บทที่ 7 EP. 03|รักครั้งนี้ต้องดีกว่าเดิม! (2/2)

ตอนนี้ฉันมานั่งอยู่ในร้านกาแฟแทนห้องทำงานแล้ว เพราะตั้งแต่ที่วางสายพ่อไปฉันก็ไม่มีอารมณ์ทำอะไรเลยจึงระเห็จตัวเองออกมานั่งที่ร้านกาแฟเพื่อผ่อนคลายแทน

แต่ก็ยังคิดไม่ตกเรื่องที่พ่อพูดอยู่ดี พ่อของฉันหายไปทำอะไรกันแน่ถึงได้มีน้ำเสียงที่เป็นกังวลแบบนั้นแถมยังให้ฉันระวังตัวอีก ต้องเป็นเรื่องที่ไม่ดีแน่เลย

โอ๊ย! เครียด! คิดแล้วก็คิดไม่ออกหาเหตุผลมาตอบเรื่องพวกนี้ให้ตัวเองเข้าใจไม่ได้เลยให้ตายเถอะ!

“ดูท่าทางคงจะเครียดน่าดูเลยสินะครับคุณนักข่าวคนสวย^^” ฉันละความคิดเรื่องของพ่อออกไปเมื่อได้ยินเสียงปริศนาดังขึ้นมาจากด้านข้างโต๊ะที่ตัวเองนั่งอยู่

และเมื่อเห็นว่าเป็นใครก็ปวดหัวไปมากกว่าเดิม

ไอ้หมอนี่อีกแล้ว!

“สวัสดีค่ะคุณมิกซ์ ไม่เจอกันนานเลยนะคะ สบายดีหรือเปล่า ?” ฉันปั้นหน้ายิ้มทักทายอีกฝ่ายอย่างช่วยไม่ได้

“ที่ถามนี่จริงใจ หรือแค่ถามไปตามมารยาทเหรอครับ^^” เขาพูดพร้อมกับส่งหน้ายิ้มกวน ๆ นั้นกลับมา

เป็นใบหน้าที่ไม่ทุกข์ร้อนอะไรและฉันก็โคตรจะเกลียดการที่หมอนี่ชอบทำหน้าแบบนี้เลย ไม่สิ! ฉันเกลียดทุกส่วนของมันเลยต่างหากถึงจะถูก

เพราะอะไรนะเหรอก็เพราะหมอนี่เคยเป็นแฟนเก่าของฉันสมัยที่ยังคงเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ เอาเป็นว่าคงไม่ต้องอธิบายไปมากกว่านี้ก็น่าจะเข้าใจกันแล้วใช่ไหม

หมอนี่เป็นประเภทกินไม่เลือก ฉันสาปแช่งให้มันติดโรคตาย ๆ ไป แต่ทุกวันนี้คำสาปแช่งของฉันก็ยังไม่สามารถทำอะไรกับไอ้หมาบ้านี่ได้เลย

แถมตอนนี้ไอ้หมอนี่ก็เป็นลูกค้าคนสำคัญของบริษัทตั้งแต่สมัยที่พ่อฉันยังบริหารอยู่

ไม่อยากเจอมันให้ตายยังไงก็ต้องได้เจออยู่ดี

พ่อนะ พ่อ!

“ตามมารยาทค่ะ” ฉันพูดจบก็ทำหน้านิ่งใส่จากนั้นก็หันกลับมายกแก้วกาแฟขึ้นจิบแทนการที่จะพูดคุยกับมันต่อ เพื่อเป็นการตัดบทสนทนาไป

ถ้าไม่ใช่เรื่องงานฉันก็ไม่มีความจำเป็นไปต้องเสวนาต่อให้สิ้นเปลืองเวลาหรอก

“ใจร้ายจังเลย ทั้งที่แต่ก่อนออกจะน่ารัก” แล้วมันก็ลุกขึ้นจากโต๊ะของตัวเองพร้อมกับแก้วกาแฟในมือเพื่อเดินมานั่งลงที่โต๊ะตัวเดียวกันกับที่ฉันเป็นเจ้าของอยู่ในตอนนี้

“หึ” ฉันหัวเราะให้ลำคอพร้อมกับมองไปทางอื่นแทนด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิด ถ้าไม่เสียดายน้ำกาแฟในแก้แล้วละก็นะ ป่านนี้ฉันคงสาดใส่หน้ามันไปแล้ว

“พอมานั่งกันสองคนแบบนี้แล้ว รู้สึกคิดถึงความหลังขึ้นมาเลยแหะ ว่างั้นไหมน้องลุลา^^” เมื่อไร... เมื่อไรมันจะหยุดพูดสักที!

“เรื่องไร้สาระพวกนั้นไม่ได้มีค่ามากพอที่จะทำให้ฉันรู้สึกอยากที่จดจำหรอกนะคะ อีกอย่างเราไม่ได้สนิทกับขนาดนั้นรบกวนช่วยกรุณาเรียกฉันให้ถูกต้องด้วยนะคะคุณมิกซ์” เมื่อพูดจบฉันก็ลุกขึ้นเตรียมจะเดินออกจากร้านทันที ถ้าอยู่กับมันนานกว่านี้มีหวังฉันได้ทำอะไรที่ต้องเสียลูกค้าไปแน่

และมันคงจะไม่ดีต่อบริษัทสักเท่าไร

“เดี๋ยวสิ ~” แต่อีกฝ่ายกับรั้งฉันเอาไว้โดยการคว้ามืออย่างรวดเร็วจนฉันแทบจะเกือบเสียหลักการทรงตัวหน้าคว่ำ

อะไรของมันวะ! อีลุลาคนนี้ชักจะทนไม่ไหวละนะ!

“อะไรอีก!” ฉันหมดความอดทนพร้อมกับชักสีหน้าและกระตุกมือออกจากการจับกุมของมันอย่างไวด้วยความรู้สึกที่ขยะแขยงเป็นอย่างมาก

**ทากะ **Talk

“นั้นน่ะเหรอคนของสาขาประเทศไทย” ผมละสายตาออกจากบางอย่างไปเมื่อเสียงของหนึ่งในเพื่อนร่วมองค์กรอย่างเรียวมะดังขึ้นมา และสายตาของมันก็มองไปที่ที่เดียวกับที่ผมเพิ่งจะละความสนใจไป

“อืม” ผมตอบมันกลับไปพร้อมกับก้มลงมองเอกสารสำคัญตรงหน้าต่อ

“ไม่คิดจะทำอะไรหน่อยเหรอ งานนี้เบื้องบนมอบหมายให้มึงทำนิ” มันพูดต่อโดยที่ยังไม่ละสายตาออกจากเป้าหมายที่กำลังถูกพูดถึงอยู่ในขณะนี้

“กูมีแผนของกู” ก่อนที่จะมาประเทศไทยผมก็ทำการบ้านมาเป็นอย่างดีแล้วว่าจะต้องมาเจอกับคนประเภทไหน

และดูท่าแล้วลักษณะการทำงานของมันก็ไม่ได้แตกต่างไปจากที่ผมรู้มาสักเท่าไร พวกเหลี่ยมเจ้าเล่ห์อยากชุบมือเปิบแย่งผลงานคนอื่นแบบนี้ผมเจอมาจนเอือมละ

เพราะงั้นถ้าอยากเล่นกับพวกนี้ต้องใจเย็นหน่อย

“แล้วผู้หญิงคนนั้นล่ะ ดูท่าทางเหมือนจะรู้จักกับไอ้หมอนั้นเลย แบบนี้มึงจะตามมันทันเหรอไอ้ทากะ” ผมเงยหน้าขึ้นจากเอกสารที่อ่านอยู่พร้อมกับจ้องมองไปยังผู้หญิงที่มันกำลังถามถึง

ผมสังเกตเห็นมาสักพักแล้วละว่าสองคนนั้นเหมือนจะรู้จักกันมาก่อน แต่ก็อย่างที่ผมพูดไป จะทำอะไรมันก็ต้องใจเย็น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป