บทที่ 13 EP. 06|รักครั้งนี้ต้องดีกว่าเดิม! (2/2)
“…” เมื่อเห็นว่าอาการของนานะเริ่มดีขึ้นมากแล้วหลังจากที่หยุดพูดคุยเรื่องเมื่อกี้ไปเพื่อให้เธอผ่อนคลาย ตอนนี้ดูเหมือนเธอกำลังออกไปซื้อของเพื่อเตรียมดูแลฉันอยู่
ฉันก็บอกแล้วนะว่าไม่ต้องเพราะสักพักก็คงกลับแล้ว แต่เพราะท้องดันร้องขึ้นมานานะก็เลยค้านหัวชนฝาว่าฉันต้องอยู่กินข้าวก่อน และเธอก็บอกด้วยว่าจะไม่ทำตามคำสั่งฉันเพราะมันไม่ใช่เวลางานของเธอในตอนนี้
ฉันก็ได้แต่ยอมพยักหน้าไปแต่พอจะอาสาออกไปเป็นเพื่อนด้วยเธอก็ไม่ยอมอีก ตอนนี้ฉันเลยต้องมานั่งเฝ้าที่ห้องของเธอแทนนี่แหละ
“จะดูดีไหมนะ” ฉันนั่งมองเอกสารตรงหน้าด้วยใจที่แอบกลัวไม่กล้าเปิดดู เพราะขนาดนานะเห็นมันก่อนฉันยังทำให้เธอเป็นแบบนั้นได้เลย
แล้วฉันล่ะ... ฉันจะไม่เป็นแบบนั้นเหรอ
“เอาวะ!” จะมากลัวแบบนี้ไม่ได้เพราะสิ่งที่น่ากลัวกว่าคือการไปขอร้องไอ้บ้านั้นต่างหาก
พรึบ**!**
เสียงของซองเอกสารหล่นลงกับพื้นห้องทันทีที่ฉันอ่านใจความด้านในจบและมันก็น่าตกใจมากไม่น้อยเพราะไม่ได้มีเพียงแค่ตัวอักษรที่ต้องอ่าน แต่มันกลับมีภาพน่ากลัวเต็มไปหมด
ภาพของร่างไร้วิญาณที่ถูกกระทำด้วยสิ่งที่มันน่าสลดเหลือเกิน การตายของแต่ละคนที่ฉันไม่รู้จักมาก่อนและไม่เคยเห็นหน้า มันกลับทำให้คนที่เห็นภาพการตายของพวกเขาเหล่านั้นแล้วมันช่างน่าสงสาร ขนาดที่คนไม่รู้จักกันอย่างฉันแทบอยากจะร้องไห้ออกมา
และคนที่สังหารเหล่าคนพวกนั้นในรูปที่ฉันเห็น ซึ่งมีจิตใจโหดเหี้ยมเกินมนุษย์ไม่ใช่ใครแต่เป็น...
โยชิทากะ...ในเอกสารนั้นเขียนถึงชื่อชายคนนั้นไว้ว่าเขาชื่อโยชิทากะและชายคนนั้นก็เป็นคนเดียวกันกับคนที่ฉันคิดว่าเขาคือดันเต้
ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นคนในองค์กรอะไรสักอย่างที่ขึ้นชื่อมากในประเทศญี่ปุ่น ฉันเคยเห็นข่าวผ่านตาอยู่บ้างแต่เพราะไม่ใช่แนวทางข่าวของบริษัทตัวเองก็เลยไม่ได้สนใจอะไรมากมายนัก
อีกอย่างประเทศญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องยากูซ่ามาเฟียและอื่น ๆ อยู่แล้ว ส่วนองค์กรนั้นถ้าจำไม่ผิดก็มีชื่อเสียงในทางนั้นพอตัวเลย
แต่เมื่อฉันค้นข่าวดูอีกครั้งผ่านมือถือก็เห็นเพียงผิวเผินเท่านั้นไม่มีสำนักข่าวไหนลงรายละเอียดไปลึกกว่านี้เลย
ถ้าข่าวหลายสำนักไม่ลงรายละเอียกลึกแบบนี้แสดงว่าคงจะมีอิทธิผลที่ใหญ่และน่าเกรงขามพอตัวเลย ถึงได้ไม่มีใครกล้าเจาะลึกไปกว่านี้
น่ากลัว... น่ากลัวเกินไปแล้ว
ถึงว่าตอนนั้นคนรอบข้างของเขาถึงได้ดูมีแต่พวกคนน่ากลัวเต็มไปหมดแบบนี้ แล้วฉันละจะเอายังไงดี หรือฉันต้องไปสืบหาเรื่องราวต่าง ๆ จากไอ้หมอนั้นแล้วงั้นเหรอ
“เฮ้อ ~” ฉันถอนหายใจออกมาพร้อมกับก้มตัวลงไปหยิบเอกสารที่ทำตกไว้ขึ้นมาเก็บใส่ซองเหมือนเดิมก่อนที่นานะจะกลับมาเห็น
ตอนนี้ไม่แปลกใจแล้วหล่ะว่าทำไมเธอถึงได้มีอาการหวาดกลัวและห้ามไม่ให้ฉันยุ่ง เพราะตอนนี้ฉันก็เริ่มคิดเหมือนนานะขึ้นมาบ้างแล้วและ
ไม่ยุ่งกับคนพวกนี้น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว
เพราะงั้นเป้าหมายสุดท้ายก็คงไม่พ้น...
“พระเจ้าใจร้ายชะมัด” ฉันบ่นออกมาอย่างเหลืออดต่อโชคชะตาของตัวเอง
**นานะ **Talk
“ทำแบบนั้นคิดดีแล้วเหรอ ถ้าเขารู้เรื่องขึ้นมาจะเอาไงต่อนานะ ?” เสียงของผู้ชายที่รู้จักเอ่ยพูดขึ้นอย่างใจเย็นไม่สมกับคำถามที่เอ่ยออกมาสักนิด เพราะท่าทางของเขามันกำลังเหมือนคนที่นั่งสูบบุรี่อย่างสบายใจซะมากกว่ามานั่งกังวลตามคำที่ตัวเองพูดออกมาเสียอีก
“เรื่องนั้นฉันจะรับผิดชอบคนเดียว ส่วนนายไม่เกี่ยว” ฉันพูดออกไปพร้อมกับจ้องมองหน้าจอทีวีขนาดเล็ก ที่ตอนนี้กำลังฉายภาพของหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งฉันรู้จักกับเธอเป็นอย่างดีอยู่ภายในห้องของฉันในขณะนี้
**ทากะ **Talk
“คุณโยชิทากะนี่ดูใจเย็นจังเลยนะครับ^^” ขณะที่ผมกำลังนั่งดื่มกาแฟอยู่ก็มีเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นมาจากทางด้านหลังไม่ต้องหันกลับไปมองก็พอจะรู้ว่ามันคือใคร
“…” ผมไม่ตอบอะไรกลับไปและเลือกที่จะจ้องมองไปที่หน้าของมันแทน
“หว่า...ผมพูดแทงใจดำไปเหรอถึงได้มองผมซะน่ากลัวแบบนั้นเลย^^” ระหว่างที่มันพล่ามไปเรื่อยมันก็ถือวิสาสะมานั่งลงบนเก้าอี้ตัวตรงข้ามกับผมแทนที่นั่งเก้าอี้ตัวเก่าของมัน
“ผมไม่คิดอะไรแบบนั้นหรอกครับยิ่งกับพวกที่ ‘ไม่มีผลงาน’ เลยสักชิ้นแบบคุณ ผมก็ยิ่งไม่จำเป็นต้องรู้สึกอะไรแบบที่คุณพูดออกมาเลยด้วยซ้ำ” เมื่อพูดจบและได้เห็นปฏิกิริยาสีหน้าท่าทางของมันที่กำลังโมโหขึ้นมา เพียงเท่านี้ก็ทำให้ผมยกยิ้มเยาะให้มันกลับไปเหมือนอย่างที่มันชอบทำได้เหนือชั้นกว่าแล้ว
“คุณโยชิทากะครับคุณคิดว่าระหว่างผู้ชายที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนแบบคุณเทียบกับผมที่เป็นถึง ‘อดีตคนรักเก่า’ แล้วนี่ ระวังจะกลับญี่ปุ่นมือเปล่านะครับ ผมเตือนด้วยความหวังดี^^”
