บทที่ 10 งอนก่อนกลับ [ น้องน่ารัก ]​

“หนูคิดถึงแม่กับป้ามากนะคะ ถ้าเล่มวิจัยหนูเสร็จเมื่อไหร่นะ หนูจะรีบกลับไปกอดไปหอมแม่กับป้าที่บ้านไออุ่นให้หายคิดถึงไปเลย คิดถึงเด็กๆ ที่นั่นด้วย” หญิงสาวพูดสียงอ้อนกับมารดาและป้าของเธอทันทีที่ผละออกจากอ้อมแขนสุดอบอุ่นของท่านทั้งสองหลังจากที่เธอและญะญ๋าเดินมาส่งท่านที่ลานจอดรถของหอพัก พลอยทำให้ท่านทั้งสองต่างยิ้มให้ความขี้อ้อนของเธออย่างเอ็นดู เวลาที่ไม่ได้อยู่บ้านไออุ่นหรืออยู่กันตามลำพังเธอมักจะเรียกแม่ครูเพ็ญว่าป้าเสมอ แต่เมื่ออยู่ในบ้านไออุ่นหรือมีคนอยู่เยอะเธอมักเรียกป้าของเธอว่าแม่ครูเพ็ญ เพราะเด็กที่นั่นจะได้ไม่รู้สึกน้อยใจ ที่เธอมีทั้งแม่และป้าคอยดูแลให้ความอบอุ่นถึงแม้จะขาดพ่อไปก็ตาม

“โตเป็นสาวแล้วยังอ้อนแม่กับป้าเหมือนเด็กๆ เลยนะเรา อายหนูญะญ๋าบ้างสิลูก” เพียงใจพูดกับบุตรสาวด้วยรอยยิ้มเอ็นดู

“ญะญ๋าก็อ้อนคุณพ่อคุณแม่แบบนี้เหมือนกันค่ะคุณน้า”

“เห็นไหมคะแม่ หนูไม่ได้เป็นคนเดียวเสียหน่อย”

“จ้าๆ แม่คนขี้อ้อน แม่กับป้าต้องกลับแล้วนะลูก ดูแลตัวเองกันดีๆ นะ”

“ดูแลตัวเองด้วยนะลูก แม่เขาเป็นห่วงนอนไม่หลับทั้งคืนเลย”

“โธ่ แม่จ๋าา พอใจขอโทษนะคะที่ทำให้แม่เป็นห่วง ต่อไปจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้วค่ะ” เธอเอ่ยขอโทษพลางสวมกอดมารดาอีกครั้งอย่างรู้สึกผิด ก่อนจะผละไปกอดป้าของเธอที่ยืนอยู่ข้างๆ ต่อด้วยเช่นกัน

“จ้าลูก”

“รักแม่กับป้านะคะ” หญิงสาวพูดกับท่านทั้งสองหลังจากที่มารดาและป้าของเธอขึ้นไปนั่งบนรถเป็นที่เรียบร้อยพลางยกมือโบกลาท่านทั้งสองด้วยรอยยิ้มกว้าง ก่อนจะหันกลับมาหมายจะเดินขึ้นไปบนห้อง แต่ทว่ากลับเจอเข้ากับสายตาคาดคั้นกดดันจ้องมาจากเพื่อนสาวคนสวยของเธอ

“อะ เอ่อ... คือ”

“ยังไง?”

“ขึ้นห้องเดี๋ยว ฉะ ฉันเล่าให้ฟังนะ” พิรตาเดินไปคล้องแขนญะญ๋าเพื่อพาเดินขึ้นไปบนห้อง ใบสวยหวานก็ซีดขาวอย่างรู้สึกผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

┅✹┅

บริษัทนำเข้ารถสปอร์ท ประเทศไทย

“ไอ้รอฟโทรมาบอกว่า มาดามถามหานายครับ บอกว่าให้นายมาทานข้าวที่บ้าน เห็นว่าจะคุยกับนายเรื่องข่าว” นิคเอ่ยรายงานเจ้านายหนุ่มหน้าดุที่กำลังนั่งตรวจเอกสารการนำเข้ารถสปอร์ทด้วยใบหน้าเรียบนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ภายในบริษัทนำเข้ารถยนต์ ซึ่งแม้ที่นี่จะใหญ่โตหรูหราเพียงใด กลับไม่ได้สักครึ่งเสี้ยวของสาขาที่ต่างประเทศหรือแถบยุโรปเลยสักนิดและไม่จำเป็นเลยที่นายใหญ่ผู้กุมบังเหียนธุรกิจแทบทุกอย่างเอาไว้ในมืออย่างลีอันโดรต้องมาดูกิจการที่เมืองไทยด้วยตัวเอง

หากไม่ใช่เพราะ... ตกหลุมรักเด็กจนหัวปักหัวปรำ

ใช่แล้วล่ะ แม้เมืองไทยจะเป็นบ้านเกิดของมาดามดารินมารดาของลีอันโดร แต่ชายหนุ่มก็แทบไม่มาเหยียบที่นี่เลยด้วยซ้ำ หากไม่มีเรื่องด่วนถึงขั้นคอขาดบาดตายที่ระดับบิ๊กบอสอย่างเขา “ลีอันโดร ลอเรนเซียส” ต้องจัดการด้วยตัวเอง

เมื่อสามปีก่อนธุรกิจเดินเรือที่ไทยมีปัญหาทำให้เกิดความเสียหายนับพันล้านบาท ประจวบกับมาดามดารินต้องเดินทางกลับมามอบทุนและสิ่งของเครื่องใช้ที่มูลนิธิบ้านไออุ่นของท่านทุกปี ท่านจึงได้คะยั้นคะยอให้ลูกชายคนโตของท่านที่มาเมืองไทยด้วยกันในครั้งนั้นไปที่บ้านไออุ่นเป็นเพื่อนเธอ...ทำให้เจ้านายของเขาได้พบกับเด็กสาวคนหนึ่งที่เป็นเพียงลูกสาวแม่ครัวหรือหลานสาวของแม่ครูของบ้านไออุ่น

เหตุการณ์นั้นทำให้เขาต้องติดแหงกอยู่เมืองไทยมาตลอดสามปีแล้ว เขาต้องคอยตามดูตามเฝ้าหญิงสาวอันเป็นที่รักของเจ้านายและรายงานความเคลื่อนไหวให้เจ้านายผู้แสนเย็นชาและปากแข็งทราบทุกวัน วันละสามครั้งหรือมากกว่านั้น งานการอื่นๆ เขาแทบไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าการเฝ้าดูแลหัวใจของราชสีห์อย่างลีอันโดร รักเขาตั้งแต่ครั้งแรกที่สบตาแต่กลับทำเฉยชาเย็นชากับเขา ทำเป็นดุเป็นด่า ทำเป็นแสดงออกว่าไม่สนใจทั้งที่ห่วง หึง หวงเธอกว่าใคร รักเขามากแต่กลับปากแข็ง

เขายังจำวันที่คุณพิรตาป่วยหนักเพราะต้องเดินตากฝนกลับบ้านได้ไม่มีวันลืม เพราะพอเจ้านายเขารู้เข้าก็สั่งกระทืบคนที่ปล่อยให้คุณพิรตาต้องเดินตากฝนจนต้องไปหยอดน้ำข้าวต้มที่โรงพยาบาลตั้งหลายวัน เขาละอยากจะบอกให้คุณพิรตารู้นักว่านายใหญ่ของเขาหลงรักเธอมากแค่ไหน หมั่นไส้คนปากแข็งชะมัด!

“มึงจะยืนจ้องกู แล้วนินทากูในใจอีกนานไหม!” เสียงห้วนดุของเจ้านายหนุ่มดังขึ้นทำเอานิคหลุดออกจากภวังค์แทบทันที

“เอ่อ นายรู้ได้ไงครับ ว่าผมคิดอะไร โอ้ยย นาย” นิคกระโดดหลบปากกาแท่งหนาที่แพงหูฉี่ทันทีเมื่อมือหนาของเจ้านายขว้างมันมาใส่เขาแต่กลับไม่พ้นอยู่ดี

“กูถามว่าไอ้รอฟมันบอกแม่กูว่ายังไง มึงจะยืนนิ่งจ้องกูให้มันได้อะไรวะ!”

“เอ่อ ไอ้รอฟมันบอกว่า นายงานยุ่งมากครับ”

“หึ! แม่กูคงเชื่อ”

“แถมมันยังบอกอีกว่า มาดามพูดกับมันแปลกๆ บอกว่านายงานยุ่งจริง หรือไม่ได้อยู่ที่สเปนกันแน่ครับนาย”

นั่นไงล่ะ...มาดามดารินแอบให้คนสะกดรอยตามเขาอีกตามเคย คิดว่าเขารู้ไม่ทันแม่หรือไง คราวของยัยเด็กนั่นก็หนหนึ่งแล้วที่แม่เขาแอบให้คนไปตามดูแลเธอลับๆ แต่เขากลับคิดว่ามันตามทำร้ายเธอจนเขาต้องสั่งลูกน้องไปกระทืบมันจนมันยอมบอกความจริงว่าแม่เขาสั่งให้ตามมาดูแลเธอ ส่วนเหตุผลที่แม่ของเขาต้องทำแบบนี้ก็คงเป็นเพราะท่านระแคะระคายเรื่องที่เขาบินมาไทยบ่อยทั้งที่ปกติเขาแทบไม่มาที่นี่เลยด้วยซ้ำ แม้เขาจะกำชับให้ทุกอย่างเป็นความลับแต่ก็ไม่มีทางซ่อนความอยากรู้อยากเห็นของแม่เขาได้ อีกทั้งท่านก็พยายามหว่านล้อมให้เขามีภรรยาเป็นตัวเป็นตนถึงได้ตามสืบตามดูว่าเขาทำอะไรที่ไหนรวมถึงหมายมาดให้ยัยเด็กซื่อบื้ออย่างพิรตามาเป็นสะใภ้!

“อื้ม โทรจองร้านอาหารให้กูแล้วไปรับพิรตามาหากูที่นี่”

“แต่นายขึ้นเครื่อง 2 ทุ่มนะครับ”

“รู้แล้ว!”

“ตอนนี้ก็จะห้าโมงเข้าไปแล้ว จะมีเวลาหรอครับนาย”

“ไม่ใช่เรื่องที่มึงต้องมาสงสัย กูสั่งอะไรก็ไปทำแค่นั้น”

“ครับนาย” นิครับคำสั่งพลางหมุนเท้าออกไปจากห้องเพื่อไปดำเนินการตามที่นายสั่งทันที

┅✹┅

ทางด้านพิรตาหลังจากที่ขึ้นมาถึงห้อง เธอก็ตัดสินใจเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเธอเมื่อวานหลังจากที่แยกกันกับญะญ๋าเพื่อนสาวของเธอ รวมถึงความรู้สึกที่มีต่อชายหนุ่มและเหตุผลที่เขาและเธอต้องนอนอยู่ด้วยกันเมื่อคืนให้ญะญ๋าฟัง

“พอใจ เธอจะขอโทษฉันทำไมฉันไม่ได้โกรธเธอสักหน่อย เธออย่าร้องไห้แบบนี้สิ” ญะญ๋ายกมือขึ้นเช็ดน้ำตาให้เพื่อนสาวของเธอเบาๆ ด้วยความสงสาร เธอไม่เคยรู้เลยว่าเพื่อนสาวคนสวยของเธอแอบรักลูกชายของผู้มีพระคุณของตัวเองมากขนาดนี้

“ฉันขอโทษที่ปิดบังเธอเรื่องความรู้สึกที่มีต่อคุณลีอันโดร ฉันกลัวว่าเธอจะรังเกียจที่ฉันคิดใฝ่สูงไปรักลูกชายของคุณท่าน ฮึก”

“ขอโทษทำไม มันไม่ใช่ความผิดของเธอเลย เรื่องความรู้สึกมันห้ามกันได้ที่ไหนล่ะ”

“ฉันน่ารังเกียจ ฉันต่ำต้อยขนาดนั้นเลยหรอญะญ๋า ทำไมเขาถึงต้องเกลียดฉัน ฮึก ทำไมเขาชอบดุชอบตะคอก ฮึก เขาใจร้าย” หญิงสาวร้องไห้สะอึกสะอื้น ตัดพ้อกับฐานะตัวเอง และน้อยใจที่ชายหนุ่มเอาแต่ดุเอาแต่ตวาดเธอทุกครั้งที่อยู่ใกล้

“เธอไม่ได้น่ารังเกียจเลยพอใจ ดูสิทั้งสวยและน่ารักขนาดนี้ ใครเห็นก็ต่างรักต่างชอบกันทั้งนั้น เอ่อ คุณลีอันโดร อยู่สูงเกินไปสำหรับ เอ่อ พวกเรา แต่เธอไม่ได้ต่ำต้อยหรอกนะ คือ เธอลองเปิดโอกาสให้คนอื่นเข้ามาบางสิ บางทีเธออาจจะเลิกรักหรือลืมเขาก็ได้นะ”

พิรตาส่ายหน้าน้อยๆ ในอ้อมกอดของเพื่อนเธอ เธอรู้ตัวเองดีว่าไม่สามารถเลิกรักเขาได้ เพราะถ้าทำได้เธอคงทำได้ไปนานแล้ว และเธอคงไม่ต้องแอบรักเขาตั้งแต่แรก

ทำไมนะ... ทำไมเธอถึงเป็นคนที่เขารักไม่ได้

┅✹┅

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำเอาร่างเล็กที่กำลังจะเดินเข้าห้องน้ำหันขวับไปมองที่ประตูด้วยความสงสัยเพราะเธอพึ่งจะแยกกับเพื่อนไปไม่นาน แล้วใครกันที่มาเคาะห้องเธอตอนนี้

“ญะญ๋าลืมอะไรรึเปล่านะ” หญิงสาวพึมพำแปลกใจพลางเดินไปเปิดประตูห้องโดยลืมส่องตาแมว แต่ทว่าคนที่เธอเจอกลับไม่ใช่เพื่อนของตัวเองอย่างที่คิด

“อะ เอ่อ มีอะไรกับหนูรึเปล่าคะ” ถามออกไปด้วยความสงสัยทันทีที่เปิดประตูมาเจอกับลูกน้องของเขาคนเมื่อคืน

“นายให้ผมมารับคุณพอใจครับ”

“รับ? รับไปไหนคะ”

“ไม่ทราบครับ” ด้วยได้รับคำสั่งมาว่าห้ามพูดอะไรกับเธอเกินกว่าที่เจ้านายกำหนด นิคจึงไม่ให้คำตอบอะไรที่ชัดเจนกับหญิงสาวเลย

“งั้นพอใจ...” หญิงสาวกำลังจะเอ่ยปฏิเสธไป เพราะไม่อยากเข้าใกล้เขาให้ตัวเองหวั่นไหวและรู้สึกมากไปกว่านี้แล้ว แต่ก็ต้องชะงักกับประโยคคำสั่งแกมขู่ที่ออกมาจากปากของนิค

“นายบอกว่าถ้าคุณปฏิเสธ นายจะมาเอง และคุณจะเดือดร้อน”

“เอ่อ คือพอใจยังไม่ได้อาบน้ำเลยค่ะ ไม่ได้เตรียมตัวอะไร”

“งั้นผมลงไปรอข้างล่างนะครับ คุณพอใจเสร็จแล้วค่อยลงไปขึ้นรถข้างล่าง” พูดจบนิคก็หันหลังกลับออกไปทันที โดยไม่รอให้เธอเอ่ยอะไรสักอย่างออกไปเลยด้วยซ้ำ

“คนเผด็จการ” หญิงสาวบ่นให้กับความเผด็จการของทั้งเขาและลูกน้องของเขา ก่อนจะเดินกลับเข้าไปอาบน้ำชำระร่างกายเพื่อจะได้ไปหาเขาตามบัญชา!

┅✹┅

พรึบ! ตุ้บ!

ทันทีที่รถมาจอดที่หน้าบริษัทใหญ่โตหรูหราตรงหน้าหญิงสาวก็หันขวับไปมองตามเสียงเปิดและปิดประตูที่ดังอยู่อีกฝั่งอย่างตกใจ ก่อนจะสบเข้ากับดวงตาคมกริบแสนดุดันของเขาที่ตวัดมองมา

“สะ สวัสดีค่ะ” พิรตายกมือไหว้ชายหนุ่มอย่างนอบน้อม กลีบปากสวยแยกยิ้มหวานให้เขาทันทีเมื่อเขาขึ้นมานั่งบนรถ และก็เป็นเหมือนเช่นทุกครั้ง

“....” เงียบคือคำตอบ

หญิงสาวยิ้มเจื่อนออกมาพลางก้มหน้ามองที่มือเรียวเล็กของตัวเองที่วางอยู่บนตักอย่างทำตัวไม่ถูก

ลีอันโดรขยับขาแกร่งออกห่างกันเล็กน้อย เมื่อความอึดอัดที่ใจกลางความเป็นชายของเขาเริ่มจะแข็งขึงขึ้นมาเพียงแค่ได้มองสบตาเธอ ทั้งที่เธอไม่ได้แต่งตัวสวยหรือเซ็กซี่อะไรเลยสักนิด ก็แค่เสื้อยืดสีขาวกับกระโปรงทรงสอบน่ารักสีชมพู แค่เธอแต่งตัวแค่นี้ก็ทำเอาเขาหยุดมองไม่ได้แถมยังแข็งชันจนอึดอัดและทรมาน

กายหนุ่มร้อนรุ่มขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ พลางเหงื่อกาฬก็ไหลตามกรอบหน้าและลำตัวจนเสื้อตัวแพงเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ แล้วแบบนี้เขาจะทิ้งเธอกลับสเปนได้ยังไงกัน ทำไมเขาต้องเสพติดการอยู่กับคนตัวเล็กข้างกายหนักขนาดนี้ด้วยนะ

“ขับเร็วๆ ไม่ได้รึไงวะ” หญิงสาวสะดุ้งตกใจกับเสียงตะคอกลูกน้องของเขา ถ้าเขาอารมณ์ไม่ดีและหงุดหงิดทุกครั้งที่เจอเธอทำไมเขาต้องให้คนไปรับเธอมาหาด้วย

“ครับนาย”

ไม่นานโรลส์รอยซ์คันหรูที่เธอกับเขานั่งมาก็หยุดจอดที่ร้านอาหารฟิวชั่นใจกลางเมือง ภายนอกตัวร้านประดับประดาไปด้วยต้นไม้ดอกไม้นานาชนิด ดูแล้วให้ความรู้สึกสดชื่นสบายใจจนอดยิ้มออกมาไม่ได้ ทว่าเมื่อเดินมาถึงข้างในร้านคนตัวเล็กก็ฉีกยิ้มกับความสวยงามตรงหน้าอีกครั้ง ข้างในแบ่งเป็นโซนเป็นห้องอย่างสวยงามเป็นระเบียบแสงไฟระยิบระยับตามต้นไม้และดอกไม้นั้นก็แสนโรแมนติกเหลือเกินในความคิดเธอ พนักงานชายเดินนำเขาและเธอขึ้นไปบนชั้นสองของร้านด้วยท่าทางสุภาพนอบน้อม แต่เมื่อมาถึงข้างบนกลับให้ความรู้สึกเงียบสงบและเป็นส่วนตัว เธอชอบบรรยากาศแบบนี้จัง

“เชิญครับ”

“ขอบคุณค่ะ” พนักงานชายผายมือเชื้อเชิญเขาและเธอให้นั่ง ก่อนที่จะเดินมาเลื่อนเก้าอี้ให้เธออย่างสุภาพ

“จะกินอะไรก็สั่งซะ มีเวลาไม่มาก”

“เอ่อ พอใจทานอะไรก็ได้ค่ะ คุณลีอันโดรสั่งเลยก็ได้ค่ะ”

“ฉันให้เธอสั่ง! แล้วเผื่อฉันด้วย” เขาตอบออกมาเสียงห้วนแล้วก้มหน้าลงไปที่มือถือเครื่องแพงในมืออย่างหงุดหงิด

“เอ่อ งั้นเอา...” หญิงสาวเลือกสั่งอาหารที่เธอไม่เคยทานพลางขอคำแนะนำจากพนักงานที่ยืนรอรับออเดอร์เสียงสั่นเกร็ง เธอนึกว่าพอมาถึงจะมีอาหารมารอเสิร์ฟแล้วเรานั่งทานอาหารด้วยกันมองหน้ากันอย่างโรแมนติกแบบที่เธอเคยเห็นในละครเสียอีก เห้อ หวังลมๆ แล้งๆ จังเลยเรา

ลีอันโดรลอบมองหญิงสาวที่นั่งก้มหน้าก้มตาราวกับน้อยใจอยู่ตรงหน้าด้วยรอยยิ้มเอ็นดู ความจริงเขาสั่งอาหารและเตรียมทุกอย่างไว้ให้เธอแล้ว แต่เขาแค่แกล้งให้เธอสั่งไปงั้นเอง เวลาปากเล็กคว่ำงอนแบบที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวว่าทำ มันทำให้เขาชอบและอยากมองบ่อยๆ

ไม่นานพนักงานก็นำอาหารมาเสิร์ฟและจัดเรียงบนโต๊ะให้อย่างสวยงามน่ารับประทาน แต่ทำไมอาหารตรงหน้าไม่ใช่เมนูที่เธอสั่งเลยสักอย่าง ครั้นจะเอ่ยปากถามทุกคนก็ต่างทยอยเดินออกไปกันหมดแล้ว

พิรตานั่งลอบมองเขาที่ตักกินอาหารเงียบๆ ตาปริบๆ แต่ในเมื่อเขากินไปแล้วเธอก็ขอกินด้วยเลยดีกว่า ที่เธอยังไม่กินเพราะกลัวกินไปแล้วเขาเดินมาบอกว่าเสิร์ฟผิดน่ะ

“ของคุณผู้หญิงครับ”

“คะ?”

พิรตาหันไปเลิกคิ้วมองพนักงานชายคนหนึ่งที่ยื่นถุงกระดาษขนาดกลางมาให้เธออย่างงุนงง เธอรับมาถือและเตรียมจะเอ่ยถามออกไปอย่างสงสัยใคร่รู้แต่ร่างของบริกรหนุ่มกลับรีบเดินออกไปทันทีราวกับไม่อยากจะเสวนากับเธอ

“คะ คือ” หญิงสาวหยิบสิ่งที่อยู่ข้างในถุงกระดาษขึ้นมาดูก็พบเข้ากับกล่องมือถือรุ่นใหม่ล่าสุดที่เป็นที่นิยมอยู่ในตอนนี้ ราคาไม่ต้องพูดถึงเพราะมันต้องแพงหูฉี่มากแน่นอน แต่ทว่าใครกันล่ะที่เป็นคนเอามาให้เธอ หญิงสาวคิดพลางเงยหน้าไปมองเขาที่กำลังนั่งทานอาหารเงียบๆ ไม่พูดไม่จาไม่สนใจเลยสักนิดว่าเธอกำลังตื่นเต้นและตกใจกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าแค่ไหน

พิรตาหยิบสมาร์ทโฟนในกล่องขึ้นมาดูอย่างสงสัย ก่อนจะต้องอมยิ้มออกมาอย่างขบขันกับภาพหน้าจอมือถือตรงหน้า... มันคือภาพของเขาที่นั่งทำหน้าเรียบนิ่งที่กำลังใช้สายตาดุๆ มองออกมาจากจอโทรศัพท์ในมือเธอ

“ขำอะไร!” เขาถามเสียงดุอย่างหงุดหงิด

“คุณลีอันโดร ซื้อมือถือให้พอใจหรอคะ”

“เห็นอยู่แล้วยังจะถาม! ไม่ได้ตั้งใจซื้อให้หรอกนะ แค่เห็นสภาพมือถือของเธอแล้วเคืองตา” ใช่สิ มือถือเธอมันเก่ามากแล้ว แถมเมื่อคืนตอนที่โดนฉุดกระชากก็ทำให้หน้าจอมือถือเธอแตกร้าวไปกว่าครึ่งด้วย

“ขอบคุณนะคะ สำหรับอาหารมื้อนี้แล้วก็มือถือเครื่องนี้ด้วย”

“ห้ามมีเบอร์ผู้ชายคนไหน นอกจากเบอร์ฉัน!”

“ขะ คะ?”

“เข้าใจที่พูดไหม!”

“เข้าใจค่ะๆ” พิรตารีบตอบออกมารัวเร็วด้วยกลัวว่าเขาจะดุอีก เมื่อไหร่คุณจะเลิกดุพอใจกันคะ

“อิ่มแล้วก็ลุกสิ”

ลีอันโดรก้มมองเวลาที่นาฬิกาข้อมือ... ใกล้ถึงเวลาที่เขาต้องกลับแล้วสินะ ชายหนุ่มมองคนตัวเล็กที่ลุกจากเก้าอี้ด้วยท่าทีนิ่มนวล ร่างสูงเดินไปคว้ามือเรียวสวยมากุมไว้ในมือหนาของเขาหลวมๆ แล้วออกตัวเดินลงไปข้างล่างทันที

“เอ่อ...”

พิรตามองมือเล็กของตัวเองที่ถูกมือหนาของเขากอบกุมไว้ด้วยความตกใจแต่ไม่นานก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเขิน แม้วันนี้จะโดนเขาดุเขาต่อว่าแต่ทำไมเธอมีความสุขจัง ขอเธอเก็บช่วงเวลาเหล่านี้ไว้ในความทรงจำที่ดีมากๆ ของเธอแล้วกัน

“กลัวคุณพอใจหายหรอครับนาย จับแน่นเชียว” ถ้าเป็นเมื่อก่อนที่ลูกน้องแซว เขาคงจะสลัดมือเล็กที่กุมไว้ทิ้งไปแล้ว แต่ตอนนี้เขากลับยิ่งกุมมือเธอแน่นขึ้นไม่ได้สนใจคำพูดของลูกน้องเลยสักนิด

“ไปได้แล้ว!”

นิคค่อนข้างแปลกใจที่ครั้งนี้เขาไม่โดนเจ้านายหนุ่มดุเหมือนทุกครั้งที่เขาแซว นิคเดินอ้อมไปเปิดประตูเพื่อให้หญิงสาวข้างกายเจ้านายเข้าไปนั่ง แต่ทว่าเจ้านายเขากลับยังกุมมือเธอไว้ไม่ยอมปล่อยให้เธอขึ้นไปนั่ง

“เอ่อ เข้าไปในรถเถอะค่ะ” เธอเอ่ยบอกเขาพลางค่อยๆ ดึงมือบางออกมาก่อนจะเข้าไปนั่งในรถ

ลีอันโดรเม้มปากแน่นอย่างไม่พอใจก่อนจะเดินอ้อมไปเปิดประตูอีกฝั่งเพื่อเข้าไปนั่งทันทีด้วยใบหน้าบูดบึ้ง นิคมองตามเจ้านายหนุ่มอย่างมึนงง อยากจะขำก็ไม่กล้า นี่เจ้านายเขางอนงั้นหรอ งอนที่คุณพอใจดึงมือออกเมื่อกี้นี่นะ โอ้ยย ฟ้าต้องถล่มแน่ชายผู้เคร่งขรึมและเย็นชาที่สุดในสามโลกกำลังงอนเพราะผู้หญิงไม่จับมือ ฮ่าๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป