บทที่ 5 I LIKE YOU :: CHAPTER 3 [100%]
I LIKE YOU
3
ในขณะที่ฉันกำลังอาบน้ำและมองชุดที่แขวนอยู่ที่ราว ก็ได้แต่ส่ายหน้าไปมา ความจริงเสื้อผ้าแบบนี้ฉันไม่เคยใส่เลยสักครั้งนะ ปกติฉันจะเป็นพวกแต่งตัวเซอร์ๆ หน่อย หรือง่ายๆ เลยก็ที่นังกะเทยทึกปิงเรียกเซอร์ถุนไง? ฉันถอนหายใจออกมา ก่อนจะหยิบเสื้อเชิ้ตขาวบางซีทรูมาดู ก็สวยดีนะ ถ้าไม่ติดว่าโป๊ไปนิด ฉันหยิบเกาะอกสีดำมาสวมก่อนและตามด้วยเสื้อเชิ้ตซีทรูติดกระดุมจนถึงคอ และตามด้วยกางเกงขาสั้นยีนขาด เออ... ดูไปดูมา ฉันก็มีน้ำมีนวลเหมือนกันนะ แต่งตัวแบบนี้ก็ดูดีไปอีกแบบ ที่สำคัญ ทรงผมทรงใหม่ก็เพิ่มความมั่นใจให้ฉันด้วย
ปังๆ
“แว้ก!”
“ให้ไปอาบน้ำนะยัยจิ๋ม ไม่ได้ให้ไปหลับ”
“รู้แล้วนา เสร็จแล้วๆ” ฉันถอนหายใจออกมาอย่างตกใจกับเสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นมา ก่อนจะเปิดประตูออกไปก็เห็นร่างสูงของเฟิร์สที่สวมกางเกงขาเดฟสีดำ กับเสื้อเชิ้ตสีขาวที่เผยอกล่ำๆ ผมสีดำก็เสยขึ้นไป จนเห็นใบหน้าหล่อชัดเจนขึ้น ใบหูซ้ายก็มีต่างหูสีดำติดเต็มใบหู ไหนจะรอยสักที่ต้นคอขวาอีก โอ้ว... หล่อมาก!
“จะจ้องอีกนานไหมยัยจิ๋มเล็ก หลับอยู่หรือไง?”
“เปล่าสักหน่อย แค่แบบ ไม่เคยแต่งตัวแบบนี้ก็เลย...”
“ไม่มั่นใจ” เฟิร์สตอบแทนฉัน ก่อนจะเดินมาหยุดตรงหน้าฉันทันที ใบหน้าหล่อก้มลงจนเสมอกับใบหน้าของฉัน ปากก็ดุนดันอมยิ้มไปมา ริมฝีปากกระตุกยิ้มจนฉันได้แต่มองว่าหมอนี่จะทำอะไรแพลงๆ อีกหรือเปล่า?
“เอางี้ หลับตาสิ ฉันเรียกความมั่นใจให้”
“ไม่ เดี๋ยวนายเล่นอะไรแพลงๆ อีก”
“เถอะนา ไม่ทำอะไรพิเรนทร์แน่ สาบานให้มดกัดตายเลยเอ๊า”
“อย่ามาไร้สาระ ฉันไม่หลับหรอก” ฉันเดินสวนเฟิร์สไป แต่ทว่ามือของเขากลับคว้าต้นแขนฉันไว้ ทำให้ฉันหันไปมองใบหน้าหล่อที่ตอนนี้มือทั้งสองข้างกำลังจับไหล่ฉันไว้อย่างแนบแน่น
“หลับตาหน่อยนะขิม”
“...”
“ไม่ทำอะไรแน่นอน สัญญา”
“แน่ใจนะ เพราะถ้านายทำอะไรพิเรนทร์อีก ฉันสัญญาเลยว่าจะถลกหนังหน้านายมาเหยียบเล่นแน่!” ว่าแล้วฉันก็ค่อยๆ หลับตาลงทันที และรับรู้ว่ามือของเฟิร์สได้ปล่อยจากไหล่ฉันแล้ว แต่ทว่าความเงียบกลับเข้ามาปกคลุมแทน จนฉันขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ
แชะ
“เอ๋? ทำอะไรของนาย”
จุ๊บ~
ความรู้สึกที่หน้าผาก ทำให้ฉันตกใจเมื่อรับรู้ถึงริมฝีปากร้อนๆ ของเฟิร์สที่จูบลงมาที่หน้าผากของฉันอย่างแผ่วเบา จนฉันโกรธลืมตาขึ้นมองใบหน้าหล่อที่แสยะยิ้มอยู่อย่างกวนบาทา
“เฟิร์ส! นายมันฉวยโอกาสอีกแล้วนะ”
“อะไร? ก็เรียกความมั่นใจให้เธอไง ไม่ดีเหรอ รู้สึกโอเคยัง”
“เหอะ รู้สึกแย่กว่าเดิมน่ะสิ... ทีหลังอย่าทำแบบนี้กับฉันนะ ฉันไม่ชอบ”
“...”
“ถ้าจะทำแบบนี้ ไปทำกับผู้หญิงของนายนู้น นายมันหื่น บ้ากาม ฉันโคตรไม่ชอบนายเลย รู้ไว้ด้วย!” ฉันตะคอกร่างหนาและเดินสวนเขาไปทันที หมอนี่มันเป็นโรคจิตหรือไง? แม้แต่เพื่อนก็ไม่เว้นเลย (ได้ข่าวว่าเธอไม่รับเขาเป็นเพื่อนไม่ใช่เหรอ?) ผู้ชายแบบเฟิร์สฉันไม่เคยชอบเลยสักนิด ผู้ชายที่ชอบทำตัวรุ่มร่ามกับผู้หญิงที่ไม่ใช่คนรักของตัวเองแบบนี้ มันเห็นแก่ตัวชัดๆ
“นี่ยัยจิ๋ม... มีคนจะแนะนำให้รู้จัก”
“เอ๋? ใครเหรอปิง”
ฉันกับปิงปองเรียนอยู่มหาลัยปีหนึ่ง ฉันกับปิงปองเรียนคณะนิเทศฯ ด้วยกัน แต่ตอนนั้นปิงปองได้แนะนำเพื่อนของปิงปองให้ฉันรู้จัก
“นี่เฟิร์สเพื่อนฉัน ส่วนเฟิร์สนี่เพื่อนสาวฉัน ชื่อขิม”
ฉันในตอนนั้นเงยหน้าสบตากับร่างสูงของผู้ชายคนหนึ่งที่หน้าตาดี หล่อเหลาและดูเจ้าเสน่ห์ กำลังส่งยิ้มให้ฉัน แต่ทว่า... ฉันไม่เคยชอบหน้าเขาเลยสักนิด แต่จะทำยังไงได้ ในเมื่อเขาเป็นเพื่อนกับปิงปองเพื่อนของฉัน
“ยินดีที่ได้รู้จักนะ ขิม”
“อืม เช่นกัน”
เฟิร์สทักทายฉันด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม จนแล้วจนเล่า เราสามคนก็มักจะมานั่งที่โต๊ะหินอ่อนด้วยกันทุกวันจนเป็นกิจวัตร แต่สิ่งที่ทำให้ฉันกับเฟิร์สเป็นไม้เบื่อไม้เมากัน ก็เพราะหมอนี่มันชอบปากเสียเสมอๆ ไง
“ปิงปอง ดูพี่ตั้มสิ น่ารักเนาะ... ฉันชอบพี่เขาจัง อ๊าย”
“เหอะ ไม่เห็นจะหล่อเลย สู้ฉันก็ไม่ได้”
“ใครขอความเห็นนายไม่ทราบ”
“ไม่มี แค่อยากออกความเห็น... ทำไม? แตะไม่ได้หรือไง อย่างพี่เขาไม่มีวันมองเธอหรอก ยัยบ๋อง!”
“ไอ้บ้าเฟิร์ส!”
“เฮ้ยๆ พวกแกสองคนเนี่ยเป็นอะไรกันนักหนา ทะเลาะกันทุกวัน ไม่เบื่อหรือไง?”
และมักจะเป็นปิงปองทุกครั้งที่ห้ามทัพฉันกับเฟิร์สอยู่บ่อยครั้ง แต่ทว่า ความที่หมอนี่มันเจ้าเล่ห์ และกวนบาทา ทำให้ฉันสาบานต่อก้อนเนื้อที่หน้าอกอันน้อยนิดของตัวเองเลยว่า จะไม่ขอญาติดีกับเขาเด็ดขาด!
“แกก็หัดว่าเพื่อนแกบ้างสิ ยุ่งเรื่องคนอื่นเขาจริง เรื่องของตัวเองเอาให้รอดก่อนเหอะ... สาวๆ เนี่ยจะครบร้อยแล้วมั้ง?”
“แล้วเธอยุ่งอะไรด้วย? ฉันจะมีสาวอีกกี่คนมันก็เรื่องของฉัน”
“ใช่ ฉันจะชมพี่ตั้ม มันก็เรื่องของฉันเหมือนกัน เพราะฉะนั้นนายไม่มีสิทธิ์มาว่าพี่ตั้ม!” เฟิร์สจ้องมองฉันด้วยสีหน้ากวนๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับฉัน มองฉันด้วยสีหน้าเยาะเย้ย
“ยัยบ๋อง!”
“ไอ้บ้าเฟิร์ส... ฉันโคตรจะเกลียดนายเลย ให้ตายเหอะ”
“ทำอย่างกับฉันชอบเธองั้นแหละ ยัยจิ๋มเล็ก!”
ก็เพราะเจอกันทีไรก็ต้องมีเรื่องกันตลอด จนทำให้วันหนึ่งที่หมอนั่นออกจากมหาลัยกลางคันเพื่อไปเรียนต่อที่เมืองนอก เพราะครอบครัวหมอนี่ทนพฤติกรรมของเขาไม่ได้ ขนาดครอบครัวยังทนไม่ได้เลย แล้วสาวๆ พวกนั้น ทนได้ไงกัน? ช่างเถอะ
กลับมาปัจจุบัน
เราสองคนมาถึงสถานบันเทิงแห่งหนึ่งที่เรียกอีกอย่างว่าผับ ใช่... หมอนี่พาฉันมาผับ ที่สำคัญเราสองคนก็ไม่ได้คุยกันเลยตั้งแต่ออกมา เฟิร์สเดินนำฉันเข้าไปข้างในที่ตอนนี้เสียงเพลงและเหล่าบรรดานักท่องเที่ยวต่างพากัน เหวี่ยงตัวเต้นอย่างเมามันส์ ฉันแอบเห็นผู้หญิงคนหนึ่งเหวี่ยงหัวตัวเองสะบัดไปมา จนฉันกลัวเหลือเกินว่าคอเธอจะหลุดไหม? และนั่นอีก ผู้ชายคนนั้นกำลังทำอะไร? จับก้นผู้ชายกันเองเหรอ... ฉันควรเดินไปเตือนผู้ชายคนนั้นไหมว่าเขากำลังจะถูกลวนลามด้วยน้ำมือเพศเดียวกัน ฉันมองแผ่นหลังของเฟิร์สที่เดินไปถึงโซนที่นั่ง ก่อนที่เขาจะแทคมือกับผู้ชายสามสี่คนที่นั่งดื่มอยู่ พร้อมกับผู้หญิงสวยๆ อีกสามคน ใบหน้าหล่อพยักหน้าให้ฉันเดินมา
“เฮ้ย เด็กใหม่มึงหรือวะไอ้เฟิร์ส?”
“ใช่ที่ไหนเล่า เพื่อนของเพื่อนกู”
“เพื่อน? ฮ่าๆ เพื่อนเหรอ? ไม่มั้ง อย่างมึงเหรอจะมีเพื่อนน่ารักๆ แบบนี้... กูไม่อยากจะเชื่อเลย”
“ไม่เชื่อก็ตามใจ” เฟิร์สนั่งลงและกระดกขวดเหล้าเข้าปากทันที จนฉันทรุดตัวนั่งลงข้างเขา มองใบหน้าของเพื่อนเฟิร์สที่ส่งยิ้มมาให้
“ชื่ออะไรครับ? ผมเตอร์ ไอ้หัวลิ่มนั่นชื่อ... ช่างมันเหอะ แต่ไอ้ตัวหน้านิ่งที่ซุกนมอยู่ชื่อกี้ พวกเราเป็นเพื่อนไอ้เฟิร์สครับ”
“อ่อ ฉันชื่อขิม ยินดีที่ได้รู้จักนะ” ฉันพยักหน้ารับและมองคนที่ชื่อกี้ ที่เตอร์บอกว่ากำลังซุกนมอยู่? อย่าคิดลึกกันนะ เพราะว่าหมอนี่กำลังซุกไปที่หมอนรูปนมวัวต่างหาก ใครก็ช่างกล้าออกแบบนะนั่น... แต่ช่างเถอะ สถานที่แบบนี้ ฉันก็เพิ่งจะเคยมานะ ที่สำคัญฉันไม่มีอาการง่วงนอนเลยสักนิด
“ขิม ดื่มค็อกเทลเป็นไหม?”
“เอาสิ”
“จะกินทำไม?”
“ยุ่งอะไรด้วย ฉันจะกิน” เฟิร์สหรี่ตามองฉันที่แยกเขี้ยวใส่เขา ก่อนจะมองร่างหนาที่ลุกไปไหนก็ไม่รู้ จนกระทั่งฉันเข้าใจแล้ว หมอนั่นเดินไปหาหญิงสาวคนหนึ่งที่แต่งตัวสวยและเซ็กซี่มากๆ เหอะ ไม่ทิ้งลายสินะ... หมอนี่เคยคบผู้หญิงคนหนึ่งได้วันเดียวและก็เลิก พอวันรุ่งขึ้นกลับคบกับอีกคน จะว่าเขาแรดก็ได้นะ คำว่าแรดเนี่ยไม่ต้องใช้เฉพาะกับผู้หญิงหรอก สำหรับผู้ชายอย่างเฟิร์สมันสมควรใช้กับเขามากๆ เลยล่ะ
“เตอร์ ฉันขอค็อกเทลอีกสิ”
“จัดไปเลย สาวสวย” ฉันยิ้มให้เตอร์และนั่งกินค็อกเทลที่ตอนนี้หมดไปหลายแก้วแล้ว ตอนนี้ร่างกายของฉันเริ่มร้อนไปหมด มือของฉันปลดกระดุมเสื้อที่ติดคอออกไปสองเม็ด และคว้าแก้วค็อกเทลมาดื่มอีก... ฉันไม่หลับ? ใช่ ฉันไม่หลับ หรือทฤษฎีของหมอนี่จะใช้ได้นะ
“เฮ้ๆ ขิม พอแล้วมั้ง? เธอดื่มเยอะไปแล้วนะ”
“เยอะอาราย เอิ๊ก! ฮ่าๆ ไปเตอร์ หลาวไปเตนกาน มะ” ดวงตาของฉันพร่ามัวไปหมด ก่อนจะลุกขึ้นไปจูงมือเตอร์ออกไปเต้นทันที ฉันตะโกนไปมาอย่างสนุกสุดเหวี่ยง
“วู้ ฉานไม่หลาบ... เอิ๊ก ดีจายจาง ฮ่าๆ”
ร่างกายของฉันตอนนี้ร้อนรุ่มไปด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ ฉันเคลื่อนไหวร่างกายไปกับเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มไปทั่วผับ เสียงตะโกนของผู้คนเข้ามาในโซนประสาทของฉันทันที รู้สึกดีใจจังที่ฉันไม่หลับ... แบบนี้คงต้องมาเที่ยวที่นี่บ่อยๆ แล้วล่ะ
หมับ
เอวของฉันถูกคว้าไปด้วยมือหนาที่แข็งแกร่ง ก่อนที่ใบหน้าจะไปกระแทกกับอกของใครก็ไม่รู้ แต่ทำไมร่างกายของเขามันหอมแบบนี้นะ... จมูกของฉันดอมดมไปตามอกของเขา นิ้วมือของฉันก็เขี่ยไปตามแผงอกเปลือยเปล่า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับใบหน้าหล่อที่จ้องมองอยู่ แม้ว่าแสงไฟในนี้จะน้อยนิด แต่ฉันก็พอจะรู้ว่าเขาคือใคร?
“ยัยจิ๋ม เผลอแป๊บเดียวทำไมเมาแบบนี้วะ!”
“อึก ฮ่าๆ หล่อจังเลยอะ...”
“...”
“เน่ ฉันชื่อขิมนะ นายอย่าเรียกฉันว่าจิ๋มสิ เฟิร์สสุดหล่อ เอิ๊ก!”
“เธอเมามากเลยนะยัยจิ๋ม กลับได้แล้ว... เฮ้ย กูกลับก่อนแล้วกัน” ร่างของฉันถูกเฟิร์สลากออกมาจากสถานบันเทิง แต่เท้าฉันตอนนี้เดินไม่เป็นแล้วจริงๆ อย่างกับเป็ดเดินไงงั้นเลยนะ
“โหย เฟิร์สจ๋า ขิมเดินไม่ไหวแล้ว อึก วันนี้ขิมไม่หลับเลยนะ ขิมเก่งไหม ก๊ากๆ”
“ใช่ไม่หลับ แต่เมาอย่างหมา”
“หมาเหรอ? โฮ่งๆ บู้ว... แบบนี้หรือเปล่า”
“เหอะ ยัยรั่วเอ๋ย!” ฉันมองเฟิร์สที่ขึ้นคร่อมรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ ก่อนที่ฉันจะกระโดดซ้อนท้ายเขาและกอดเอวหนาแน่นทันที ซบใบหน้าลงกับแผ่นหลังของเขา รถของเฟิร์สแล่นออกไปพร้อมกับสายลมที่ปะทะเข้ากับใบหน้าของฉัน เฟิร์สแบกฉันขึ้นมาที่คอนโด ก่อนจะวางฉันลงบนเตียงนอน ใบหน้าหล่อยืนขมวดคิ้วอยู่แบบนั้น จนฉันยิ้มให้เขาอย่างยั่วยวน
“เฟิร์สสุดหล่อ นายหล่อจังเลย”
“เงียบไปเลยยัยจิ๋ม ฉันจะไปชงชาร้อนมาให้กิน”
“ไม่นะ...”
หมับ! เฟิร์สที่กำลังจะเดินออกไป ก็หยุดชะงักทันทีกับสิ่งที่ฉันทำ ตอนนี้ฉันกำลังกอดเขาจากด้านหลัง มือก็เริ่มซุกไซ้เข้าไปในแผงอกล่ำของเขา ก่อนจะจับร่างหนาให้เผชิญหน้ากับฉัน มือของฉันก็ค่อยๆ เลื่อนขึ้นไปโอบกอดคอหนาไว้ พร้อมกับกดท้ายทอยของเขาให้ใบหน้าของเขาแนบชิดกับฉัน
“จะทำอะไรของเธอยัยจิ๋ม?”
“งืม ไม่เอาสิเฟิร์ส ฉันรู้นะว่านายรู้...”
“...”
“ฉันอยากจูบนายจังเลย ขอจูบหน่อยนะ”
ว่าแล้วฉันก็ทำในสิ่งที่ตัวเองไม่รู้ตัวสักนิด ริมฝีปากของฉันประกบจูบลงบนริมฝีปากร้อนของเขา ด้วยความที่ฉันเมาและไม่ค่อยจะเป็นประสาเรื่องนี้ แต่ทว่า... ร่างหนากลับทำให้ฉันร้อนไปทั้งตัว เมื่อเขาจูบตอบฉันด้วยความร้อนแรงยิ่งกว่าเปลวไฟ มือหนาลูบไล้ขึ้นมาประคองใบหน้าฉันไว้แน่น บดขยี้จูบฉันอย่างรุนแรง จนฉันค่อยๆ เปิดปากอ้าขึ้นให้เขาได้แทรกลิ้นร้อนๆ ของตัวเองเข้ามาในโพรงปากของฉัน
เสียงลมหายใจของฉันหอบถี่ เมื่อรับรู้ถึงแผ่นหลังที่แตะอยู่บนเตียงนอน รสจูบที่เขากำลังทำให้ฉันละลาย รสจูบที่เขากำลังตักตวงจากปากฉันอย่างรุนแรง มือของฉันไปทุกที่บนร่างกายของเขา เลื่อนไปตามแผ่นหลัง จนมาถึงหน้าอกแกร่งที่ฉันแบะเสื้อเชิ้ตเขาออก จนร่างกายท่อนบนของเขาเปลือยเปล่า เราสองคนผละจูบจากกัน เฟิร์สหอบหายใจเหนื่อย ก้มใบหน้าลงมาที่ต้นคอของฉัน ริมฝีปากของเขาแตะลงผิวเนื้อจนร่างกายฉันร้อนรุ่มไปทั้งตัว
“อือ เฟิร์ส...”
“พอหรือยัง?”
“Zzz”
“เฮ้ ยัย... เหอะ หลับซะล่ะ” ขิมหลับไปตั้งแต่ที่เขากำลังลงรอยแดง แต่ทว่าเขากลับไม่ลงมัน มองใบหน้าจิ้มลิ้มที่หลับพริ้มพร้อมกับลมหายใจที่ถี่รัว ร่างหนาขยับร่างของขิมให้ติดกับกำแพง ส่วนตัวของเขาก็นอนข้างเธอ ก่อนจะดึงผ้าขึ้นห่มให้ร่างเล็กที่นอนหลับ จะเพราะฤทธิ์เหล้าหรืออะไรก็ตาม... แต่มันกลับทำให้เฟิร์สยิ้มให้กับขิมทันทีอย่างอ่อนโยน
ฉันพลิกตัวไปมาอย่างมึนๆ ก่อนจะนอนก่ายอะไรบางอย่างที่อุ่นและนุ่ม แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรทั้งนั้น เพราะตอนนี้อยากจะบอกเหลือเกินว่าฉันมึนหัวมาก! ให้ตายเหอะ เมื่อคืนฉันดื่มไปเยอะเลยใช่ไหมเนี่ย? มือของฉันเลื่อนคลำไปโดนอะไรบางอย่างที่ทำให้ฉันฉุกคิดขึ้นมาได้
นี่มันดวงตา?
หมับ~
นี่มันปาก...?
หมับ~
นะ นี่มัน... หัวนม? นมใคร ทำไมเล็กจัง? ดะ เดี๋ยวนะ...
ใบหน้าของฉันค่อยๆ เงยขึ้นไปมองสิ่งที่ตัวเองกำลังจับและบีบอยู่ก็เบิกตาโพลงด้วยความตกใจกับ ร่างกายมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบมากที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา แต่มันคุ้นมากเลยนะ... ฉันละสายตาจากหน้าอกแกร่งขึ้นไปมองใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังหลับอย่างสบายใจเฉิบ
“กะ กรี๊ดดดดดดดดดด!”
พลั่ก
ตุ้บ
“โอ๊ย... อะไรกันวะ! เจ็บตูดนะเว้ย อูย”
“นะ นายทำอะไรฉัน? ไอ้ลามก นายทำอะไรฉันเนี่ย!” ฉันรีบดึงผ้าห่มมาคลุมตัวทันทีที่ถีบเฟิร์สตกเตียง ใบหน้าหล่อบิดหน้าไปมาก่อนจะลุกขึ้นยืนกุมตูดตัวเองอยู่ เฟิร์สถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย
“ช่วยดูสภาพตัวเองด้วยนะว่าแบนๆ แบบนั้น ฉันจะไปกล้าทำอะไร”
“ไอ้...!”
“ทำอะไรกับเธอ ฉันไปมีอะไรกับโซฟาดีกว่า อูย”
“ไอ้ลามก! แล้วนายขึ้นมานอนที่เตียงฉันทำไมเล่า”
“ก็เธอ...”
“ทำไม? ฉันทำไม?” เฟิร์สเงียบไปทันที ก่อนจะส่ายหน้าไปมา ยกมือเสยผมตัวเองขึ้นไปอย่างหงุดหงิด จนฉันจ้องมองใบหน้าหล่อที่ดูจะสับสนกับคำพูดของตัวเอง
“ก็... เธออ้วกใส่เสื้อฉัน และที่สำคัญฉันเองก็ง่วงมาก ก็เลยนอนกับเธอ”
“เตียงก็อยู่ไม่ไกลยเลยนะ ทำไมไม่ไปนอนเตียงนายเล่า!”
“ขี้เกียจเดิน ไหนๆ ก็อุ้มเธอมานอนที่เตียงแล้ว ฉันก็เลย... นอนด้วยเลย”
“แน่ใจนะ ว่าไม่ได้ทำอะไรฉัน?”
“เธอควรจะถามตัวเองนะว่าฉันทำอะไรเธอหรือเปล่า?” ฉันมองเฟิร์สที่เดินตรงเข้ามาใกล้ฉัน ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาจนฉันรับรู้ได้ถึงลมหายใจของเขา
“เพราะเธอเป็นผู้หญิง น่าจะรู้ดีกว่าผู้ชายนะว่าจริงๆ แล้วฉันทำอะไรเธอหรือเปล่า?”
“ฟะ เฟิร์ส!”
“ปากเหม็นชะมัด ไปอาบน้ำไป”
“ไอ้บ้า!” เฟิร์สยกมือโบกไปมา พร้อมกับทำหน้าเหม็นบูดทันที จนฉันรีบวิ่งสวนเขาเข้าไปในห้องน้ำ ฉันสำรวจตัวเองก็พบว่าเสื้อผ้าอยู่ครบ แต่ทว่า... เมื่อคืน ทำไมฉันถึงรู้สึกว่ามันมีอะไรมากกว่านั้นล่ะ? อย่างกับว่าฉันกับเฟิร์สทำอะไรบางอย่างด้วยกัน จะบ้าเหรอ! ไม่ทำก็ไม่ทำ มันดีอยู่แล้วนี่น่า ขืนหมอนั่นทำอะไรฉันจริงๆ ฉันคงจะเสียใจไปตลอดชีวิตแน่ๆ คนอย่างหมอนั่นมันฟันไม่เลือก มีหญิงไม่ซ้ำกัน ใครได้เป็นแฟนซวยและเหนื่อยแน่ที่ต้องมาตามจับผิดผู้ชายอย่างเขา ฉันปัดความคิดบ้าๆ ของตัวเองออกไป แต่ทฤษฎีของเขาได้ผลจริงๆ ด้วยสิ... เอาเป็นว่า วันนี้จะพักยกก็แล้วกัน ถ้าเขาไม่กวนประสาทฉันก่อนนะ
ว่าแต่? ฉันปากเหม็นจริงเหรอ แง ไอ้เฟิร์สบ้า
หลังจากเข้าห้องน้ำขัดฟันตัวเองอยู่นานพอควร ฉันก็ออกมาจากห้องเก็บของและเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายของไอ้โรคจิตเฟิร์สอย่างหงุดหงิด จนกระทั่งไปเจอเข้ากับเสื้อเชิ้ตของเขาที่บอกว่าเมื่อคืนฉันอ้วกใส่เขา ความรู้สึกผิดเลยก่อขึ้นมา ฉันเลยกะว่าจะเอาเสื้อของเขาไปซัก แต่ทว่า... เสื้อของเขากลับไม่มีแม้แต่รอยอ้วกของฉัน แถมกลิ่นของเขาก็ยังคงติดอยู่ ไม่ได้มีกลิ่นอ้วกของฉันแต่อย่างใด
“ไม่ได้เลอะอ้วกเรา แล้วหมอนั่นบอกได้ไงว่าเราอ้วก?” ฉันขมวดคิ้วทันทีอย่างโมโห ทำไมหมอนั่นจะต้องโกหกฉันด้วยเนี่ย! เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ว่าแล้วฉันก็ออกจากห้องไปเท้าเอวอยู่ตรงหน้าเฟิร์สที่กำลังดูทีวีอยู่ พร้อมกับชูเสื้อให้เขาดู
“ไหนว่าฉันอ้วกใส่เสื้อนายไง...”
“ก็ใช่”
“แล้วทำไมเสื้อของนายถึงไม่มีรอยอ้วกฉันเลยล่ะ กลิ่นอ้วกก็ไม่มีด้วย”
“ฉันซักแล้ว”
“ซักอะไร? เมื่อกี้ฉันดมเสื้อดู ยังมีกลิ่นตัวนายติดอยู่เลย” เฟิร์สที่กำลังดูดอมยิ้มอยู่สบตาฉันทันที เออ? ฉันพูดอะไรออกไปนะ ดมเสื้อเขา? กลิ่นเขา? กรี๊ด! ตายแล้ว ฉันพูดบ้าอะไรออกไปเนี่ย ใบหน้าหล่อเจ้าเล่ห์ยกยิ้ม ก่อนจะลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับฉันที่ตอนนี้เบือนหน้าหนีสายตาของเขา
“กลิ่นตัวฉัน? นี่เธอจำแม้กระทั่งกลิ่นตัวฉันเลยเหรอ ยัยจิ๋ม”
“ปะ เปล่านะ! ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลย เรื่องอ้วกฉันเนี่ย ว่ายังไง?”
“ก็บอกไปแล้วไงว่าฉันซักเสื้อแล้ว เสื้อฉันแพงนะ ถ้าไม่ซักฉันก็ทิ้งไปแล้ว...” ฉันมองเฟิร์สที่ดูดอมยิ้มอย่างกวนประสาทฉันอย่างที่สุด ก็ได้นะ ในเมื่อไม่พูดว่ามีอะไรเกิดขึ้นก็ได้ อย่าให้ฉันรู้ทีหลังก็แล้วกัน ตายศพไม่หล่อแน่! ฉันนั่งข้างหมอนั่นอย่างหงุดหงิด ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าทันที
“นี่เฟิร์ส ทฤษฎีของนายใช้ได้ผล วันนี้ไปผับอีกนะ”
“ไม่ต้องเลย”
“ทำไมล่ะ? ฉันไม่หลับเลยนะเฟิร์ส ฉันว่ามันดี...”
“ไปเมาหัวราน้ำแบบนั้นได้ไง ถ้าจะหายก็ต้องหายด้วยวิธีที่มันดีๆ ไม่ใช่ไปเมาแบบนั้น” เฟิร์สผลักหัวฉันอย่างเบาๆ ก่อนที่ฉันจะทำปากจู๋ ก็จริงอย่างที่หมอนี่พูด
“ถ้าจะหายจากอาการหลับ เธอก็ต้องทำอะไรที่มันสามารถช่วยเธอได้จริงๆ”
“โห”
“และที่ฉันพาเธอไปเที่ยว ก็เพราะอยากจะรู้ว่ามันจะได้ผลไหม? ซึ่งได้ผลไง... เธอเมาเละ” ฉันทำหน้าหงอยๆ มองเฟิร์สที่หยิบสมุดจดสีดำของตัวเองขึ้นมาและขีดอะไรบางอย่างลงไป ฉันเลยชะโงกหน้าจะไปดูก็พบว่าเขาเอี้ยวตัวหลบและปิดสมุดลง
“ไม่มีมารยาทเลยนะยัยจิ๋ม”
“ก็อยากรู้ว่านายจะมีทฤษฏีอะไรอีกต่างหาก... ขี้หวงจังเลยนะ”
“ฉันจะคอยบอกเธอเอง ห้ามมาดูสมุดฉันแบบนี้นะเว้ย”
“ทำไม? สมุดจดบันทึกถึงสาวๆ หรือไง”
“เออน่ะสิ! ยุ่งจริง ยัยจิ๋มเล็ก” เฟิร์สทำหน้าหงุดหงิดจนฉันแยกเขี้ยวใส่เขา แล้วจะทำยังไงต่อล่ะ? ไอ้นู้นก็ไม่ได้ ไอ้นี้ก็ไม่ได้ พอดี ฉันก็ไม่หายจากอาการบ้าบอคอแตกนี้สักที! ฉันกอดอกอย่างอารมณ์เสีย หันไปมองเฟิร์สที่จ้องหน้าฉันอยู่ก่อนแล้วอย่างนิ่งๆ
“มีอะไรอีกล่ะ?”
“จะว่าไป ฉันก็มีอีกวิธีหนึ่งนะ ที่พอจะช่วยเธอได้...”
“เอ๋? อะไรเหรอ บอกมาเลย ฉันยอมทำทุกอย่างเลย” ฉันรีบกระเด้งตัวนั่งขัดสมาธิ มองเฟิร์สที่เอียงคอมองฉันด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์ ไอ้สีหน้าแบบนี้ ฉันไม่ค่อยไว้ใจเลยแหะ ใบหน้าหล่อยกยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ฉันจนรับรู้ถึงลมหายใจร้อนผสมกับอมยิ้มรสมะนาวที่หมอนี่ดูดอมอยู่
“ฉันว่าเธอทำได้แน่”
“แล้วมันอะไรเล่า บอกมาเร็วๆ สิ”
“ทฤษฎีจะช่วยไม่ให้เธอหลับที่ไหนอีก คือ...”
“ไอ้บ้าบอกมาเร็วดิ ฉี่ฉันจะราดแล้วนะ” เฟิร์สยิ้มออกมา ก่อนจะดึงอมยิ้มออกจากปากเอื้อมมือมาจับต้นคอฉันไว้และกดลงมาใกล้กับใบหน้าของเขา ตอนนี้ฉันเบิกตาโพลงด้วยความตกใจกับสิ่งที่เขาทำ ระ หรือว่าหมอนี่จะ... จะ จูบฉันเหรอ? บ้าเหรอไง! จูบของฉันมีไว้ให้พี่ตั้มคนเดียวนะ ไม่ได้นะ ไอ้บ้าหื่นกาม! ฉันพยายามหลบใบหน้าหล่อที่ยกยิ้มอยู่แบบนั้น จนกระทั่งเฟิร์สจ้องตาฉันด้วยสายตาที่ไม่ต้องบอกเลยว่าไอ้หมอนี่มันกำลังคิดอะไรพิเรนทร์ๆ อยู่
“ถ้าเธอหลับต่อหน้าฉันเมื่อไหร่... ฉันจะปล้ำเธอ”
“!”
“ไม่ว่าฉันจะเจอเธอหลับอยู่ที่ไหน หรือเธอจะหลับต่อหน้าฉัน ถ้าฉันเห็น... ฉันจะปล้ำเธอทันที ไงโอเคไหม?”
เพียะ
“โอ๊ย ยัยบ้าตบมาได้ เจ็บนะเว้ย!”
“พะ พูดบ้าอะไรของนายเล่า! อย่าคิดแม้แต่จะทำแบบนั้นนะ”
“ฉันทำจริงแน่ ก็ลองดูแล้วกันยัยจิ๋ม... ถ้าเธอหลับต่อหน้าฉันเมื่อไหร่ ได้เป็นเมียฉันสมใจแน่ ฮ่าๆ”
ผัวะ
“อ๊าก... ยัยจิ๋ม!” ฉันบีบคอเฟิร์สทันทีอย่างโมโหปนเขินอาย ไม่รู้ว่าอะไรเข้าสิงหมอนี่ให้พูดจาลามกแบบนี้ เฟิร์ส ต่อสู้กับฉันอยู่บนโซฟาจนเราทั้งคู่หอบเหนื่อย มองหน้ากันไปมา
“นะ นายมันลามก อย่าหวังว่าจะได้ทำแบบนั้นนะ!”
“ก็แล้วไม่ได้หรือไง? เธอบอกเองนะว่าจะทำตามทฤษฏีของฉัน เพราะงั้นเธอต้องทำตาม”
“ไม่”
“ต้องทำ ไม่งั้นเธอจะหายจากอาการนี้หรือไงขิม” เฟิร์สมองฉันด้วยสีหน้าจริงจัง ก่อนจะลุกเดินไปหยิบน้ำมาสองขวด ส่งให้ฉันและตัวเองก็ยกน้ำขึ้นดื่ม คนบ้าอะไรขนาดท่ากินน้ำยังดูหล่อเลย! หึย หมั่นไส้
“หรือเธอไม่มั่นใจในตัวเอง”
“...”
“เธอต้องมั่นใจในตัวเองนะขิม เพราะถ้าฉันไม่ทำแบบนี้ เกิดเธอไปหลับฟุบที่ไหน? ไม่กลายเป็นเมียคนอื่นเหรอ”
“แง”
“อย่างน้อยหลับต่อหน้าฉัน ก็ยังเป็นเมียฉันนะ ก๊ากๆ”
“ไอ้บ้าเฟิร์ส!” ฉันเอาขวดน้ำตีไหล่หนาทันที ก่อนที่เขาจะขำออกมา มันก็จริงนะ เหตุผลที่เฟิร์สยกขึ้นมามันก็ถูก แต่จะให้ฉันทำยังไงได้เล่า... จะต้องทนตาแข็ง ห้ามหลับต่อหน้าหมอนี่งั้นเหรอ? อันตรายมาก หมอนี่มันได้ฉายาฟันหญิงไม่เลือกนะ คลำดูไม่มีหางก็เอาหมดเลย แล้วฉันที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับเขา จะเหลือเหรอ
“แต่นายแค่พูดขู่ฉันใช่ไหม?”
“ใครว่าขู่ ฉันเอาจริงต่างหาก” เฟิร์สยกยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะนั่งลงโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ฉัน จนเราสัมผัสได้ถึงลมหายใจกันและกันอีกครั้ง ใบหน้าหล่อกวาดสายตามองฉันไปทั่ว และฉันเหมือนจะเห็นแววตาของเฟิร์สที่มันดูอ่อนลง แต่ก็กลับมาแข็งอีกครั้ง พร้อมกับจิ้มหน้าผากฉันทันทีอย่างแรง
“เป็นเมียฉันดีจะตาย ฉันหล่อ ฉันรวย ไม่ดีตรงไหนล่ะฮึ?”
“ก็ไม่ดีตรงที่นายมันกะล่อนไง!”
“ผู้ชายก็เป็นกันทุกคนอะ”
“ยกเว้นพี่ตั้มคนเดียวเท่านั้น ส่วนนายไม่เคยจริงจังกับใครหรอก... เลิกกับคนนู้น ก็ไปคบกันคนนี้ เจ้าชู้ประตูดิน ฉันคนหนึ่งละที่ไม่อยากเป็นเมียนาย แบร่” ฉันแลบลิ้นใส่เฟิร์สที่อึ้งกับคำพูดของฉัน ก่อนจะหันหน้าหนีทันที เฮ้ย? อะไรกัน ฉันแค่พูดเรื่องจริง หมอนี่ไม่เห็นจะต้องงอนฉันเลยนะ ปกติเราทะเลาะกัน ด่ากันมากกว่านี้อีกนะ... ฉันขยับตัวเข้าไปใกล้ๆ เฟิร์สและจิ้มนิ้วไปที่แผ่นหลังของเขา
จึกๆ
“นี่ เป็นอะไรเนี่ย ถึงฉันจะไม่อยากเป็นเมียนาย แต่มีผู้หญิงมากมายอยากจะเป็นเมียนายนะเฟิร์ส”
“...”
“นี่อย่ามางอนไม่เข้าเรื่องนา อย่างนายเวลางอนเนี่ย ไม่ได้น่ารักเลยนะ น่าถีบด้วยซ้ำ”
เงียบ...
ไอ้บ้าเฟิร์สยังคงเงียบ ย๊าก! โมโหแล้วนะ ได้เล่นแบบนี้ใช่ไหม งั้นเจอลูกโมโหฉันหน่อยแล้วกัน ฉันลุกขึ้นไปยืนตรงหน้าเฟิร์สที่เงยหน้ามองฉันแวบหนึ่งก็เบือนหน้าหนีทันทีเลย ได้ นายจะเอาแบบนี้ใช่ไหมเฟิร์ส จัดให้! ลูกโมโหของฉันที่มันยิ่งกว่าพายุ นายจะได้เห็นว่าไม่ควรมางอนกับคนอย่างขิม
แปะ~
“แง... ขอโทษนะ แค่พูดเรื่องจริงของนาย ทำไมต้องงอนด้วยเนี่ย”
ฉันยกมือไหว้ขอโทษเฟิร์ส... เอิ่ม แล้วไอ้ลูกโมโหที่ว่าเนี่ย มันไม่มีจริงหรอกนะ! ไอ้บ้าเอ่ย ฉันอุตส่าห์ลงทุนยกมือไหว้ขอโทษเลยนะ ยังจะมาทำเก๊กอีก เฟิร์สหรี่ตามองฉัน ก่อนจะยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้จนฉันตกใจ
“เธอแคร์ด้วยเหรอว่าฉันจะงอนหรือไม่งอน?”
“ก็...” เออ แล้วฉันจะต้องสนใจหมอนี่ทำไมเนี่ย? แว้ก เธอเป็นบ้าอะไร ยัยจิ๋ม เอ้ย ขิม! เฟิร์สยิ้มออกมา แต่มันเป็นยิ้มที่ยิ้มนะ ไม่ใช่แบบแสยะยิ้มหรืออะไรที่เขาเคยทำให้ฉันเห็น มันเลยทำให้ฉันเผลอจ้องรอยยิ้มของเขาอยู่นาน จนกระทั่งรับรู้ถึงใบหน้าหล่อที่ขยับเข้าใกล้จนจมูกของเราสองคนชนกัน
“หายก็ได้ เห็นว่าง้อนะเนี่ย”
“ชะ เชอะ ใครง้อ... ก็แค่ต้องพึ่งนายให้ช่วยต่างหาก” ฉันเบือนหน้าหนีเฟิร์สพร้อมกับลุกขึ้นยืนจะหนีเขา แต่ทว่ามือหนากลับคว้ามือฉันไว้ เป็นผลส่งให้ฉันที่ไม่ทันตั้งตัว ล้มตัวนั่งลงที่ตักแกร่งทันทีอย่างไม่ได้ตั้งใจ ฉันเงยหน้าสบตากับเฟิร์สที่มองฉันอย่างนิ่งๆ
“ก็เห็นอยู่ว่าง้อ ยังจะเถียงอีก... ยัยขิม”
“ไม่เรียกจิ๋มแล้วหรือไง?”
“หรืออยากให้เรียกล่ะ” เฟิร์สยิ้มมุมปากที่ฉันส่ายหน้าไปมา ก่อนจะขยับตัวลุกจากตักแกร่ง แต่ทว่าเฟิร์สก็ไม่ยอมปล่อยให้ฉันลุกจากตักของเขา แต่กลับโอบแขนทั้งสองข้างของตัวเองกอดเอวฉันไว้หลวมๆ
“ลองอยู่แบบนี้สักพัก ดูสิว่าจะหลับหรือเปล่า?”
“จะ จะบ้าหรือไง! ถ้าฉันหลับกับนาย ฉันก็ต้องโดนนายปล้ำน่ะสิ”
“ถูกต้อง ถ้าไม่อยากเป็นเมียฉัน ก็อย่าหลับ... อยู่มันแบบนี้ล่ะ จนกว่าฉันจะเบื่อ”
“รอจนกว่านายจะเบื่อ หรือรอว่าฉันจะหลับตอนไหน เอาให้แน่ๆ”
“ว้าว เธอนี่แสนรู้จัง เหมือนหมาที่บ้านฉันเลยนะ ฮ่าๆ” ฉันหันไปหยิกแก้มทั้งสองข้างของเฟิร์สทันทีอย่างแรง ส่งผลให้ใบหน้าหล่อบิดเบี้ยวทันที แก้มขาวๆ ของเฟิร์สเป็นรอยแดงเลย จนฉันอดไม่ได้ที่จะขำออกมา ใบหน้าหล่อทำหน้างอ จนฉันอดไม่ได้ที่จะลูบไปที่แก้มเขา
“ฮ่าๆ แดงเลย นายอยากว่าฉันเป็นหมาทำไมเล่า”
“แต่เธอก็ไม่ควรมาดึงแก้มฉันยัยจิ๋มเล็ก! เจ็บชะมัด” เฟิร์สพ่นลมออกมา ยกมือขึ้นลูบแก้มตัวเอง แต่ทว่ามือหนากลับวางทับกับมือของฉันที่กำลังลูบแก้มเขาอยู่ เราสองคนชะงักกันทันที สบตากันอย่างนิ่งๆ ไม่มีคำพูดอะไร ไม่มีแม้กระทั่งเสียงอะไรจะเล็ดลอดออกมา นอกจากเสียงลมหายใจและเสียงหัวใจของฉันที่มันเต้นออกมาอย่างแรง จนฉันกลัวเหลือเกินว่าไอ้บ้าเฟิร์สจะได้ยิน ฉันใจเต้นกับหมอนี่ได้ไงกัน!? มันเป็นเรื่องที่วิปโยคมากจริงๆ เฟิร์สไล่สายตาลงมามองที่ริมฝีปากของฉัน ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้ามาประกบจูบฉันอย่างแผ่วเบา
ทำไมฉันถึงไม่ผลักเขาล่ะ? ทำไมฉันถึงไม่ด่าเขา? ทำไมเราถึงไม่ทะเลาะกัน แต่กลับกำลังแลกจูบกันอย่างดูดดื่ม ตอนนี้ฉันกำลังจูบกับไอ้บ้าเฟิร์ส... แถมยังเป็นจูบแรกที่ฉันเก็บไว้ให้พี่ตั้มด้วย ทว่า ตอนนี้มันกลับมอบให้กับไอ้คู่กัดตลอดกาลของฉัน เราสองคนต่างแลกจูบกันอย่างร้อนแรง จนแทบจะแผดเผาเป็นผุยผง ฉันที่กำลังเพลินไปกับจูบของเขา ก็ต้องตกใจทันทีที่มือหนากำลังล้วงเข้าไปในเสื้อยืดของฉัน อีกนิดเดียวก็จะถึงทรวงอกแล้ว ฉันรีบผละจูบออกมาทันทีพร้อมกับหอบหายใจเหนื่อย มองเฟิร์สที่ไม่ต่างกัน แต่ใบหน้าหล่อกลับยิ้มให้ฉันอย่างเจ้าเล่ห์
“ฉะ ฉันต้องไปซักผ้า”
“อืม ก็ไปสิ...”
พรึบ!
ฉันกระเด้งตัวลุกขึ้นจากตักหนา ทำอะไรไม่ถูกเลยได้แต่จับผมตัวเองไปมา หันไปมองเฟิร์สที่กอดอกมองฉันอย่างยิ้มๆ จนฉันหน้าร้อนผ่าวไปหมด รีบวิ่งตรงไปที่ห้องซักผ้าทันที ยืนพิงเครื่องซักผ้าด้วยหัวใจเต้นระรัว
“ระ เรา... จูบกับหมอนั่นเหรอ” ไม่จริงใช่ไหม? ฉันยกมือแตะที่ริมฝีปากของตัวเองก็พบว่ามันยังคงรู้สึกถึงริมฝีปากของเฟิร์สติดอยู่เลย ฉันส่ายหน้าไปมาทันที เพื่อสลัดความคิดของตัวเองออกไป จะบ้าหรือไงยัยขิม อย่าลืมนะว่าเธอชอบพี่ตั้มนะ แต่ที่จูบกับหมอนั่น มันก็แค่... แค่... แค่อะไรวะ?! ใครก็ได้บอกทีได้ไหมเนี่ย
ปัง
“แว้ก!” ประตูห้องซักผ้าเปิดขึ้น พร้อมกับร่างหนาของเฟิร์สที่เดินยิ้มตรงมาหาฉัน หมอนั่นเดินมาประชิดตัวฉันและเท้าแขนทั้งสองข้างกันฉันไว้ไม่ให้ไปไหน พลางก้มใบหน้าลงมาจนแทบจะชิดกับฉันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ฉันใช้มือตัวเองยันอกแกร่งไว้
“ขะ เข้ามา ทะ ทำไม?”
“นี่นอกจากเธอจะมีอาการหลับบ่อยๆ แล้ว เธอยังติดอ่างอีกเหรอ?”
“อะ ไอ้บ้า! มีอะไรเล่า...”
“จะมาซักผ้า แต่ไม่เห็นมีเสื้อผ้าเลย” ฉันหลับตาลงทันทีอย่างเสียหน้า เงยหน้าสบตากับเฟิร์สที่จ้องหน้าฉันอยู่ จนฉันไม่กล้าแม้แต่จะสบสายตากับเขา เอาความจริง เมื่อกี้เห็นปากหมอนี่แล้ว ใจเต้นยังไงก็ไม่รู้สิ? ม่ายยย... ยัยขิม เธอกำลังจะถูกเขาเล่นงานนะ
“ก็กำลังจะออกไปเอาไง ถอยไปเลย”
“หึ ยัยบ๋อง” เฟิร์สหลบให้ฉันเดินออกไปจากห้องซักผ้า แต่ไม่วายเสียงเข้มก็เรียกรั้งไว้ ทำให้ฉันหยุดชะงักหันไปมองเขาที่กอดอกยืนยิ้มให้ฉันอยู่แบบนั้น
“จะเรียกทำไม? เรียกแล้วก็ไม่...”
“คราวหลังจะสอนวิธีจูบให้นะ”
“!”
“จูบอะไรของเธอก็ไม่รู้ ลิ้นพันมั่วไปหมด”
“กะ กรี๊ดดดดด!”
