บทที่ 4 EP. 02|รักครั้งนี้ต้องดีกว่าเดิม! (1/2)
บทที่ 2
แต่สุดท้ายพนักงานก็ละความสนใจจากฉันไปแล้วเดินนำทางให้กับดันเต้แทน
“ถ้ายังทำหน้าที่ไม่ดีพอจนปล่อยให้ใครก็ไม่รู้มาโดนตัวกูอีกมึงรู้นะว่าจะเจอกับอะไร ?”
“ขอโทษครับคุณทากะ”
“ทะ...ทากะงั้นเหรอ...” ฉันมองภาพตรงหน้าด้วยท่าทีที่สับสนเป็นอย่างมาก เขาไม่ใช่ดันเต้เหรอ ไม่สิ! นั้นน่ะดันเต้ชัด ๆ แต่ทำไม... ทำไมถึงชื่อทากะไปได้ล่ะ!
“คุณลุลารออยู่ตรงนี้ก่อนนะคะ นานะไม่ยอมแน่ มาผลักคุณลุลาล้มกระแทกพื้นแรงขนาดนี้ยังไม่คิดสนใจมาขอโทษกันอีก!” ฉันหลุดออกจากภวังค์ความคิดแล้วรีบห้ามนานะเอาไว้ ตอนนี้นานะเธอมีสีหน้าที่น่ากลัวต่างจากที่ฉันเคยเห็นมาเลย
แต่ฉันไม่สามารถปล่อยเธอให้ไปเอาเรื่องคนพวกนั้นได้เพราะบางสิ่งที่ฉันเห็น มันคงจะเป็นอันตรายต่อนานะและฉันเป็นอย่างมาก ถ้าขืนยังเข้าไปหาเรื่องคนพวกนี้ต่อ
“ช่างพวกนั้นเถอะ พวกเขาคงตกใจที่อยู่ดี ๆ ฉันก็ไปคว้าแขนแบบนั้น” ฉันพูดพร้อมกับดึงข้อมือเธอเอาไว้
ฉันยังตกใจไม่หายเลย ไม่คิดว่าตัวเองจะทักคนผิดไม่คิดเลยว่าคนคนนั้นจะช่างเหมือนกับดันเต้มากมายอะไรขนาดนี้ได้กันนะ
“โอเคค่ะ ว่าแต่นั้นคนรู้จักของคุณลุลาเหรอคะ ทำไมชื่อเหมือนกับคนที่คุณลุลาเคยตะโกนออกมาเลย” นานะพูดพร้อมกับมองหน้าฉันด้วยความสงสัยและหันกลับไปมองภายในร้านที่เกิดเหตุต่อ
“มะ...ไม่ แค่คล้ายกับคนนั้นน่ะ แต่มันกลับไม่ใช่” ฉันพูดเหมือนคนที่สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
“คุณลุลาไหวหรือเปล่าคะ” นานะเองก็เริ่มมีสีหน้าที่ไม่สู้ดีขึ้นมาซะแล้วด้วยสิ
“นิดหน่อยน่ะ เอ่อ...ฉันกะว่าจะกลับคอนโดเลยดีกว่า นานะกลับไปพักผ่อนเถอะระวังตัวเองด้วยล่ะ”
**ทากะ **Talk
“ทำกับผู้หญิงที่น่ารักแบบนั้นไม่ดูน่าเกลียดไปหน่อยเหรอครับคุณโยชิทากะ” ผมเงยหน้าขึ้นจากเมนูที่กำลังนั่งอ่านอยู่เพื่อมองไปยังผู้ชายที่คาดว่าน่าจะเป็นหนึ่งในตัวสำคัญขององค์กรสาขาประเทศไทยที่ผมมาเยือน
และถ้าคิดไม่ผิดก็คงเป็นคนเดียวกันกับที่ผมจะต้องมาเจรจาด้วยวันนี้
ส่วนเรื่องที่มันกำลังพูดคงจะหมายถึงก่อนหน้านี้สินะ
เรื่องของผู้หญิงคนนั้น...
“ช่างเป็นคนที่เงียบจนน่ากลัวเหมือนกับที่นายของผมเล่าให้ฟังเลย ผมกลัวแล้วครับคุณโยชิทากะ” ถึงแม้คำพูดของมันจะบอกว่ากลัวแต่สีหน้าและท่าทางของมันกลับแสดงตรงกันข้ามมากกว่า
มันยกมือขึ้นพร้อมกับทำหน้าเหมือนสนุกกับท่าทางที่ผมทำใส่มัน จากนั้นมันก็นั่งลงตรงเก้าอี้ที่อยู่ตรงข้ามกับผมแทน
ถ้าไม่ใช่เรื่องนั้นที่ต้องมาคุยผมก็คงยิงมันให้ตายไปตรงหน้าแล้ว ท่าทางกวนตีนและเกลียดผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมมันถึงได้แสดงออกมาแบบนั้น
อันที่จริงอะไรแบบนี้ผมชินแล้วตอนอยู่ที่ญี่ปุ่นผมเจอสายตาพวกนี้จนเอียนแล้วต่างหาก
“จะเข้าเรื่องได้หรือยัง ?”
“ไม่เอาน่า มาถึงไทยทั้งทีจะเข้าประเด็นเครียดเลยได้ไงผ่อนคลายหน่อยเถอะครับ” มันพูดพร้อมกับยกมือเรียกพนักงานภายในร้าน
“ถ้างั้นผมขอตัว” เมื่อเห็นว่ามันไม่ยอมพูดเรื่องงานและยังทำอะไรไร้สาระและเสียเวลาผม นั้นจึงเป็นเหตุผลที่ผมไม่จำเป็นต้องอยู่กับมันต่อ
“โธ่ คุณนี่จริงจังจังเลยนะครับงั้นเอางี้ไหม เรามาผ่อนคลายด้วยการทานอะไรอร่อย ๆ ก่อนแล้วค่อยคุยเรื่องนั้นเป็นไงครับ ? มื้อนี้ผมเลี้ยงเองเลยนะ^^” มันพูดพร้อมกับเปิดดูเมนูของร้านไปด้วยจากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมามองผมที่ยืนอยู่ด้วยสีหน้าส่งยิ้มแบบกวนตีนออกมา
**ลุ****ลา **Talk
คอนโดหรูของลุลา
**
**“เฮ้อ~” ฉันนอนถอนหายใจอยู่บนเตียงในห้องนอนของตัวเองพร้อมกับมองเพดานสีขาวครีมโดยมีแขนที่กำลังก่ายหน้าผากครุ่นคิดเรื่องก่อหน้านี้อยู่
ถ้าย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน ฉันจำได้ดีว่าช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่ฉันมีความสุขมากที่สุดเมื่อได้อยู่กับเขา
ดันเต้เป็นเพื่อนสนิทกับสามีของเพื่อนฉันที่ชื่อสีน้ำ และช่วงนั้นเราสองคนก็มีความสัมพันธ์บางอย่างกันที่รู้กันเพียงสองคน เมื่อเวลาผ่านไปหลายอย่างที่เขาทำส่งผลให้ฉันตกหลุมรักเขาไปอย่างไม่รู้ตัว
