บทที่ 5 จูบแรก?
พรึบ!
ลีอันโดรวางร่างเล็กลงนอนราบบนโซฟาอย่างทะนุถนอมทันทีที่เดินมาถึงห้องทำงาน สายตาคมดุน่ากลัวกวาดมองร่องรอยตามร่างบางและใบหน้าสวยหวานของคนที่นอนหมดสติจากความตกใจกลัวจากเหตุการณ์ก่อนหน้าอย่างโกรธแค้นจนแทบระเบิด เขาโกรธตัวเองที่ปล่อยให้เธอได้รับอันตราย โกรธทุกคนทุกอย่างที่มันทำให้เธอต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้รวมถึงโกรธเธอที่ทำให้เขาเป็นห่วงจนเจ็บร้าวไปทั้งหัวใจ
“ไปตามคนมาทำแผลและเช็ดตัวให้เธอ” ลีอันโดรหันไปออกคำสั่งเสียงเข้มกับนิคที่เดินตามมาข้างหลังเข้ามาในห้อง
“ครับนาย”
“เดี๋ยว!”
“ครับ”
“จับคนที่มันไล่พิรตาเอาไว้ให้กูด้วย กูจะลงไปจัดการมัน!”
“เอ่อ นายครับ”
“ไป!!”
“คะ ครับนาย” นิครับคำสั่งเสร็จก็หันหลังปลีกตัวออกจากห้องทำงานทันทีเพราะเขาเองก็หวั่นกลัวกับความเยือกเย็นความโมโหของเจ้านายไม่แพ้กัน ตอนเจ้านายเขาโมโหแบบนี้เขาบอกเลยว่าเพ่นได้ให้รีบเพ่น
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“เข้ามา” ลีอันโดรเอ่ยอนุญาตเสียงเข้มพลางเหลือบมองพนักงานหญิงของไนท์คลับที่เดินถือกล่องปฐมพยาบาลเข้ามาในห้องมีท่าทีสั่นราวกับกลัวเขาด้วยความหงุดหงิด
“จัดการทำแผลและอยู่ดูแลเธอจนกว่าฉันจะกลับเข้ามา!”
“คะ ค่ะนายใหญ่” พนักงานสาวรับคำเสียงสั่นเทาก่อนจะเดินตัวลีบเข้าไปใกล้ร่างบางที่หลับหมดสติบนโซฟาเพื่อทำแผลบนใบหน้าสวย ลีอันโดรยืนนิ่งมองใบหน้าหวานของคนตัวเล็กนานนับนาที ก่อนจะตัดใจหันหลังเดินออกจากห้องทำงานไปเพื่อจัดการลงโทษคนที่ทำให้เธอเกิดอันตรายจนเขาใจเจ็บไปด้วย
┅✹┅
ลีอันโดรเดินเข้ามาภายในโรงใหญ่กลางคลับด้วยท่าทางเยือกเย็นน่ากลัว สายตาคมมืดลึกกวาดมองไปยังร่างบึกบึนของการ์ดที่เขาสั่งลูกน้องคุมตัวเอาไว้ก่อนหน้าพลางเร่งฝีเท้าเดินเข้าไปหาก่อนจะฟาดหมัดหนักๆ ไปที่ใบหน้าของการ์ดคนดังกล่าวทันทีแบบไม่มียั้ง
พลัวะ พลัวะ พลัวะ!
“นะ นายใหญ่ ผะ ผมขอโทษครับ ผมไม่รู้ว่าเธอมากับนาย” เสียงสั่นอย่างหวาดกลัวพร้อมกับการยกมือพนมไหว้ไม่ได้ทำให้อารมณ์เขาเย็นลงเลยสักนิด
“มึงไม่เห็นว่าเธอกับกูเดินมาด้วยกันรึไง”
“ผะ ผมเห็นนายรีบเดินไปไม่ได้รอเธอ ละ แล้วเธอก็แต่งตัว บะ แบบนั้น ผมเลยคิดว่าเธอคงไม่ได้มากับนะ นายครับ ผมขอโทษครับนาย”
“โธ่เว้ยย”
พลัก พลัวะ พลัวะ
เมื่อได้ยินคำอธิบายเท้าหนาก็ยกขึ้นถีบเข้าที่ยอดอกของการ์ดคนนั้นอย่างแรงก่อนจะตรงเข้าไปซัดหมัดต่อยไปอีกแบบไม่ยั้งทันทีราวกับคนขาดสติ ทำเอาทุกคนที่อยู่ ณ บริเวณนั้นต่างมองด้วยความขยาดหวาดกลัว แต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปห้ามหรือช่วยเหลือแม้แต่คนเดียวเพราะต่างรู้ดีว่านายใหญ่ของแอลคลับนั้นน่ากลัวเพียงใด
“โว้ย!”
ใช่! เพราะคำพูดของการ์ดคนนั้นทำให้เขามองเห็นความผิดของตัวเองด้วย ถ้าเขาแค่รอเธอ ถ้าเขาไม่คิดจะแกล้งเธอ เด็กนั่นก็คงไม่ตกอยู่ในอันตรายแบบนั้นและถ้าเธอเป็นอะไรไปเขาจะอยู่ยังไง
“เอามันออกไปให้พ้นหน้ากู!” ลีอันโดรเหวี่ยงร่างของคนที่ถูกอัดจนสะบักสะบอมลงไปกองอยู่ที่พื้น ก่อนจะหันหลังเดินกระแทกเท้ากลับขึ้นไปหาคนที่เป็นต้นเหตุให้เขาโมโหจนคลุ้มคลั่ง ทั้งโมโหตัวเองที่ทำอะไรไม่คิด โมโหการ์ด โมโหไอ้ชั่วสามตัวนั้นที่มันทำร้ายเธอ โมโหเธอที่เป็นต้นเหตุให้เขาแสดงความรู้สึกที่มีต่อเธอให้ลูกน้องของเขาได้หัวเราะเยาะที่เขาห่วงเธอจนแทบคลั่ง ทั้งที่เรื่องความรู้สึกที่เขามีต่อเธอมันควรจะเป็นความลับ!
ใครมันจะไปควบคุมตัวเองได้กันล่ะ ถ้าคนที่เป็นเหมือนดวงใจของตัวเองต้องตกอยู่ในอันตรายแบบนั้น!
“ออกไปให้หมด!” ลีอันโดรก็ตวาดไล่พนักงานที่อยู่เฝ้าอยู่ดูแลพิรตาให้ออกไปทันทีที่เปิดประตูเข้ามาในห้อง ทำเอาพนักงานที่นั่งเช็ดตัวให้กับหญิงสาวถึงกับสะดุ้งตกใจกลัวกับเสียงตะคอกก่อนจะรีบลนลานออกจากห้องไปอย่างหวาดกลัว
ฟุบ!
ร่างสูงเดินไปทรุดกายลงนั่งโซฟาตัวยาวที่มีร่างของพิรตานอนอยู่ ตาคมดุกวาดมองใบหน้าสวยหวานอยู่อย่างนั้นเนิ่นนานอย่างอ่อนโยนโดยที่เจ้าตัวเองก็ไม่รู้ตัว มือหนายกขึ้นไปไล้ตามกรอบหน้าอย่างขอลุแก่โทษ ก่อนจะเลื่อนมาลูบคลึงยังบริเวณมุมปากที่แตกช้ำของเธอเบาๆ อย่างรู้สึกผิด
ลีอันโดรคว้ามือบางของคนหลับมากุมเอาไว้และบีบมือเล็กนั้นเบาๆ ก่อนจะยกหลังมือนุ่มของเธอขึ้นกดจุมพิตอยู่อย่างนั้นซ้ำๆ ราวกับอยากขอโทษที่ทำให้เธอตกอยู่ในอันตรายรวมไปถึงทำให้เธอเสียใจเรื่องข่าวลวงนั้น
ใช่ เขารู้ว่าเธอรู้สึกยังไงกับเขาและรู้ว่าเธอแอบอ่านข่าวคราวของเขาอยู่เสมอตลอดเวลาที่เขาอยู่สเปน เขารู้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับเธอ... เพราะเขาเองก็มีความรู้สึกที่ไม่ต่างจากเธอเลยสักนิด
จุ๊บ!
ลีอันโดรโน้มใบหน้าหล่อคมคายลงไปจุมพิตที่ริมฝีปากสวยรูปกระจับนั้นอย่างอดใจไว้ไม่ไหว... จากตอนแรกที่คิดว่าจะเพียงแค่จุมพิตเธอเบาๆ แล้วผละออกเท่านั้น แต่พอได้กลิ่นกายหอมละมุนที่เขาคุ้นเคยของเธอ เขาก็อดที่จะจัดการบดเคล้าคลึงกลีบปากของเธอมันเขี้ยวไม่ไหว
“อ่ะ อืออ”
พิรตาครางออกมาเบาๆ เพราะเริ่มรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะขาดอากาศหายใจ ทำเอาปากหยักรีบถอนริมฝีปากออกทันทีเพราะกลัวเธอจะตื่นมาเห็นว่าคุณลีอันโดรที่เธอเคยมองว่าแสนเย็นชาและนิ่งขรึมนักหนานั้นกำลังแอบจุมพิตสาวน้อยในปกครองของตัวเองอยู่
ร่างสูงตัดใจลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินออกไปที่โต๊ะทำงานทันทีเพราะกลัวอดใจไม่ไหวจูบเธออีกครั้ง ลีอันโดรทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่พลางมองคนตัวเล็กหลับต่อด้วยสายตาที่มืดลึกยากจะคาดเดา มือเรียวคลึงแก้วบรั่นดีไปมาก่อนจะยกขึ้นกระดกรวดเดียวหมดแก้ว จากนั้นก็รินมาดื่มใหม่แก้วแล้วแก้วเล่า ทว่าดวงตาแดงก่ำที่ไม่รู้เพราะฤทธิ์บรั่นดีหรือความโกรธที่อยู่ในใจไม่คลายกลับมองจ้องที่คนหลับตลอดเวลาราวกับกลัวเธอหายไปจากสายตา
“ชะ ช่วยด้วยย กรี๊ดดด!” เสียงกรีดร้องอย่างหวาดกลัวดังขึ้นจากคนที่นอนนิ่งอยู่บนโซฟาทำเอาร่างสูงรีบวางแก้วบรั่นดีลงเตรียมจะลุกขึ้นไปหาเธอด้วยความตกใจ
“พิรตา...”
“เฮือก!” ร่างเล็กสะดุ้งและลุกขึ้นนั่งทันทีราวกับคนเสียขวัญ หญิงสาวก้มมองสำรวจร่างกายตัวเองและสถานที่รอบตัวอย่างหวาดระแวง ฉับพลันดวงตากลมหวานซึ้งที่มีน้ำตาคลอนิดๆ ก็หันไปเห็นร่างสูงของเขาชายหนุ่มที่เธอหลงรักกำลังนั่งจ้องมองเธออยู่หลังโต๊ะทำงานเช่นกันด้วยแววตามืดลึก
“ก่อเรื่องจนได้สินะ!” เขาเอ่ยดุเธอออกมาเสียงหยัน ทำเอาหญิงสาวน้ำตาคลอด้วยความน้อยใจ เธอไม่ได้ก่อเรื่องอะไรด้วยซ้ำ เธอเพียงแค่จะเดินตามเขาเข้ามาข้างใน แต่เธอกลับโดนการ์ดของเขาไล่เธอออกมาจนต้องแอบไปนั่งหลบอยู่ที่ข้างรถเขาเพราะไม่รู้ว่าจะไปอยู่ที่ไหนเพื่อรอเขากลับออกมาหลังจากเขาทำธุระเสร็จ
แล้วเธอก็ไม่ได้แอบไปไหนเลยด้วยซ้ำ เธอนั่งอยู่อย่างนั้นตั้งนานสองนานจนได้ยินเสียงกรีดร้องและเสียงคนวิ่งหนีออกมาจากข้างใน จึงทำให้เธอคิดหาที่หลบไปซ่อนด้วยความกลัว แต่... สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
“พอใจเปล่านะคะ มะ ไม่ได้ก่อเรื่องอะไร คือ”
“ไม่ต้องมาเถียง! เธอมันชอบแส่หาเรื่อง!”
“ฮึก” เสียงตะคอกของเขาทำเอาน้ำตาที่พยายามกักเก็บเอาไว้ไหลลงมาเป็นทางราวกับทำนบแตก เธอทำผิดอะไรนักหนา ทำไมเขาต้องดุต้องตะคอกเธอตลอดด้วยแค่เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ก็ทำให้เธอกลัวมากพอแล้วเธอยังต้องมาโดนเขาดุในสิ่งที่เธอไม่ได้ทำผิดอะไรเลยด้วยซ้ำ
“เงียบเดี๋ยวนี้ รำคาญ!”
“คุณไม่รู้หรอกว่าหนูกลัวแค่ไหน คุณก็ดีแต่ดุดีแต่ตะคอก ไม่เคยห่วงใยหรือสนใจความรู้สึก ฮึก หนูเลย” เพราะความกลัวกับเหตุการณ์ก่อนหน้าจึงทำให้หญิงสาวลืมตัวขึ้นเสียงกับชายหนุ่มเป็นครั้งแรกโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะเอาแต่ยืนสะอื้นไห้ตัวโยนอย่างเสียใจ...
“ฉันบอกให้เธอเงียบ พิรตา!” เขานี่นะไม่ห่วงเธอ เขานี่นะไม่สนใจเธอ เขาแทบจะฆ่าทุกคนที่มันทำเธอเจ็บ ซัดทุกคนที่มันเข้าใกล้เธอ เธอมันจะไปรู้อะไร ยัยเด็กโง่เอ้ย!
“หนูไม่น่ามากับคุณเลย ฮึก หนูจะ ฮึก ไม่อยู่กับคุณแล้ว!” ร่างเล็กถลาออกไปที่ประตูห้องทำงานทันทีราวกับคนขาดสติ ใช่ เธอขาดสติจากความกลัว จากเสียงดุเสียงตะคอกของเขา เธอไม่อยากอยู่ฟังเสียงดุด่าของเขาให้ตัวเองเจ็บปวดแล้ว
“เธอจะไปไหน หยุดเดี๋ยวนี้นะพิรตา!” ร่างสูงรีบถลาวิ่งตามไปกระชากเรียวแขนเล็กของหญิงสาวเอาไว้ทันทีด้วยหัวใจที่วูบไหว
“ปล่อยหนูนะ ฮึก ปล่อยสิ หนูจะไม่รักคุณแล้ว” หญิงสาวพรั่งพรูคำพูดมากมายออกมาอย่างไม่รู้ตัวด้วยความน้อยใจที่ถูกดุ ทว่าสิ่งที่เธอพูดกลับทำให้กรามแกร่งต้องขบกันแน่นอย่างพยายามระงับความโกรธ จะไม่รักเขาแล้วงั้นหรอ ฝันไปเถอะ!
ฟรึบ!
ลีอันโดรดึงร่างของพิรตาเข้ามาในอ้อมกอดและล็อคตัวเธอไว้อย่างแน่นหนาด้วยอ้อมแขนแข็งแกร่ง แต่เธอกลับใช้มือที่ยังว่างทุบตีไปที่อกและไหล่เขาแรงๆ อย่างเสียใจระคนน้อยใจที่ถูกเขาดุและต่อว่า
ตุ้บ ตุ้บ!
“ปล่อยหนูนะ อุ๊บ”
มือหนาปล่อยกอดเพื่อเลื่อนมาล็อคใบหน้าหวานให้ตึงแน่นก่อนจะก้มลงไปบดจูบเรียวปากเล็กเพื่อห้ามเสียงเธอให้เงียบลงอย่างไม่อ่อนโยนนัก ปากหยักบดขยี้กเรียวปากเล็กของเธอที่เขารู้ดีว่าหวานแค่ไหนแรงๆ อย่างมันเขี้ยวกับความดื้อ
“อื้อ”
ลีอันโดรเลื่อนมือหนาลงไปกระชับเอวคอดกิ่วของพิรตาแน่นหลังจากที่คนตัวเล็กยอมนิ่งปล่อยให้เขาจูบจนพอใจ เหนือสิ่งอื่นใดที่ทำเอาเขาพอใจจนอยากจับเธอฟัดลงโซฟานักก็คือเรียวปากเล็กเผยอจูบตอบเขาอย่างไม่ประสา ทำเอาเขาใจเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่
จูบของเขาทำไมเหมือนในฝันของเธอจัง การจูบคนที่เรารักความรู้สึกมันดีแบบนี้เองสินะ
คนตัวเล็กคิดพลางเลื่อนสองแขนขึ้นกอดรอบลำคอหนาของชายหนุ่มอย่างไม่รู้ตัว ลีอันโดรจึงถอนจูบออกมามองใบหน้าสวยของเธอที่ตอนนี้ดวงตาของเธอนั้นฉ่ำเยิ้มหวานมองตอบเขาอย่างลุ่มหลงไม่คิดปิดบังอย่างพึงพอใจ ส่วนพิรตาก็ได้แต่มองตามริมฝีปากหนาของเขาอย่างแสนเสียดาย ตาหวานช้อนขึ้นมองเขาอย่างออดอ้อน มือบางก็ไม่ได้ละออกไปจากลำคอของเขาแต่กลับลูบไล้ไปมาเบาๆ ให้เขาเสียวเล่นจนเขาต้องกดจูบกลีบปากอิ่มหนักๆ อีกครั้งอย่างมันเขี้ยว
“เด็กดื้อ! จุ๊บ”
ชายหนุ่มต่อว่าคนตัวเล็กพลางกระตุกยิ้มอย่างเอ็นดูและไม่ทันที่เธอจะโต้ตอบกลับด้วยซ้ำ เขาก็กดจูบเธอมาอีกรอบ แต่ครั้งนี้ชายหนุ่มกลับสอดเรียวลิ้นของเขาเข้ามาดูดชิมน้ำหวานฉ่ำจากอุ้งปากเธอที่เผยอนิดๆ อย่างเชิญชวนด้วย จากจูบที่ดุดันแปรเปลี่ยนเป็นดูดดื่มเร่าร้อนจากอารมณ์ปรารถนาที่เกิดขึ้น
จุ๊บ จุ๊บ
เสียงจูบของเขาเมื่อครู่ส่งผลให้เรียวปากอิ่มแยกยิ้มหวานด้วยความเขินทันทีและยิ่งมองเห็นลักยิ้มสวยของเธอที่เขาชอบแอบมองก็ยิ่งทำให้เขาต้องกดจูบและหอมแก้มนุ่มอยู่แบบนั้นซ้ำๆ อย่างหลงใหล
ฟอดดด
พลัวะ!
“นายครับ เอ่อ...” เสียงของนิคที่ดังขึ้นทำเอาลีอันโดรที่กำลังฝากฝังเรียวปากหยักมอบความหวานละมุนให้คนในอ้อมกอดได้สติแทบจะทันทีก่อนจะผละจูบและถอยห่างจากร่างเล็กที่พึ่งถูกความวาบหวามเล่นงานจนแทบยืนไม่อยู่ ทว่าคนตัวเล็กกลับซุกใบหน้าลงมาที่อกแกร่งของเขาอย่างอับอายต่อสายตาของลูกน้องเขาแทน ชายหนุ่มหันไปมองลูกน้องของตัวเองด้วยดวงตาวาวโรจน์ไม่พอใจแทบจะกินเลือดกินเนื้อคนที่บังอาจเข้ามาขัดจังหวะของเขา
“ทำไมมึงไม่เคาะประตู!” เสียงเข้มทรงอำนาจเอ่ยถามพร้อมกับจะเดินไปเอาเรื่องกับลูกน้องหนุ่ม แต่ติดที่คนตัวเล็กในอ้อมกอดซุกใบหน้าเข้าที่อกล่ำสันของเขาอย่างอับอายต่อบุคคลที่มาใหม่ จึงทำให้เขาทำอะไรไม่สะดวกจึงจำต้องยืนนิ่งให้เธอซุกอกอยู่อย่างนั้น
“คะ เคาะแล้วครับนาย แต่ผมไม่ได้ยินเสียงตอบเลยเปิดเข้ามา” คำตอบของลูกน้องทำเอาทั้งเธอและเขาต่างหน้าแดงหูแดงอย่างอับอาย...นี่เขาจูบเธอจนไม่สนใจอะไรและไม่ได้ยินอะไรเลยหรอวะ
“แล้วมึงมีอะไร!”
“เสี่ยธงชัยมาที่นี่ครับนาย”
“เร็วกว่าที่คิด” ชายหนุ่มพูดพลางดึงตัวพิรตาที่หน้าแดงจัดด้วยความเขินอายออกจากอ้อมกอดเบาๆ ก่อนจะก้มลงไปออกคำสั่งกับคนที่ยืนแก้มแดงเสียงเข้ม
“รออยู่ในนี้ ฉันจะไปทำธุระ”
“ให้พอใจไปด้วยได้ไหมคะ พอใจกลัว” หญิงสาวรีบเอ่ยถามออกมาด้วยความกลัวพลางดึงชายเสื้อของเขาไว้เมื่อรู้ตัวว่าจะถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวอีกครั้ง
“ไม่มีอะไรที่ต้องกลัว รออยู่ที่นี่! ไปเรียกคนมาอยู่เป็นเพื่อนพิรตา และเอาการ์ดมาเฝ้าหน้าห้องด้วย” เขาสั่งเธอเสียงเข้มดุเสร็จก็หันไปสั่งลูกน้องเขาด้วยน้ำเสียงดุไม่แพ้กัน
“ครับนาย”
ลีอันโดรเดินออกไปข้างนอกทันทีทำราวกับไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรกับเหตุการณ์ก่อนหน้าระหว่างเธอกับเขา ก็คงจะมีแค่เธอที่รู้สึกมีความสุขและคิดไกลไปเองคนเดียวสินะ หญิงสาวคิดด้วยความน้อยใจพลางเดินไปหย่อนสะโพกนั่งลงที่โซฟาตัวยาวด้วยใบหน้าที่ซึมลง
┅✹┅
“หวานมากไหมครับนาย” นิคเอ่ยแซวเจ้านายหนุ่มทันทีที่เขาปิดประตูห้องทำงานลง ทำเอาร่างสูงถึงกลับหันมากระชากเสียงดุใส่ทันที
“ไอ้นิค!!”
“คร้าบบบบ” นิคขานรับเสียงยานอย่างล้อเลียนก่อนจะวิ่งออกไปทันทีเพราะกลัวชายหนุ่มเขินจนมาทำร้ายเขาอีก
“กูเคลียร์ตรงนี้เสร็จเมื่อไหร่ กูคิดบัญชีมึงแน่”
