉันด้วยนะเฟิร์ส ฉันไม่อยากหน้าแตกตอนไปบอกชอบพี่เขาอีกแล้ว นะๆ” เฟิร์สมองหน้าฉัน แล้วส่ายหน้าไปมาก่อนจะลุกขึ้นไปหยิบน้ำมาดื่ม จนฉันมองตามร่างหนาที่หันมายิ้มให้ฉัน
“ได้ดิ ถึงยังไงเธอก็เป็นเพื่อนไอ้ปอง ก็เหมือนเพื่อนของฉัน”
“เย้”
“แต่ว่า ฉันก็จะกวนประสาทเธอแบบนี้นะ ฉันเป็นแบบนี้เธอจะทนฉันได้ปะละ”
“ชิ ทนได้ไม่ได้ ยังไงเราก็ต้องอยู่ด้วยกันอยู่ดี เพราะงั้นฝากตัวด้วยแล้วกัน” ฉันยิ้มให้เฟิร์สที่พยักหน้ารับ ก่อนจะตรงมาหาฉันแล้วก้มใบหน้าลงจนฉันกระเถิบตัวหนีแทบไม่ทัน
“ได้ รับรองว่าทฤษฎีของฉัน จะทำให้เธอหายจากอาการที่เป็นอยู่แน่”
“...”
“แต่เราสองคนต้องช่วยเหลือกันและกันนะ ฉันไม่ยอมโดนเอาเปรียบอยู่ฝ่ายเดียวหรอก”
“ย่ะ รู้แล้ว มีอะไรให้ช่วยก็บอก...” เฟิร์สยกยิ้มที่มุมปาก และโน้มตัวเข้ามาใกล้ฉันอีกครั้ง และครั้งนี้มันทำให้ฉันรับรู้ถึงลมหายใจร้อนที่มีกลิ่นมะนาวออกมา ดวงตาคมของเขากวาดมองไปทั่วใบหน้าของฉัน
“เธอได้ช่วยแน่ ยัยจิ๋ม”
