บทที่ 6 ทำแผล

“มันมาแล้วครับเสี่ย” เสียงรายงานจากลูกน้องของเสี่ยธงชัยเอ่ยขึ้นทันทีที่เห็นร่างสูงของลีอันโดรกำลังก้าวขาเดินลงมาจากบันไดด้วยท่วงท่าสง่าผ่าเผยราวกับราชสีห์ ทำราวกับไม่เกรงกลัวอำนาจของคนอย่างเสี่ยธงชัยเจ้านายของเขาเลยสักนิด

ลีอันโดรตรงดิ่งมาที่ห้องโถงใหญ่ที่มีเสี่ยธงชัยและลูกน้องของมันกำลังยืนรอเขาอีกเกือบยี่สิบคน พลางล้วงมือเข้าไปในกางเกงด้วยท่าทีเรียบเฉยไม่สะทกสะท้าน

“คุณลีอันโดร เอ่อ สะ สวัสดีครับ” การ์ดและลูกน้องของเสี่ยธงชัยต่างหันมองเจ้านายของตัวเองอย่างตกใจและแปลกใจอย่างพร้อมเพรียงกันเมื่อเห็นท่าทางนอบน้อมที่เจ้านายแสดงออกต่อหน้าชายหนุ่มรุ่นลูกที่ยืนล้วงกระเป๋าอยู่ตรงหน้า

“เสี่ยรู้จักมันด้วยหรอครับ” เสียงลูกน้องที่เอ่ยกระซิบถามนั้นทำเอาชายแก่ร่างท้วมได้แต่กัดฟันแน่นตอบในใจเสียงขุ่น... ยิ่งกว่ารู้จักเสียอีก เพราะชายหนุ่มวัยอ่อนกว่าคราวลูกตรงหน้าเขาตอนนี้คือ ลูกชายคนโตของคุณหญิงดารินหรือก็คือคนที่เขาเคยไปขอกู้เงินมาลงทุนกับธุรกิจจนประสบความสำเร็จได้ถึงทุกวันนี้ และแม้เขาจะใช้คืนท่านไปหมดในเวลาไม่กี่ปีแล้วแต่คุณดารินก็ถือเป็นผู้มีพระคุณกับเขาแล้วชายหนุ่มตรงหน้าคนนี้เขาก็รู้จักกิตติศัพท์ดีพอควรว่าเป็นคนที่น่าเกรงขามและน่ากลัวทั้งในทางธุรกิจและชีวิตส่วนตัว หากเขากล้าต่อกรด้วยมีหวังบริษัทที่เขาสร้างมันมากับมือพังลงในพริบตาแน่...เสี่ยธงชัยได้แต่ก่นด่าบุตรชายในใจอย่างโมโห

หาเรื่องให้กูจนได้ไอ้ลูกคนนี้

“คุณเองหรอ เสี่ยธงชัย” ลีอันโดรเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงหยามหยัน พลางกระตุกยิ้มน่ากลัวเสียจนคนที่มองอยู่ถึงกับเสียวสันหลังวาบทันที

“ได้ยินว่าลูกชายคุณจะไปฟ้องพ่อ ให้มาถล่มที่นี่ มาเร็วกว่าที่คิดนะ เอาสิ เชิญตามสบาย” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยบุตรชายของเสี่ยธงชัยพร้อมเอ่ยเชื้อเชิญให้เสี่ยธงชัยยกพวกมาถล่มแอลคลับอย่างไม่ยี่หระ

“มะ ไม่ใช่อย่างงั้นหรอกครับ คุณลีอันโดร คะ คือผมมาขอโทษแทนลูกชายผมที่มาก่อเรื่องที่นี่น่ะครับ” จากที่ตอนแรกเสี่ยธงชัยต้องการที่จะมาเอาเรื่องคนที่ทำร้ายลูกชายเขาให้สาสม แต่พอมาเจอหน้าชายหนุ่มก็ทำเอาเขาต้องเปลี่ยนความตั้งใจของตัวเองแทบจะทันที

“หึ งั้นหรอ!”

“ผมขอโทษแทนลูกชายด้วยครับคุณลีอันโดร ผมยินดีจะชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดให้ครับ”

“เสี่ยครับ! แต่นายน้อย” ลูกน้องของเสี่ยธงชัยอุทานออกมาอย่างไม่เห็นด้วยและไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่เจ้านายมาพูด

“มึงหุบปากไปไอ้เดช!”

ลีอันโดรเหยียดยิ้มมุมปากอย่างดูถูกดูแคลน พลางจ้องหน้าเสี่ยธงชัยด้วยแววตามืดลึกน่ากลัว เขาไม่รู้เหรอกว่าไอ้เสี่ยนี่มันรู้จักเขาได้ยังไง แล้วไอ้ท่าทางเกรงกลัวที่มันแสดงออกมาเขาก็ไม่คิดจะใส่ใจ แต่ก็ดีที่ไม่ต้องเคลียร์อะไรเยอะแยะมากมายให้รำคาญใจ

“นึกว่าลงมาจะได้ยืดเส้นยืดสายสักหน่อย ไม่สนุกเลยแฮะ” มือหนาหยิบแก้วบรั่นดีที่ลูกน้องส่งให้ตามที่เขาสั่งไปก่อนหน้ามาคลึงเล่นอย่างใจเย็น เสียงที่เปล่งออกมานั้นราบเรียบก็จริงแต่กลับทำให้ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นหวั่นกลัวกับน้ำเสียงและท่าทางที่เยือกเย็นนั่นของเขา

“ผะ ผมขอโทษแทนลูกชายอีกครั้งนะครับ” เสี่ยธงชัยก้มหัวขอโทษร่างสูงที่มีอายุน้อยกว่าตัวเองอย่างนอบน้อม ทำเอาลูกน้องที่ตามมาด้วยเกือบยี่สิบชีวิตต้องรีบก้มหัวขอโทษตามผู้เป็นเจ้านายเช่นกัน แม้จะยังไม่เข้าใจและมึนงงกับสถานการณ์ที่ผลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ

“ส่งแขก!” ลีอันโดรหันไปสั่งนิคเสียงเข้มอย่างไม่ใส่ใจหรือให้ค่ากับเสี่งธงชัยและพวกของมันที่กำลังก้มหัวให้ตัวเอง ร่างสูงหมุนกายหันหลังกลับขึ้นไปบนห้องทำงานทันทีเพราะเขาไม่อยากเสียเวลาตรงนี้นานนัก... ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการที่ได้อยู่กับยัยเด็กขี้กลัวนั่นแล้ว

พลัวะ!

เสียงเปิดประตูเข้ามาในห้อง ทำเอาสองสาวที่นั่งคุยกันอยู่ต่างหันมามองและทำหน้าเลิกลักทำตัวไม่ถูก เมื่อคนที่เปิดประตูเข้ามานั้นมีใบหน้าที่เรียบตึงและดูหงุดหงิดเสียจนเธอแอบหวั่น

“เอ่อ...”

“ออกไป!” ลีอันโดรเอ่ยไล่พนักงานสาวสวยที่เข้ามาอยู่เป็นเพื่อนเธอเสียงเข้ม

“ค่ะนายท่าน” พนักงานสาวพยักหน้ารับคำพลางช้อนสายตามองตามแผ่นหลังของชายหนุ่มไปอย่างมีความหมายก่อนจะค่อยๆ เดินออกไปจากห้อง พิรตาที่เห็นดังนั้นได้แต่มองตามด้วยความสงสัยและมึนงงกับแววตาและกิริยาเหล่านั้นของพนักงานสาวที่เข้ามาอยู่เป็นเพื่อนเธอ

ปึง!

ลีอันโดรเดินออกไปที่ระเบียงห้องพลางจุดบุหรี่สูบอัดควันเข้าปอดไปอย่างหนัก แต่ก็ไม่ลืมที่จะปิดประตูห้องเพื่อไม่ให้กลิ่นไปรบกวนเธอ บุหรี่มวนที่สองถูกจุดสูบต่อทันทีเมื่อมวนแรกหมดไปเพียงแค่เข้าอัดเข้าปอดไปไม่กี่ครั้ง

คนตัวเล็กนั่งมองเขาด้วยความเป็นห่วงระคนสงสัยว่าเหตุใดเขาถึงต้องดูดบุหรี่เยอะอย่างนี้ด้วย ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยเห็นเขาสูบบุหรี่เลยสักครั้ง แล้วก็เมื่อกี้ที่เธอกับเขา เอ่อ... จูบกันเธอก็ไม่เห็นได้กลิ่นบุหรี่จากเขาเลยหรือเขาพึ่งจะมาสูบ หญิงสาวคิดด้วยความเป็นห่วงชายหนุ่ม อยากไปถามเขาว่าเขาเครียดอะไร ไม่สบายใจอะไร แต่กลัวถูกเขาไล่ตะเพิดออกมาเหมือนทุกทีที่เธอเข้าใกล้

“มองอะไรนักหนา!” ชายหนุ่มดุเธอออกมาทันทีที่เปิดประตูเข้ามาแล้วมองเห็นเธอที่กำลังนั่งมองเขาแทบไม่วางตา

“เอ่ออ คุณลีอันโดรสูบบุหรี่ด้วยเหรอคะ” หญิงสาวตัดสินใจเอ่ยถามเขาทันทีด้วยความอยากรู้ระคนเป็นห่วง เธอเคยได้ยินมาว่าคนที่สูบบุหรี่จัดส่วนมากกำลังมีเรื่องเครียดเรื่องไม่สบายใจกันทั้งนั้น

“ไม่ใช่เรื่องของเธอ!”

“ขะ ขอโทษค่ะ” ตอบพลางก้มหน้างุดอย่างน้อยใจ ก่อนถามเธอก็คิดไว้แล้วแหละ ว่าต้องได้คำตอบประมาณนี้เลยเผื่อใจไว้แล้วน่ะ แต่ก็อดน้อยใจกับคำตอบเขาอยู่ดี เราอุตส่าห์เป็นห่วงแท้ๆ เลย

“จะนั่งอยู่ตรงนี้ทั้งคืน ไม่กลับห้องรึไง”

“เอ่อ... กลับค่ะ” หญิงสาวตอบเขาพลางรีบกุลีกุจอหยิบถุงผ้าที่เธอเรียกมันว่ากระเป๋ามาถือและวิ่งตามชายหนุ่มออกไปโดยลืมความเจ็บไปเลย ก็เธอกลัวเขาทิ้งอีกนี่นา...

“ไอ้นิคไปเอารถออกมารอกูที่นี่” สั่งเสร็จเขาก็หมุนกายเดินกลับเข้าไปข้างในทันทีอย่างไม่พูดพร่ำทำเพลง หญิงสาวจึงรีบวิ่งตามไปด้วยราวกับเด็กน้อยกลัวถูกผู้ปกครองทิ้ง

“นี่เธอจะตามฉันมาทำไมห๊ะ!”

“พอใจกลัว” เธอตอบเขาด้วยน้ำเสียงสั่น

“ออกไปรอข้างนอก ฉันจะไปเข้าห้องน้ำหรือจะเข้าไปด้วยกัน?”

“เดี๋ยวพอใจรออยู่ตรงนี้ก็ได้ค่ะ”

“....” เขาส่ายหน้าอย่างระอากับเธอก่อนจะหมุนเท้าเข้าไปในห้องน้ำทันที... ไม่นานชายหนุ่มก็เดินออกมาและตรงดิ่งออกไปโดยไม่เรียกเธอเลยซักนิดเดียว

“เชิญครับนาย... เชิญครับคุณพิรตา”

“เรียกหนูว่าพอใจก็ได้ค่ะ”

“ครับคุณพอใจ” นิคเปิดประตูให้ชายหนุ่มเข้าไปนั่งที่เบาะหลังอย่างนอบน้อม หญิงสาวจึงเปิดประตูข้างคนขับเองเพื่อเข้าไปนั่งอย่างรู้ฐานะตัวเอง

“คุณพอใจมานั่งตรงนี้ดีกว่าครับ”

“เอ่อ ไม่ดีหรอกค่ะ หนูเป็นแค่ลูกแม่ครัวของท่านน่ะค่ะ ไม่ควรไปนั่งเสมอกับเจ้านาย”

“มานั่งตรงนี้!” ชายหนุ่มตะคอกเสียงดุจนหญิงสาวและนิคสะดุ้งพร้อมกันทันที

“เอ่อ ค่ะ”

“เชิญครับ” พิรตาพยักหน้าก่อนจะเดินตัวลีบเล็กขึ้นไปนั่งเบาะหลังข้างร่างสูงใบหน้าดุ ร่างเล็กนั่งตัวลีบชิดประตูอย่างเกรงใจและกลัวจะไปทำตัวรบกวนเขา เนื่องจากเธอเห็นเขานั่งหลับตาราวกลับต้องการพักผ่อน รถคันหรูเคลื่อนตัวออกไปเธอจึงแอบลอบมองใบหน้าหล่อคมสันนี่นั่งปิดเปลือกตาอยู่ข้างกายอย่างเป็นห่วง

“นายครับ นายทำแผลที่มือหรือยังครับผมจะได้แวะซื้ออุปกรณ์ทำแผลให้” ทันทีที่ได้ยินประโยคนั้นของพี่คนที่ขับรถ พิรตาก็มองไปที่หลังมือของเขาทันที ฉับพลันตากลมโตก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจระคนเป็นห่วงที่เห็นหลังมือขาวของเขามีรอยถลอกและรอยแตกจนเลือดซิบออกมาเล็กน้อย

ฟรึบ!

พิรตาคว้ามือหนาของเขามาสำรวจด้วยความเป็นห่วงทันทีอย่างลืมตัว ทำเอาคนที่นั่งปิดเปลือกตากลั้นยิ้มแทบไม่ไหวเมื่อเห็นเธอห่วงเขาจนลืมตัว แต่ทว่าพอเห็นแววตาล้อเลียนของนิคที่กำลังมองมาเช่นกัน ก็ทำเอาชายหนุ่มหุบยิ้มและตีสีหน้าให้เรียบขรึมทันที

“เจ็บมากไหมคะ ฟู่วๆ”

หญิงสาวถามเขาพลางเป่าที่แผลให้เขาเบาๆ ตอนเด็กๆ เวลาเธอล้มและมีบาดแผลแม่และป้าจะชอบเป่าที่แผลของเธอ ทำให้เธอหายเจ็บในทันที เธอจึงเลือกเป่าให้เขาเพราะอยากให้เขาหายเจ็บเหมือนที่เธอเคยหาย

“ฉันไม่ใช่เด็กที่มีใครมาเป่าแผลแล้วจะหายนะ ไร้สาระ!” เขาชักมือกลับทันทีเพราะทนสายตาล้อเลียนของนิคไม่ไหว แล้วมันจะยิ้มหาสวรรค์วิมานอะไรนักหนาวะหงุดหงิดชิบ!

แม้เขาจะหาว่าเธอไร้สาระ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ความห่วงในใจของเธอลดลงไปเลย หญิงสาวนั่งมองแผลของเขาด้วยความเป็นห่วงไปตลอดทาง

“พี่คะจอดร้านสะดวกซื้อให้หนูได้ไหมคะ”

“เธอจะทำอะไร”

“หนูจะลงไปซื้ออุปกรณ์ทำแผลให้คุณค่ะ”

“ไม่ต้อง! แผลแค่นี้ไม่ทำให้ฉันตายได้หรอก อีกอย่างฉันไม่ได้เจ็บหรือปวดอะไร”

“แต่ว่า...” เธอเงียบเสียงลงทันทีที่เจอเขากดสายตาดุมอง

“ถึงแล้วครับนาย” เพราะมัวแต่ห่วงเขาจนลืมมองเส้นทาง แต่เอ๊ะที่นี่มันหอเธอนี่นาแล้วพี่คนขับรู้ได้ยังไงว่าหอเธออยู่ที่นี่ทั้งที่เธอยังไม่ได้บอกทางเลยด้วยซ้ำ หญิงสาวคิดพลางกำลังจะเอ่ยปากถาม

“ถึงแล้วก็ลงไปสิ! จะนั่งนิ่งอยู่ทำไม”

“คุณพอใจครับบนห้องคุณพอใจมีอุปกรณ์ทำแผลไหมครับ ผมกลัวแผลนายอักเสบน่ะครับ เลยว่าจะให้นายขึ้นไปทำแผลบนห้องคุณ”

“ไอ้นิค!!” ชายหนุ่มกัดกรามแน่นและส่งสายตาคาดโทษให้ลูกน้อง

“มีค่ะๆ งั้นคุณลีอันโดรไปทำแผลบนห้องพอใจก่อนไหมคะหรือจะให้พอใจเอาลงมาให้ที่นี่ก็ได้ค่ะ ปล่อยไว้แผลอาจติดเชื้อก็ได้นะคะ” หญิงสาวพูดพลางมองไปที่แผลเขาด้วยความห่วงใย

“ลงไปทำแผลสิครับนาย” นิคพูดกับชายหนุ่มพร้อมยิ้มใส่กระจกมองหลังให้เจ้านายอย่างล้อเลียน

จิ๊!!

ลีอันโดรจิ๊ปากอย่างหงุดหงิด ก่อนจะหันไปเปิดประตูรถแล้วเดินเร็วเข้าไปข้างในหอพักของหญิงสาวทันที ทำเอาคนตัวเล็กต้องรีบถลาวิ่งตามไปเพราะกลัวเขาหลงทาง นิคมองตามไปด้วยรอยยิ้มขบขันกับท่าทีของเจ้านายหนุ่ม อยากอยู่กับเขาแต่ทำเป็นเก๊ก ต้องให้เขาออกโรงตลอด เขาไม่แปลกใจเลยที่นายของเขา ผู้นิ่งขรึมเย็นชาและแสนดุดันของเขาจะมาหลงเสน่ห์สาวน้อยคนนี้ ก็ดูเธอสิทั้งอ่อนโยนใจดีแถมยังสวยเอามากๆ อีกด้วย ไม่รักก็บ้าแล้ว

พิรตารีบวิ่งตามร่างสูงของเขาเข้ามาในลิฟต์อย่างกระหืดกระหอบ เขาไม่รอเธอเลยแล้วนี่ยังเดินมาที่ลิฟต์ถูกอีกต่างหาก จะเก่งไปซะทุกอย่างเลยหรือไงนะ ค่อนขอดเขาในใจพลางใช้นิ้วจิ้มกดไปที่ชั้นที่ตัวเองอยู่ก่อนจะหันไปถามเขาเสียงแผ่วด้วยความเป็นห่วงอีกครั้ง

“ยะ ยังเจ็บอยู่ไหมคะ”

“....” เหมือนเดิม เขาก็ยังเงียบกับเธอเหมือนเดิม

ติ๊ง!

“ทางนี้ค่ะ” เธอเอ่ยบอกเขาพลางรีบวิ่งไปไขกุญแจเปิดประตูห้อง

“เอ่อ คุณลีอันโดรนั่งรอตรงนี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวพอใจเข้าไปเอากล่องยาสักครู่” หญิงสาวหันไปบอกเขาให้นั่งรอที่โซฟาตัวเล็กกลางห้องทันทีที่เข้ามาข้างใน ก่อนที่ร่างเล็กจะรีบกุลีกุจอไปหากล่องอุปกรณ์ทำแผลที่มีเอาไว้ติดห้อง เธอมักจะมีอุปกรณ์แบบนี้ติดห้องแต่ไหนแต่ไรแล้วล่ะ ก็ตัวเธอเป็นคนที่ซุ่มซ่ามนี่นา ทำไรนิดหน่อยก็ได้แผลแล้ว

“หะ เห้ยย พรึบ ตุบ”

ด้วยความที่รีบร้อนนำกล่องยามาทำแผลให้เขาทำให้หญิงสาวเดินสะดุดพรมล้มไปคร่อมทับอยู่บนตักของเขาทันที ที่มากไปกว่านั้นก็คือปากอิ่มของเธอตอนนี้กำลังแนบอยู่ที่แก้มของเขา!!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป