บทที่ 4 I LIKE YOU :: CHAPTER 2 [100%]

I LIKE YOU

2

“ช่วยบอกฉันที ว่านายพาฉันมาที่นี่ทำไม?”

“ก็ออกกำลังกายไง บางทีการที่เธอหลับบ่อยๆ อาจจะเป็นเพราะว่าเธอไม่เคยออกกำลังกายเลย”

“...”

“ตัวถึงได้เล็กแห้งแบบนี้ไง มา!” ฉันมองเฟิร์สที่จูงมือฉันให้เข้าไปในฟิตเนตแห่งหนึ่ง จริงสิ? ลืมเล่าให้ฟัง ฉันไม่ได้หลับเลยนะตั้งแต่เช้าจนมาถึงที่นี่ ปกติตื่นขึ้นมากินข้าวเช้า ฉันสามารถหลับได้เลยนะ หรือว่าทฤษฎีที่เฟิร์สกำลังช่วยฉัน มันจะได้ผลนะ แต่ฉันไม่ชอบออกกำลังกายนี่นา มันน่าเบื่อ

เฟิร์สพาฉันมาถึงหน้าห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ก็ไล่ฉันไปเปลี่ยนทันที ก่อนที่ฉันจะออกมาจากห้องเดินไปนั่งรอหมอนั่นที่เข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้า หรือไปตายก็ไม่รู้ ช้าชะมัด! นี่ฉันเป็นผู้หญิงนะ ยังเปลี่ยนเร็วกว่าอีตาบ้านั่นเลย

“อ้าวเสร็จแล้วเหรอ?”

“เออน่ะสิ ช้าชะมัด แล้วนั่นใครล่ะ?” ฉันมองร่างสูงของเฟิร์สที่อยู่ในชุดออกกำลังกาย เขาสวมเสื้อกล้ามสีขาวกับกางเกงขาสั้นเลยเข่าสีดำ พร้อมกับดูดอมยิ้มด้วย ท่าจะบ้า! มาออกกำลังกายดันดูดอมยิ้มเป็นเด็กๆ

“ก็ครูสอนฟิตเนตไง...”

“เหรอ?”

“ทำไม ไม่เชื่อหรือไง?”

“เปล่าสักหน่อย” ดูยังไงๆ ก็ไม่ใช่แค่ครูมาสอนฟิตเนตแน่ เพราะท่าทางสายตาที่เธอมองเฟิร์สเนี่ย มันดูมีแววตาที่ลึกลับซับซ้อนซ่อนเงื่อน ไม่ใช่ล่ะ... พอช่างเถอะ จะยังไงก็ช่าง ขอแค่ฉันไม่หลับคาลู่วิ่งก็เป็นพอ ฉันออกกำลังกายทันทีอย่างไม่สนใจอะไรทั้งนั้น หันไปมองไอ้บ้าเฟิร์สก็กำลังมองครูฝึกสาวด้วยสายตาหวานหยด แต่ฉันนี่สิ... กำลังกลัวเลยนะว่าจะหลับตรงไหนอีก ขอร้องล่ะ อย่ามาหลับตรงนี้ให้ขายหน้าเขานะ

“สวัสดีสาวน้อย มาคนเดียวเหรอครับ?”

“อ่อ มากับเพื่อน... มีอะไรหรือเปล่า?”

“ไปชกมวยกับพี่ไหม หน่วยก้านน้องดีมากเลยนะ” เหอะ ดูยังไงว่าฉันหน่วยก้านดีวะ! สภาพเนี่ยไม่ได้มีมัดกล้ามกับเขาเลย ฉันกลอกตาไปมาอย่างเซ็งๆ แต่บางทีการใช้แรง อาจจะทำให้ฉันไม่ง่วงนอนก็ได้นะ

“ก็ได้”

“เชิญครับ” ฉันมองผู้ชายกล้ามโตคนนี้ที่ผายมือ ไปที่ลานซ้อมมวย ซึ่งเขาก็เอานวมมาใส่ให้ฉัน และถือวิสาสะโอบฉันจากด้านหลัง เพื่อสอนฉันให้ปล่อยมัดไปที่กระสอบทราย

“ลองออกหมัดมือขวาไปก่อนนะครับ”

ตุ้บ!

“เยี่ยมครับ ต่อไปลอง... หมัดซ้ายนะครับ”

ตุ้บ!

“เก่งจัง น้องชื่ออะไรครับ? เพื่อว่าพี่จะได้นัดน้องมาสอนส่วนตัว” ใบหน้าหล่อของเขาโน้มมามองฉันทันที แต่มือหนากลับวางลงที่เอวฉันอย่างแผ่วเบา ใบหน้าเจ้าเล่ห์เหมือนไอ้บ้าเฟิร์สไม่มีผิดเลยจริงๆ แต่ทว่า... ฉันกลับหาวออกมากับอาการเดิมที่กำลังมา บ้าจริงจะมาหลับต่อหน้าไอ้คนหื่นกามนี่ไม่ได้นะ

“เป็นอะไรเหรอครับ ง่วงเหรอ?”

“ปะ เปล่า หาว... ขอตัวนะ”

“เดี๋ยวสิครับ พี่ยังไม่รู้จักชื่อน้องเลยนะ”

“ปล่อยเหอะพี่ หาว... อะไอ เอิม ~” ฉันยกมือปิดปากตัวเอง พยายามดึงมือออกจากมือของเขาทันที ไม่ได้การแล้ว จะหลับแล้วเนี่ย ต้องหาที่นอนก่อน จะมาหลับตรงนี้ไม่ได้นะคนเยอะแยะเลย อายเขาตาย

“บะ บ้า คร่อก Zzz”

หมับ

“คิดจะทำอะไรเพื่อนผมครับ?”

“เออ เปล่านะน้อง พี่เห็นเพื่อนน้องจะหลับก็เลยจะพา...”

“ไม่ต้องนะครับ ทีหลังอย่าถือวิสาสะพาเพื่อนผมไปแบบนี้ ไม่ใช่เฉพาะกับเพื่อนผม หมายถึงคนอื่นด้วย”

น้ำเสียงเข้มของคนสองคนเถียงกันอยู่ เข้ามาในโซนประสาทของฉันนิดหน่อย แต่ก็แค่นั้น เพราะตอนนี้ฉันกำลังหลับอยู่อย่างสบายใจเฉิบ ฟี้...

“งือ ฮ้า...” ฉันบิดตัวไปมา เมื่อรู้ว่าตัวเองได้หลับสบายอย่างนาน แต่ก็ต้องลืมตาขึ้นมาทันทีเพราะว่าก่อนที่ฉันจะหลับไป ไอ้บ้าหื่นกามนั่น! ฉันมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าก็ตกใจคูณล้านเท่า ใบหน้าหล่อของเฟิร์สกำลังยิ้มให้ฉันอย่างสมเพช จนฉันรีบกระเด้งตัวขึ้นนั่งทันที หมายความว่า... ที่ฉันนอนสบายจนตื่น นอนหนุนตักตาบ้านี้ตลอดเลยเหรอ?

“ไง หลับสบายดีไหม? เอาซะขาฉันชาไปด้านเลยนะ”

“แง่ก ฉันหลับอีกแล้วง่าเฟิร์ส”

“ดีนะที่ฉันหาเธอเจอ ทำไมถึงไม่อยู่ในสายตาฉันวะขิม!”

“ก็ฉันเห็นนายกำลังเรียนอยู่กับครูสอนฟิตเนต อีกอย่างฉันคิดว่าถ้าได้ออกแรงต่อยมวย อาจจะทำให้ฉันหายก็ได้นี่นา...” เฟิร์สส่ายหน้าไปมา ก่อนจะทุบขาตัวเองด้วยสีหน้าไม่พอใจ ขาหมอนี่คงจะชาจริงๆ สินะ ว่าแล้วฉันก็ลุกไปจับขาหมอนั่นยกขึ้นทันที

“เว้ย ทำบ้าอะไรยัยจิ๋ม?”

“นวดให้ไง ที่ทำให้นายเจ็บแบบนี้” ฉันแยกเขี้ยวใส่เขา ก่อนจะนวดขาให้หมอนี่ แต่ทว่ากล้ามเนื้อเฟิร์สเนี่ย... มันแข็งอะไรขนาดนี้วะ! ฉันกดแรงลงไปแต่กลับทำให้ฉันเหนื่อยแทนเลย

“นะ นายไปกินควายตายที่ไหนมาห๊ะ ขาแข็งชะมัดเลย”

“คนเล่นกีฬานี่นา ฉันไม่ชอบปล่อยให้ตัวเองน้ำหนักขึ้น...”

“แค่นี้ยังหุ่นดีไม่พอหรือไง?”

“ใช่ ผู้ชายอย่างฉันต้องดูดีและหล่อมาก ในสายตาสาวๆ”

“เหอะ”

“เธอล่ะ ไม่เห็นเหรอว่าฉันหล่อแค่ไหน” เฟิร์สก้มใบหน้าลงมา ในขณะที่ฉันกำลังนวดขาให้เขา มันเป็นจังหวะที่ฉันเงยหน้าพอดีเลยปะเข้ากับใบหน้าหล่อที่กำลังส่งยิ้มให้อยู่ ฉันตกอยู่ในภวังค์สายตาของเขาอีกครั้ง ก็รีบผลักใบหน้าหล่อไปทันทีอย่างแรง

“โอ๊ย เจ็บนะ ยัยจิ๋มเล็ก!”

“นี่ฉันชื่อขิมนะไอ้บ้า แล้วเรียกทำไมเนี่ย จิ๋มเล็กๆ เคยเห็นของฉันหรือไง? ถึงได้รู้ว่ามันเล็กอะ!”

“ไม่เคย แต่ก็อยากรู้เหมือนกันว่า... เล็กจริง หรือใหญ่จริง”

“อะ ไอ้บ้า ทะลึ่ง!” ฉันฟาดมือไปที่แขนล่ำของเขาทันที แต่อีตาบ้าเฟิร์สก็เอาแต่หัวเราะอยู่แบบนั้น ลามกที่สุดเลย ฉันถึงได้บอกไงว่าสมัยเรียนฉันกับหมอนี่ถึงเป็นไม้เบื่อไม้เมากัน และยัยกะเทยทึกปิงเนี่ย ไปพาหมอนี่มาอยู่กับฉันทำไม! ให้ตายเหอะ ลำพังเครียดเรื่องอาการหลับของตัวเองแล้วต้องมาเครียดทะเลาะต่อปากต่อคำกับหมอนี่อีก... เหนื่อยจริงๆ เลยเกิดเป็นยัยขิมเนี่ย

“พอเลย กลับกันได้แล้ว พามาออกกำลังกายก็ไม่ได้ผล งั้น... เอางี้ วันนี้พาไปเที่ยว”

“ไม่ไป ไม่อยากไปหลับอีก”

“เถอะนา คราวนี้ถ้าเธอหลับนะ ฉันยอมให้เธอตบฉันเลย”

“จริงนะ...”

“ล้อเล่น ไปเถอะ ทฤษฎีที่ฉันจะช่วยเธอ ยังมีอีกเยอะนะ ลองไปเรื่อยๆ” เฟิร์สลุกขึ้นและยื่นมือมาตรงหน้าฉันเพื่อฉุดให้ฉันลุกขึ้นยืน แต่ฉันก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างระอากับอาการของตัวเอง

พรึบ!

“อะไรของนาย?”

“อมยิ้มรสมะนาว รสโปรดฉันเลยนะ... กินซะสิ ฉันให้”

“ฉันไม่ใช่เด็กนะ”

“เอาไปเถอะ ฉันไม่เคยให้อมยิ้มใครนะ เธอคือคนแรกที่ฉันยอมเสียสละให้ เอาไป... แกะให้แล้ว อ้าปาก”

“ฉันไม่... อื้อ ไอ้อ้า!” ฉันตีไหล่หนาทันทีอย่างแรง เพราะหมอนี่ยัดอมยิ้มเข้าปากฉัน ชิ แต่รสชาติของอมยิ้มรสมะนาวมันทำให้ฉันตื่นตัวจริงๆ นะ รสเปรี้ยวอมหวาน โหย เข็ดฟันชะมัด

“อร่อยไหม คราวหลังจะแบ่งให้กินอีกนะ ยัยจิ๋ม” เฟิร์สหันมามองฉันและวางมือไปที่ศีรษะของฉันทันที จนฉันได้แต่เงยหน้ามองใบหน้าด้านข้างที่ไม่สนอะไร แต่กลับพาฉันขึ้นรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ที่หมอนี่ซื้อมาสดๆ ร้อนๆ เมื่อเช้า ฉันนั่งซ้อนท้ายเขาก่อนจะวางมือไปที่ไหล่หนา มองไปที่ต้นคอขวาที่มีรอยสักเป็นรูปทรงคล้ายๆ นาฬิกาทรายสองอันติดกัน ตอนนั้นที่เรียนอยู่ หมอนี่ยังไม่ได้สักนี่นา

“นายสักตั้งแต่ตอนไหนเนี่ย?”

“ก็หลังจากไปเรียนที่เมืองนอก... มีอะไร?”

“เปล่า แค่สงสัยว่าทำไมสักเป็นแค่ลายเส้นสีดำ เหมือนทรงนาฬิกาทรายสองอันติดกันล่ะ? มีความหมายเหรอ?” ฉันมองเฟิร์สที่ยักไหล่อย่างกวนๆ ก่อนจะสวมหมวกกันน็อคและขับรถออกไปทันที จนฉันแยกเขี้ยวใส่เขา อยากจะทุบหัวให้แบะซะ! ถามแค่นี้ทำไม่ตอบ

เฟิรส์พาฉันมาที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ก่อนจะเดินล้วงกระเป๋ากางเกง นำฉันไปร้านเสริมสวยแห่งหนึ่ง และแน่นอนว่าฉันได้แต่งุนงงว่าหมอนี่เข้าร้านเสริมสวยด้วยเหรอ? แต่ใบหน้าหล่อกลับหันมายิ้มให้ฉัน และตรงไปคุยกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ยิ้มพลางส่งสายตามามองฉัน จนฉันหันไปมองด้านหลังตัวเอง... แบบว่าบางที เขาอาจจะมองคนอื่นที่ไม่ใช่ฉันก็ได้นี่นา ไม่อยากหลงตัวเองว่าสวยอะไรทำนองนี้ง่ะ โฮะๆ ร่างสูงของเฟิร์สเดินตรงมาฉัน แต่ด้วยความสูงของหมอนี่ เลยทำให้ฉันต้องเงยหน้ามองเขา ให้ตายเหอะ คนอะไรสูงชะมัด! และคนอะไรเตี้ยชะมัด (ฉันเอง)

“ไปได้แล้ว”

“ไปไหน?”

“ไปทำผมไง วันนี้เธอจะต้องเปลี่ยนลุคบ๋องๆ ของเธอได้แล้ว...”

“จะบ้าเหรอไง! ฉันไม่ทำอะไรทั้งนั้น นายอย่ามาบังคับฉันนะ มาช่วยเรื่องอาการของฉัน ไม่ได้ให้มาเปลี่ยนแปลงตัวฉันนะ” ฉันตะคอกเฟิร์สที่ถอนหายใจออกมา ก่อนจะดึงมือฉันไปนั่งที่หน้ากระจกทันที สายตาของฉันมองตัวเองในกระจก ก็พบว่าใบหน้าของตัวเองก็ไม่ใช่ว่าดูไม่ดีนะ ทรงผมที่ยาวประบ่าก็โอเค แค่ว่ามันตรงเรียบโดยที่ฉันไม่ค่อยสนใจสักเท่าไหร่ เฟิร์สจับไหล่ฉันไว้ทั้งสองข้าง ก่อนจะก้มใบหน้าลงมาข้างๆ ใบหน้าของฉัน

“ไม่ได้ให้เปลี่ยนตัวเอง แค่เพิ่มเติมความเป็นผู้หญิงให้เธอนิดหน่อยเองนะ”

“แล้วฉันไม่เป็นผู้หญิงหรือไงเล่า”

“เป็น แต่เธอมัวแต่สนใจเรื่องอาการหลับทุกที่ของตัวเอง จนลืมดูแลตัวเองไปด้วยต่างหาก”

“...”

“เอานา หรือไงไม่กล้าอะดิ กลัวทำออกมาแล้วหน้าตาจะแย่กว่าเดิมหรือไง?”

“นี่! อย่ามาดูถูกกันนะ”

“ก็พิสูจน์สิ ถ้าทำออกมาแล้วทำให้ฉันอึ้งได้นะ ฉันจะยอมให้เธอจูบฉันหนึ่งที ดีมะ?”

“จะบ้าหรือไง ใครเขาอยากจะจูบกับนายกัน ไอ้หื่น” เฟิร์สหัวเราะออกมา ก่อนจะยีผมฉันแต่ฉันปัดมือหนาออกไป เฟิร์สเดินไปนั่งที่โซฟารับแขก สาวสวยสองคนก็เดินมาหาฉันก่อนจะจัดการรวบผมฉัน แถมยังบอกด้วยว่าจะเปลี่ยนสีผมของฉันที่เป็นสีดำให้เป็นสีอื่นด้วย ความจริงฉันไม่รู้จะเปลี่ยนสีอะไร พี่ช่างทำผมก็เลยเลือกให้ฉันเป็นสี Mocha Brown เป็นสีน้ำตาลอ่อน ฉันก็ไม่เคยย้อมผมเลยนะในชีวิต แต่ถ้าเปลี่ยนแล้วออกมาดีก็ดีไป ถ้าไม่ดีก็ตายอนาถอยู่ที่ร้านเนี่ยล่ะ!

ระหว่างที่ทำผมไป ฉันก็เกิดอาการง่วงนอนขึ้นมาอีกครั้ง เพราะการทำผมมันต้องนานอยู่แล้วใช่ปะ ดังนั้นฉันก็เลยเผลอหลับไปในขณะที่พี่ๆ กำลังทึ้งผมฉันกันอย่างเมามันส์ จนกระทั่งฉันตื่นขึ้นมาก็กวาดสายตามองไปที่กระจก ก็ตกใจทันทีกับคนในนั้น

“เว้ย ใครกันเนี่ย?”

“อ้าวตื่นแล้วเหรอคะ เสร็จพอดีเลย น้องน่ารักดีนะคะ...”

“นะ หนูเหรอ?”

“ใช่จ๊ะ ในกระจก... คือน้องไงคะ” ใบหน้าของฉันเหวอไปทันทีที่มองตัวเอง ใช่ มันแตกต่างราวกับว่าฉันไปศัลยกรรมมาเลยทีเดียว ใบหน้าของฉันรับเข้ากับสีผมน้ำตาลอ่อนที่ฉันบอกว่ามันจะออกมาไม่ดีหรือเปล่า แต่เกินคาดนะ มันออกมาดีมากๆ แถมทรงผมของฉันที่เคยตรงตอนนี้ ช่างก็ได้เซตให้มันดูยุ่งๆ ด้านใน ปลายผมก็ดัดเป็นลอนคลายเล็กน้อย ว้าว... ยัยขิม! นี่แกจริงๆ เหรอเนี่ย?

“เสร็จยังยัยจิ๋ม...?”

น้ำเสียงเข้มดังขึ้นจากด้านหลังฉัน เฟิร์สที่เดินมาก็หยุดชะงักทันที มองฉันที่อยู่ในกระจกอย่างอึ้งๆ สายตาคมจ้องดวงตาของฉัน ที่ตอนนี้ความรู้สึกมันแปลกจริงๆ ที่เขามองฉันแบบนั้น ฉันหมุนเก้าอี้ไปมองร่างสูงที่ยกมือดึงอมยิ้มที่อยู่ในปากออกไป ก่อนจะยกยิ้มขึ้นมา

“เหอะ นี่มัน... เปลี่ยนจากหนูท่อเป็นหนูนาเหรอเนี่ย”

“หะ หุบปากไปเลย เสร็จแล้วจะกลับได้ยัง?”

“ยัง ฉันต้องพาเธอไปซื้อเสื้อผ้าอีก ตามมา” ฉันลุกขึ้นแยกเขี้ยวใส่เฟิร์สที่จ่ายเงิน ก่อนจะเดินนำฉันไปที่ร้านเสื้อผ้าของผู้หญิง หมอนั่นเดินไปคุยกับพนักงานสาวที่กำลังส่งยิ้มหวานให้ และเดินมาหาฉันที่นั่งรออยู่

“ฉันเลือกเสื้อผ้าให้แล้วนะ วันนี้เธอต้องใส่ชุดนี้ไปเที่ยวกับฉัน”

“เออ ไม่เห็นจะต้องซื้อใหม่เลยนะ ที่ห้องฉันก็มีเสื้อผ้าเยอะแยะ...”

“เหรอ? เสื้อยืดคอกลมย้วยๆ กับกางเกงขาสั้นอุบาทว์ๆ แบบนั้น เธอคิดจะใส่ไปเที่ยวหรือไง?”

“ไอ้บ้า! อย่ามาว่าเสื้อผ้าฉันนะ” เฟิร์สยักไหล่อย่างไม่สนใจฉัน ที่กำหมัดแน่นกับคำพูดเจ็บๆ แสบๆ ของหมอนั่นขอแช่งให้ไอ้บ้านี่ อมยิ้มติดคอตาย เพี้ยง! ฉันแทบจะกระโจนจิกหัวหมอนี่ ถ้าพนักงานไม่เรียกเขาไปคิดเงินค่าเสื้อผ้า เฟิร์สหันมามองฉันอย่างเจ้าเล่ห์

“อะไร? มีอะไร...”

“ฝากอมยิ้มหน่อย”

“ไม่ระ... อื้อ!”

ฉันที่กำลังจะปฏิเสธก็ถูกอมยิ้มที่เฟิร์สเอาออกจากปากเขามายัดใส่ปากฉันทันที จนฉันตกใจ กรี๊ด! ไอ้โรคจิต ตัวเองอมแล้ว ยังจะเอามาให้ฉันอมอีก จะสกปรกไปแล้วนะ ฉันที่กำลังจะดึงอมยิ้มออกจากปาก มองเฟิร์สที่เดินยิ้มกว้างมาแต่ไกลและ...

ฟุ่บ

จ๊วบ

“ฮ้า หวานดีจัง... ขอบใจที่รับฝากนะ ยัยจิ๋ม”

“อะ อะ”

“คราวหลังถ้าอมยิ้มมันเปรี้ยวไป ฉันจะฝากเธอให้ช่วยอมไว้ก่อนนะ มันจะได้หวานๆ”

“อะ อะ...” เฟิร์สดูดอมยิ้มต่อหน้าฉันและกอดไหล่ฉันให้เดินออกจากร้านเสื้อผ้าทันที แต่ฉันตอนนี้สิ ไปไม่เป็นเลยนะ มะ เมื่อกี้มันอะไรกัน? หมอนี่ดึงอมยิ้มจากปากตัวเองมาฝากฉัน และก็มาดึงอมยิ้มที่ปากฉันไปอมต่อ...?

กรี๊ด! นะ นี่ฉันมาอยู่กับตัวอะไรเนี่ย? หมอนี่มันหื่น มันทะลึ่ง มันโรคจิต แงๆ นังกะเทยทึกปิง แกทำฉันเป็นบ้า ว๊าก

เราสองคนกลับมาถึงที่คอนโด เฟิร์สก็เดินตรงเข้าห้องน้ำไปทันที โดยบอกว่าให้ฉันลองดูชุดในถุง ฉันหยิบขึ้นมาดูก็พบว่าชุดที่หมอนี่เลือกให้ฉัน มันเป็นเสื้อเชิ้ตขาวบางซีทรูหลายดอกกุหลาบสีดำ พร้อมกับกางเกงยีนขาดๆ สีซีดขาสั้น และมีรองเท้าส้นสูงสีดำด้วย จะบ้าหรือไง? หมอนี่กำลังจะพาฉันไปไหนเนี่ย ฉันนั่งรอเฟิร์สที่เข้าไปอาบน้ำสักพัก หมอนั่นก็ออกมาทั้งตัวเปียกๆ แต่มีผ้าขนหนูสีขาวปกปิดร่างกายท่อนล่างไว้ แต่ที่ทำให้ฉันตาค้างคือซิกแพคของหมอนี่ที่เป็นมัดๆ กับรอยสักที่ลวดลายสวยงามบนแผงอก

“โอ้ว”

“อะไรกันยัยจิ๋มเล็ก ลามกจริง”

“อะ เออ บ้าเหรอ ฉันแค่...”

“แค่จ้องซิคแพคนายเพลินไปหน่อย จะพูดแบบนี้ใช่ปะ?” มันเป็นหมอดูหรือไงวะเนี่ย!? ฉันรีบส่ายหน้าไปมา แต่อุณภูมิที่ใบหน้าตอนนี้มันกลับร้อนขึ้นมาน่ะสิ แล้วมันเกิดขึ้นได้ไงล่ะ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าฉันจะกำลังเขินหมอนี่เหรอ? ไม่นะ ก็แค่หมอนี่มันดูฮอตและเซ็กซี่ ว๊าก! และจะไปชมมันทำไมเนี่ย หมอนี่ก็แค่มนุษย์ผู้ชายหื่นกามคนหนึ่งก็เท่านั้นนี่นา

“ไปอาบน้ำได้แล้วไป เปลี่ยนเป็นชุดที่ฉันซื้อให้ด้วย”

“เออ!” ฉันรีบลุกไปทันที แต่ทว่า... หมอนี่ที่ออกมากจากห้องน้ำด้วยสภาพที่เปียกแฉะพื้นแบบนี้ ทำให้ฉันที่วิ่งจะเข้าห้องน้ำไป ทรงตัวไม่อยู่เพราะตอนนี้กำลังจะลื่นหงายหลังน่ะสิ

หวืด

“อะ เฮ้ย... เฟิร์ส!”

“ขิม ยัยบ้าเอ๋ย!”

พรึบ~

ตุ้บ

“โอ๊ย...”

ไอ้เสียงตุ้บ คือเสียงที่ฉันล้มทับตัวหมอนี่ แต่เสียงก่อนหน้านั้นสิ? เสียงพรึบ มันคือเสียงที่ฉันหันไปมองเฟิร์สและกำลังจะหงายหลัง มือของฉันไขว่คว้าไปตามอากาศและดันไปกระชากอะไรสักอย่างติดมือมาด้วย

แต่ตอนนี้ใบหน้าของฉันกับเฟิร์สอยู่ห่างกันไม่กี่คืบเองนะ สายตาคมลืมตาขึ้นมองฉันอย่างนิ่งๆ เนิ่นนานแค่ไหนที่เราสองคนยังคงจับจ้องมองกันอยู่แบบนั้น โดยที่ไม่มีใครพูดอะไรออกมา... ฉันจ้องมองใบหน้าหล่อที่พ่นลมหายใจรดอยู่ที่ริมฝีปากของฉัน แต่ทันใดนั้นฉันก็หลุดจากภวังค์กับความรู้สึกที่ว่า อะไรบางอย่างกำลังดุนดันอยู่ระหว่างขาของตัวเอง

“อะ อะไร... มันทิ่มน้องสาวฉันอยู่เนี่ย?”

“หึ”

“เฟิร์ส” ใบหน้าหล่อยกยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะกอดเอวฉันแน่น โน้มใบหน้าขึ้นมาที่ข้างหูของฉัน รับรู้ถึงลมหายใจร้อนที่รดอยู่ ขนในกายของฉันลุกขึ้นทันทีกับสัมผัสในครั้งนี้

“ก็น้องชายฉันไง ยัยจิ๋มเล็ก ฮ่าๆ”

“กะ กรี๊ดดดดดดดดด!”

ปึก

“อั่ก จะ เจ็บนะเว้ย... โอ๊ยย!”

“อะ เออ...”

“ถ้าน้องชายฉันเป็นอะไรไป เธอตายแน่ยัยจิ๋ม!” ฉันรีบกระเด้งตัวขึ้นทันที ก่อนจะหันหน้าหนีร่างหนาที่นอนกุมน้องชายตัวเองอยู่ด้วยสภาพเปลือยเปล่า ที่ฉันใช้เข่ากระทุ้งไปโดนน้องชายของเฟิร์สเต็มๆ ฉันไม่เห็นนะ... ฉันไม่เห็นจริงๆ นะ ฉันไม่เห็นอะไรของหมอนั่นที่มันยาวๆ และก็... แว้กกกก! ม่ายยยยยยยยย

“ไอ้โรคจิต นายมันลามก! สูญพันธุ์ไปซะก็ดี ยี้...”

“กลับมานี่นะเว้ย โอ๊ย... คอยดู ฉันจะเอาคืนเธอ ยัยจิ๋มเล็ก”

ฉันปิดประตูห้องน้ำทันที พร้อมกับยกมือมาทาบที่อก ระดับการหายใจตอนนี้เรียกได้เลยว่าเหนื่อยโคตรๆ ยังกับไปวิ่งมาราธอนมายังไงยังงั้น ฉันหันหน้าไปมองกระจกก็พบว่าใบหน้าของตัวเองกำลังแดงอยู่ ใช่... แดงแบบแดงเลย ตายแล้ว! นี่ฉันหน้าแดงเพราะไอ้บ้าหื่นกามเฟิร์สงั้นเหรอ? แง รู้ถึงไหนอายถึงนั้นเลย ฉันหน้าแดงให้ไอ้คู่กัดตลอดกาลแบบนั้นได้ไงเนี่ย เพราะหมอนั่นทำให้น้องสาวของฉันต้องมีมลทิน ไปโดน... ยี้ เฟิร์สนายมันโรคจิต!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป