บทที่ 5 EP. 02|รักครั้งนี้ต้องดีกว่าเดิม! (2/2)

ณ เวลานั้นฉันไม่เคยคิดเลยว่าจะยุติความสัมพันธ์ที่มีความสุขอย่างนั้นได้อย่างไรเพราะดันเต้เองก็ดูมีความสุขเหมือนกันกับฉันไม่แพ้กันเลย

เพราะงั้นมันเลยไม่มีเหตุผลอื่นที่จะทำให้ฉันเป็นกังวลกับความสัมพันธ์ของเราสองคนในอนาคต

จนกระทั้งทุกอย่างก็มาถึงจุดเปลี่ยน

นั้นคือตอนที่ครอบครัวของเขาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตกันหมด มีเพียงเขาเท่านั้นที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์อันน่าสลดใจเหล่านั้น

แต่สำหรับเขามันคงไม่ใช่เรื่องน่าดีใจสักเท่าไรที่ตัวเองยังคงมีชีวิตอยู่คนเดียวแบบนี้ ฉันพยายามปลอบใจและดูแลเขาให้มากที่สุด

แต่แล้วอยู่มาวันหนึ่งเขาก็หายไป หายไปแบบไม่บอกกล่าว ฉันถามกับใครก็ไม่มีใครรู้ว่าเขาหายไปไหน แม้กระทั้งดีนเพื่อนสนิทของเขาก็ไม่รู้เลยว่าดันเต้หายไปไหน

ฉันใช้เวลาหลายปีสืบหาเรื่องราวและความเป็นอยู่ของเขา แต่กลับพบเพียงแต่ความว่างเปล่าเท่านั้น

ยอมรับเลยว่ากว่าจะทำใจได้ฉันก็เหมือนคนตายทั้งเป็นมาแล้ว

RrrrrRrrr** ~**

“ฮัลโหล”

“แง แงงง ~ โอ๋ ๆ เอ๊ะ! ฮัลโหลยัยลุลา” ปลายสายส่งเสียงออกมาพร้อมกับเสียงร้องของเด็กน้อยที่ดังระงม

“ไหวไหมนั้น” ฉันหัวเราะออกมาพร้อมกับเอ่ยถามปลายสายด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ

คนที่โทรเข้ามาคือเพื่อนสนิทของฉันเอง นางนำโด่งเรื่องการใช้ชีวิตครอบครัวมากกว่าฉันไปหลายก้าวมากแล้ว

และเสียงที่โผล่ออกมาก็คงเป็นลูกคนเล็กของนางที่เพิ่งลืมตาดูโลกได้ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

ขยันกันจริง ๆ

“ดีน! มาเอาลูกไปก่อนน้ำจะคุยกับยัยลุลา” ปลายสายก็ยังคงวุ่นวายไม่พัก

ส่วนทำไมยัยนี่ถึงโทรมาก็คงไม่พ้น...

“น้องนานะบอกว่าวันนี้แกโดนคนทำร้ายร่างกายงั้นเหรอยัยลุลา!” กะแล้ว นานะนะนานะ

“เวอร์! แค่เข้าใจผิดกันนิดหน่อยเอง” ฉันจึงอธิบายออกไปคิดกลับกันถ้าฉันโดนใครก็ไม่รู้ทำแบบนั้นพร้อมกับเรื่องชื่อคนที่ไม่รู้จักออกไปฉันก็คงตกใจไม่แพ้กันหรอก

“แต่... ที่น้องนานะเล่ามาดูไม่นิดหน่อยเลยนะ”

“เถอะน่า ไม่มีอะไรก็คือไม่มีสิ ทำไม เดี๋ยวนี้คือไม่เชื่อเพื่อนแล้วว่างั้น!” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงแงงอนออกไป

“อย่าเล่นใหญ่ลุลา! ฉันจริงจังนะ แกไม่เป็นอะไรใช่ไหม?!”

“สบายมาก!”

“ลุลา!”

“จริง ๆ นะฉันไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงปกติพร้อมกับยกแขนขึ้นมาดูรอยถลอกของตัวเองที่ข้อศอก

น่าจะเป็นตอนถูกผลักให้ล้มลงกับพื้นตอนนั้นแน่เลยถึงได้แผลมา จะว่าไปแล้วก็แสบเหมือนกันนะเนี่ย

“แบบนั้นก็ดีแล้ว แล้วเรื่องดันเต้นี่มันอะไรยังไงทำไมแกถึงได้...” ยัยน้ำเงียบไปเพราะเห็นว่าฉันเองก็เงียบเหมือนกัน

นานะนี่เล่าทุกอย่างเลยจริง ๆ

อ้อ! ลืมบอกเลยว่านานะเป็นเด็กที่ยัยสีน้ำรู้จักมาก่อนฉันแล้วยัยนั้นก็เป็นคนแนะนำให้ฉันได้รู้จักกับนานะด้วย เหมือนว่าตอนนั้นน้องกำลังหางานพอดียัยนั้นเห็นว่าน้องเก่งด้านพวกนี้ก็เลยส่งมาให้ฉันลองพิจารณาดู

เพราะงั้นไม่แปลกเลยว่าทำไมสองคนนี้ถึงได้สนิทกัน

“ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่ทักผิดคน” ฉันพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่เบาลง

“หลายปีแล้วนะลุลา ฉันไม่อยากเห็นแกเสียใจนะ” ปลายสายเองก็พูดด้วยความรู้สึกผิด ฉันรู้ว่ายัยน้ำก็คงกำลังเสียใจที่ไม่สามารถช่วยอะไรฉันเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้เลย

“แกจะมาเห็นฉันเสียใจได้ไงวัน ๆ เลี้ยงแต่ลูกยัยแม่บ้านลูกเยอะ!” เพราะไม่อยากให้เครียดฉันจึงเลือกพูดแบบติดตลกไปแทน

“ลุลา! แง แงง เอ่อลุลาคือ...” ยัยน้ำก็เปล่งเสียงไม่พอใจออกมาพร้อมกับเสียงร้องลูกของเธอดังขึ้นอีกครั้ง สงสัยคนเป็นพ่ออย่างดีนน่าจะเอาไม่อยู่ซะแล้ว

และเมื่อยัยนั้นเห็นว่าลูกต้องการเธอแต่นางก็คงอยากอยู่คุยเป็นเพื่อนฉันด้วยถึงได้เกิดอาการลังเลขึ้นมาแทน

“ฉันไม่เป็นอะไรแล้วแกไปดูลูกเถอะน่า” ฉันพูดย้ำกับอีกฝ่ายให้เลิกกังวลกับฉันสักที

“โอเคงั้นไว้ว่าง ๆ แกก็เข้ามาช่วยฉันเลี้ยงหลานบ้างนะยัยลุลา ไม่ใช่ทำแต่งาน”

“จ้า จ้า บะบายย~”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป