บทที่ 6 EP. 03|รักครั้งนี้ต้องดีกว่าเดิม! (1/2)

บทที่ 3

ณ ห้องทำงานของลุลา

**

**“หาว ว ว ~” ฉันนั่งเท้าคางมองกองเอกสารตรงหน้าที่ต้องเคลียร์ให้เสร็จ พลางนึกถึงอดีตที่ผ่านมา

อยากย้อนกลับไปในตอนที่ยังสามารถเที่ยวเล่นและไม่ต้องจริงจังกับทุกเรื่องเหมือนอย่างตอนนี้จัง ตอนนั้นเป็นอะไรที่สนุก สบาย และไม่ต้องมาเครียดเรื่องงานเหมือนอย่างทุกวันนี้เลยด้วยซ้ำ

แต่เพราะหลังจากที่ต้องขึ้นมาบริหารแทนพ่อการใช้ชีวิตของฉันมันก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

“เมื่อวานกว่าจะเลิกประชุมก็ดึกเลย น่าเบื่อชะมัด” ฉันนั่งบ่นกับตัวเองด้วยความรู้สึกที่หงุดหงิด กว่าจะคุยเรื่องงานเสร็จก็ใช้เวลาไปนานพอสมควรเลย

วันนี้ฉันเลยรู้สึกว่าตัวเองนอนไม่ค่อยเต็มอิ่ม และคาดว่าน่าจะหงุดหงิดง่ายกว่าเก่า

“ถ้าน้าบัวอยู่ด้วยก็คงจะดี” ฉันยกกรอบรูปภาพขึ้นมาดูพร้อมกับมองไปยังผู้หญิงคนหนึ่งที่ในอดีตฉันไม่ค่อยถูกกับเธอสักเท่าไร

แต่ปัจจุบันเราเคลียร์กันจนจบเรื่องราวเหล่านั้นไปหมดแล้ว ตอนนี้ฉันกับน้าบัวมีความสัมพันธ์น้าหลานที่ดีขึ้นจากแต่ก่อนมาก

Rrrrr** rrr ~**

**

**“ให้ตายเถอะ” ฉันพูดออกมาด้วยความหงุดหงิดและมองมือถือเครื่องเก่าที่พ่อของตัวเองเคยให้เอาไว้ ก่อนที่พ่อของฉันจะเที่ยวหายไปไหนต่อไหนก็ไม่รู้

ติดต่อไม่เคยได้ ยกเว้นซะแต่ว่าเหมือนอย่างตอนนี้ที่ท่านจะติดต่อเข้ามาเอง

“ยัยหนู” พอฉันกดรับสายและยกขึ้นแนบหูก็ได้ยินเสียงของพ่อเอ่ยออกมา

“…” ฉันไม่ตอบอะไรกลับไปเพราะตอนนี้ฉันรู้สึกโกรธมาก มีอย่างที่ไหนพอลูกเข้ารับตำแหน่งต่อตัวเองก็เล่นหายไปแบบไม่บอกไม่กล่าวอะไรเลย

คนที่ฉันเคยคิดว่าจะพึ่งเรื่องงานทั้งหมดได้ กลับไม่อยู่ให้ฉันได้ถามอะไร ที่ผ่าน ๆ มาฉันต้องศึกษาเพิ่มเติมเองทุกอย่าง

กว่าจะเข้าที่เข้าทางได้ก็เกือบจะหมดแรงไปแล้วด้วยซ้ำ

“ช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง ?” และพ่อฉันก็ยังคงพยายามต่อ

“พ่ออยู่ที่ไหน ?” ฉันเลือกที่จะถามคำถามที่ต้องการพูดถึงมากที่สุดออกไปแทน

“ตอนนี้พ่อยังบอกไม่ได้”

“ทำไม ? พ่อคิดจะทำอะไรกันแน่ ถึงได้ทิ้งลูกสาวของตัวเองไว้คนเดียวแบบนี้!” ฉันพูดออกไปด้วยเสียงที่ดังเพราะความโมโห

“พ่อไม่ได้ทิ้งนะยัยหนู แต่มันมีบางอย่าง บางอย่าง...ที่พ่อยังบอกลูกไม่ได้”

“ช่างเถอะ แล้วนี่พ่อโทรมาหาหนูมีอะไรกันแน่ คงไม่ได้แค่โทรมาถามไถ่ความเป็นอยู่ของลูกสาวคนนี้อย่างเดียวหรอกใช่ไหม ?” ฉันไม่ได้เจอพ่อนานมากแล้ว และพ่อเองก็ไม่เคยคิดที่จะติดต่อมาหาฉันเลยด้วยซ้ำ

จนมีวันนี้นี่แหละที่ฉันพอจะเห็นว่าไอ้โทรศัพท์เครื่องเก่ากึกที่พ่อเคยให้เอาไว้ในตอนนั้น ที่ฉันแทบอยากปาทิ้งเพราะไร้ประโยชน์ ไม่รู้พ่อจะให้เศษขยะแบบนี้มาทำไม

ตอนนี้กลับเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ฉันได้รู้ว่าพ่อของตัวเองยังปลอดภัยอยู่และไม่ได้เป็นอะไรไปอย่างที่ฉันเคยกังวล

ก็คิดดูสิอยู่ดีพ่อของตัวเองก็หายสาบสูญนานนับเดือนคนเป็นลูกมีเหรอที่จะไม่เป็นห่วง ต่อให้จะโมโหอีกฝ่ายมากเท่าไรก็เถอะ

“ช่วงนี้ไม่ได้มีคนแปลก ๆ มาคุยกับลูกใช่ไหม ?” ฉันขมวดคิ้วเป็นปมกับคำถามของพ่อที่มันช่างชวนน่าสงสัย

“อย่าบอกนะว่าการที่พ่อหายไปเพราะต้องหลบพวกเจ้าหนี้ ?”

“ยัยหนู! เงินที่มีอยู่ก็แทบจะใช้ไม่หมดอยู่แล้ว จะให้พ่อไปเป็นหนี้คนอื่นได้ยังไงกัน!” และพ่อฉันก็เริ่มมีน้ำโหขึ้นมาเมื่อฉันพูดอะไรที่มันเป็นไปไม่ได้

มันก็จริงที่พ่อคงไม่ได้ไปเป็นหนี้ใครหรอก แต่ฉันเคยดูหนังมานี่ ในหนังก็พูดแบบนี้ไม่ใช่ไง

“หนูไม่รู้หรอกว่าใครแปลกบ้างรู้แต่ว่าต้องไปนั่งคุยงานกับคนมากหน้าหลายตาจนแทบจะจำหน้าไม่ได้อยู่แล้ว” ฉันเลือกที่จะพูดประชดออกไปแทนการตอบแบบปกติ

“ถ้าหนูเจออะไรที่ไม่ชอบมาพากลรีบติดต่อพ่อกลับมาให้ไวที่สุดเลยเข้าใจไหม!?”

“ติดต่อ ? แล้วที่ผ่านมาทำไมพ่อถึงไม่ยอมรับสายหนูกันล่ะ! พ่อหายไปทำอะไรมากันแน่!” มันน่าโมโหนะที่ผ่านมาพ่อไม่เคยรับสายฉันเลยด้วยซ้ำ

“แค่นี้ก่อนนะยัยหนูพ่อต้องไปแล้ว อย่าลืมที่พ่อบอกนะ มีอะไรขึ้นมารีบโทรหาพ่อเลยเข้าใจใช่ไหม” พ่อฉันพูดด้วยอาการร้อนรนและก็...

ตูด**!**

“ดะ...เดี๋ยวสิพ่อ พ่อ! พ่อ!” ฉันยังไม่ทันได้ตอบอะไรกลับไปปลายสายก็วางไปเสียแล้ว

ร้านกาแฟแถวบริษัทของลุลา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป