บทที่ 8 ความแตก!

“อ่าา คุณลี อันโดรคะ มะ มี.. สาย ขะ เข้าค่ะ” พิรตาบอกเขาอีกรอบเสียงกระท่อนกระแท่น พลางรีบดึงสติตัวเองที่หลงเตลิดไปกับสัมผัสสุดวาบหวามของเขากลับมา

“โธ่เว้ยย!” ร่างสูงหยัดกายผละออกไปคว้าโทรศัพท์ที่โต๊ะเล็กข้างเตียงของเธอมากดรับสายอย่างหงุดหงิดจากอารมณ์ที่คลั่งค้าง!

“มีอะไร!” กระแทกเสียงดุห้วนใส่ด้วยความหงุดหงิดไม่พอใจ

(ขอโทษที่โทรมารบกวนเวลาพักผ่อนครับพี่ใหญ่)

“อืม มีอะไร” ทันทีที่ได้ยินเสียงของปลายสาย ชายหนุ่มจึงปรับโทนเสียงให้เป็นปกติ

(ไอ้เดรคมันโทรมาบอกผมว่าที่แอลคลับเมืองไทยเกิดเรื่อง แต่พี่ใหญ่จัดการไปแล้ว)

“อื้ม” ชายหนุ่มรับคำปลายสาย พลางใช้มือรองศีรษะของตัวเองเพื่อนอนคุยโทรศัพท์ แต่ทว่าสายตาของเขากลับมองไปยังหญิงสาวข้างกายที่ลุกขึ้นนั่งหันหลังติดกระดุมชุดนอนตัวสวยของเธอไม่วางตา

(พี่ใหญ่ไปทำอะไรที่เมืองไทยครับ แล้วทุกอย่างเรียบร้อยดีไหม)

“พี่จัดการทุกอย่างแล้ว นายไม่ต้องห่วง” ลีอันโดรเลือกที่จะไม่ตอบน้องชายว่าเขามาทำอะไรที่เมืองไทย เพราะดูดีว่าน้องชายเพียงแค่ถามไปอย่างนั้นเอง

(ผมได้ยินว่าพี่ใหญ่สั่งเก็บลูกค้าที่มาคลับสามคน เกิดอะไรขึ้นครับ)

ลีออนยังไม่วายถามคำถามที่เขาไม่คิดอยากจะตอบหรือพูดให้ใครได้รู้ เพราะสาเหตุที่เขาทำทุกอย่างลงไปก็นั่งตัวสั่นอยู่ข้างเขานี่ไง จะถามมากทำไมก็ไม่รู้ ปกติลีออนไม่เห็นอยากจะรู้เรื่องของเขาเลยต้องมีใครไปรายงานมันแน่

“พี่ว่าคนที่รายงานนาย มันคงบอกทุกอย่างแล้ว พี่คงไม่จำเป็นต้องเล่าซ้ำหรอกจริงไหม!” เขารู้ว่าลีออนนั้นต้องรู้เรื่องของเธอแล้วแน่ เพราะไม่มีทางที่ลูกน้องของไอ้เดรคจะไม่รายงานเจ้านายมัน แล้วมันจะไม่เล่าต่อให้ลีออนรู้

(โธ่ว... เมื่อไหร่ผมจะต้อนพี่ให้จนมุมได้บ้างนะ ว่าแต่อยากรู้จังว่าใครกันนะที่ทำให้คุณลีอันโดรเสียการเสียงาน ตามไปเฝ้าไปดูแลถึงเมืองไทยแบบนี้)

“ลีออน!”

(นึกไม่ถึงเลยครับ ว่าพี่ใหญ่จะมีคนรัก เห็นไม่สนใจผู้หญิงคนไหนเลยสักคน ฮึฮึ)

“พี่ไม่มีคนรักและไม่คิดจะรักใครด้วย หุบปากไปเลย!” ด้วยความที่ชายหนุ่มไม่ชอบให้ใครมาล่วงรู้ความรู้สึกของตัวเอง จึงทำให้เขากระแทกเสียงตอบน้องชายกลับไปด้วยความหงุดหงิด แต่หารู้ไม่ว่าคำพูดเหล่านั้นของเขา ทำให้หญิงสาวที่นอนนิ่งอยู่ข้างกายน้ำตาซึมด้วยความน้อยใจอย่างห้ามไม่อยู่

ใช่สินะ แค่เขาจูบก็ทำให้เธอคิดไปไกล หลงละเมอเพ้อพกไปคนเดียว เธอเป็นใครแล้วเขาเป็นใคร ทำไมไม่หัดเจียมเนื้อเจียมตัวบ้างนะพอใจ ลูกสาวแม่ครัวอย่างเธอจะริอาจอยากไปเป็นคนรักของเขาได้ยังไง เธอน่าจะรู้ว่าลีอันโดรเกลียดและไม่ชอบขี้หน้าเธอแค่ไหน เพราะตั้งแต่ครั้งแรกทีเจอกัน เขาก็แสดงออกชัดเจนแล้วว่าไม่ชอบเธอ

คนอย่างเธอแม้แต่แอบชอบเขา เธอก็ไม่มีสิทธิ์ด้วยซ้ำ

(ฮ่าๆ ใจเย็นครับพี่ชาย ผมแค่แซวเล่น) ใช่สิลีออนแค่แซวเขาเล่น แต่คนตัวเล็กข้างๆ เขาร้องไห้กับคำพูดเมื่อกี้ที่เขาตะคอกใส่น้องชายไปแล้ว เพราะเขาได้ยินเสียงสูดน้ำมูกเบาๆ ดังมาจากข้างตัว

“แค่นี้นะ พี่จะพักผ่อน”

(ไว้เจอกันครับ) ลีอันโดรตัดสายน้องชายแล้วหันตะแคงข้างมาหาคนตัวเล็กที่นอนหันหลังให้เขาทันที

“หันหน้ามานี่!” ชายหนุ่มออกคำสั่งด้วยเสียงดุ จนร่างบางสะดุ้ง แต่ก็แกล้งทำเป็นหลับต่อไปเพราะเธอไม่อยากให้เขาเห็นน้ำตาของเธอ

“ฉันรู้ว่าเธอไม่ได้หลับ อย่าให้ต้องพูดเป็นครั้งที่สอง” หญิงสาวรีบใช้มือเช็ดน้ำตาออกลวกๆ ก่อนจะพลิกกายหันหน้ามาหาเขา

“ร้องไห้ทำไม!”

“เปล่าค่ะ พอใจแค่แสบตา น้ำตาเลยไหล”

“เดี๋ยวนี้หัดเป็นคนขี้โกหกงั้นหรอ!” เสียงเข้มเอ่ยตำหนิ

“คะ คือ...”

“ทำไม? แค่โดนโทรขัดจังหวะแค่นี้ถึงกับร้องไห้เลยหรอ จะต่ออีกก็ได้นะ”

“มะ ไม่ใช่อย่างนะ...อุ้บ!”

หญิงสาวรีบปฏิเสธความเข้าใจผิดของเขาหน้าตาตื่น แต่ทว่ากลับถูกเขากดปากหนาลงมาประกบจูบที่ริมฝีปากบวมเจ่อเล็กน้อยอย่างไม่ทันตั้งตัว แต่ครั้งนี้เธอกลับรู้สึกถึงความอ่อนโยน นุ่มนวลจากสัมผัสของเขา

จ๊วบ จุ๊บ!

เรียวกปากหยักบดคลึงและดูดชิมกลีบปากสวยสีชมพูอ่อนอย่างหยอกเย้าก่อนที่ปลายลิ้นอุ่นจะแทรกเข้ามากวาดกลืนความหวานละมุนและดูดดื่มน้ำหวานจากปากเธออย่างไม่นึกรังเกียจ

ชายหนุ่มถอนริมฝีปากออกไปจนเธอผวามองตามริมฝีปากหนานั้นทันทีด้วยความโหยหา แต่ไม่นานปากอุ่นร้อนก็เลื่อนขึ้นมากดจูบที่ดวงตาของเธอทั้งสองข้างอยู่อย่างนั้นซ้ำๆ ราวกับต้องการขอโทษ

ร่างสูงหยัดกายขึ้นเล็กน้อยก่อนจะใช้แขนเท้ากับหมอนเพื่อคร่อมร่างของเธอเอาไว้ แววตาคมดุสีน้ำตาลอมเทาของเขาจ้องมองเข้ามาที่ตากลมหวานของเธอ เขามองจ้องอยู่อย่างนั้นเนิ่นนานจนเธอเริ่มรู้สึกเขินอายกับสายตาร้อนแรงแฝงเลศนัยของเขา

“เอ่อ คือ...” หญิงสาวเสหลบสายตาของเขา แต่ทว่าแขนเรียวเล็กทั้งสองข้างกลับยังคงคล้องอยู่ที่คอเขาเหมือนเดิมอย่างไม่รู้ตัว

“ง่วงนอนแล้วค่ะ นะ นอนกันเถอะนะคะ” เพราะกลัวว่าตนเองจะเผลอใจปล่อยให้ทุกอย่างเลยเถิดไปมากกว่านี้ เธอจึงเอ่ยชวนเขานอนเสียงสั่นไหว... เมื่อกี้ยังร้องไห้เสียใจเรื่องเขาอยู่เลย แต่พอถูกเขาจูบแปบเดียวเธอก็โอนอ่อน ใจง่ายกลับไปมอบหัวใจไว้แทบเท้าเขาอีกเหมือนเดิมสินะ ชาตินี้เธอคงเลิกรักเขาไม่ได้แล้วแหละ

“จะนอนจริงหรอ ของที่ไอ้นิคเตรียมมาให้ฉันยังไม่ได้ใช้เลย” ชายหนุ่มเอ่ยถึงของที่อยู่ในถุงกระดาษที่ลูกน้องเตรียมมาให้ ทำเอาหญิงสาวใต้ร่างขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่เข้าใจ

“อะ อะไรหรอคะ”

“ฮึฮึ!” ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอเล็กน้อยก่อนจะก้มลงกดหอมแก้มเนียนนุ่มของเธอจนชุ่มปอดทั้งซ้ายและขวา

ฟอดด ฟอดด

พิรตาอมยิ้มด้วยความเขินอายจนแก้มเนียนนุ่มทั้งสองข้างบุ๋มลงไปเป็นลักยิ้มสวย ทำเอาชายหนุ่มต้องกดจูบกดหอมแก้มนุ่มอยู่อย่างนั้นซ้ำๆ อย่างหลงใหล

น่ารักเป็นบ้าเลยเด็กน้อย

“พะ พอแล้วค่ะ”

“นึกว่าอยากจะต่อซะอีก เห็นร้องห่มร้องไห้”

เขาพูดพลางยกศีรษะของเธอขึ้นเพื่อสอดแขนล่ำสันเข้าไปให้เธอหนุนนอนแทนหมอน หญิงสาวนอนใจเต้นแรงตัวสั่นระริกอย่างตื่นเต้น ด้วยไม่คิดว่าจะได้นอนในอ้อมแขนของคนที่เธอแอบรัก บวกการที่เธออยู่ใกล้เขาแบบนี้ทำให้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากครีมอาบน้ำของเธอที่เมื่ออยู่บนตัวเขาแล้ว กลับทำให้หอมมากกว่าเดิมเป็นสิบเท่า หญิงสาวนอนยิ้มอยู่ในวงแขนของเขาด้วยความสุขใจ ไม่นานเปลือกตาสวยก็ปิดลงด้วยความเหนื่อยและอ่อนเพลียจากเหตุการณ์มากมายที่เกิดขึ้นวันนี้

เสียงลมหายใจที่ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอของคนตัวเล็กในอ้อมกอด ทำเอามุมปากหยักกระตุกยิ้มสุดแสนอ่อนโยนออกมาทันที ชายหนุ่มพลิกตัวหันมานอนจ้องหน้าเธอก่อนจะใช้มือหนาอีกข้างลูบไปที่ผมนุ่มสวยของเธออย่างเบามือ เขานอนมองเธอหลับใหลอยู่อย่างนั้นเนิ่นนาน จนเริ่มรู้สึกง่วงตามเธอ มือหนาดึงคนตัวเล็กเข้ามาแนบอกและตะกองกอดเธอเอาไว้อย่างหวงแหนก่อนจะเข้าสู่ห้วงนิทราตามเธอไปทันที

บ้านไออุ่น

“ดึกดื่นปานนี้แล้วทำไมยังไม่เข้านอนอีกละแม่เพียง” แม่ครูเพ็ญเอ่ยถามน้องสาวของเธอด้วยความแปลกใจ ที่เห็นเพียงใจกำลังยกโทรศัพท์ต่อสายหาใครสักคนกลางดึก

“พอใจนะสิจ๊ะพี่ ฉันโทรหาหลายรอบไม่รับสายฉันเลย ฉันเป็นห่วงลูกน่ะจ้ะ เลยนอนไม่หลับ”

“พอใจอาจจะหลับไปแล้วก็ได้ รายนั้นน่ะนอนเร็วแต่ไหนแต่ไรแล้ว”

“แต่ปกติลูกจะโทรมาหาฉันก่อนนี่จ้ะ เห็นโทรมาบอกเมื่อหัวค่ำว่าไปทานข้าวกับหนูญะญ๋า ถึงห้องจะโทรมาอีก นี่ยังไม่โทรเลย” เพียงใจพูดด้วยน้ำเสียงเป็นกังวลระคนห่วงใยลูกสาว

“หลานอาจจะเหนื่อย ถึงห้องเลยอาจจะหลับไปก็ได้นะแม่เพียง”

“แต่ว่า...”

“เอางี้ เราน่ะไปนอนได้แล้ว ถ้าพรุ่งนี้เรายังโทรหาหลานไม่ติด เราค่อยไปดูที่หอพักดีไหม”

“เอาอย่างงั้นก็ได้จ้ะ” เพียงใจตอบพี่สาวแต่ทว่าในใจก็ยังไม่หายกังวล ก่อนจะเดินตามร่างของพี่สาวเพื่อแยกย้ายกันเข้านอน เพราะนี่ก็ดึกมากแล้วสำหรับวัยอย่างพวกเธอ

┅✹┅

9.30 น.

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“พอใจ!! นี่เธออยู่ข้างในไหม เปิดประตูให้ฉันหน่อย พอใจ!”

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

แขนเรียวที่พาดอยู่บนร่างกำยำของลีอันโดรขยับเล็กน้อยแต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะลืมตาขึ้นมองรอบกายว่าตอนนี้สายมากแล้วสำหรับเธอ

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“พอใจเธออยู่ข้างในไหม เป็นอะไรรึเปล่า พอใจ!”

ญะญ๋ายังคงตะโกนเรียกเพื่อนต่อเนื่องด้วยความเป็นห่วง หลังจากแยกกันที่ห้างสรรพสินค้าเมื่อคืนเธอพยายาติดต่อเพื่อนแต่กลับโทรไม่ติด แถมยังไร้การตอบรับจนเธออดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ พอรุ่งเช้าเธอจึงตัดสินใจมาหาเพื่อนที่หอทันที

“พอใจ!!”

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“อะ อื้มม”

พิรตาขานรับในลำคอเบาๆ ราวกับละเมอ ตากลมสวยเปิดปรือขึ้นก่อนจะกระพริบขึ้นลงเพื่อปรับโฟกัส หญิงสาวมองไปที่แขนเรียวของตัวเองกำลังกอดเอวหนาของเขาแถมใบหน้าก็แนบอยู่บนอกแกร่งล่ำสันที่มีไรขนขึ้นบางๆ ก่อนจะอมยิ้มออกมาอย่างสุขใจ

เราฝันรึเปล่านะ แต่ครั้งนี้ฝันดีมากเลยได้กอดคุณลีอันโดรแถมยังได้นอนหนุนที่หน้าอกแกร่งของเขาอีก ^^

“พอใจ!!” ร่างเล็กสะดุ้งพลางดีดตัวลุกขึ้นนั่งทันที ทำเอาชายหนุ่มต้องลืมตาขึ้นมามองอย่างหงุดหงิดที่เธอขยับตัวรบกวนการนอนของเขา

เสียงนั่น... เสียงของญะญ๋านี่นา แล้วทำไมญะญ๋ามาหาเธอแต่เช้าขนาดนี้กันล่ะ แล้วนี่เธอจะทำไงดี คุณลีอันโดรก็นอนอยู่ในห้องนี้อีก แล้วถ้าเพื่อนเธอเข้ามาเห็นเธอจะทำไง จะอธิบายเพื่อนเธอว่าไงดี

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“พอใจ เธออยู่ข้างในมั้ย เป็นอะไรรึเปล่า ได้ยินฉันมั้ย” พิรตาหันซ้ายมองขวาคิดหาทางออกอย่างร้อนรนกระวนกระวายราวกับคนมีความผิด จนชายหนุ่มที่นอนมองอยู่ชักหงุดหงิด

“หูแตกรึไง ไปเปิดประตูสิ รำคาญ” พูดจบเขาก็ปิดเปลือกตาหลับต่อทันที ราวกับไม่ได้สนใจอาการร้อนรนของเธอเลยสักนิด

“พอใจ!! พี่มาก็ดีเลยค่ะ รีบเปิดประตูห้องเพื่อนให้หนูทีค่ะ หนูเคาะเรียกนานแล้ว ไม่มีใครออกมาเปิดเลย หนูกลัวเพื่อนหนูเป็นอันตราย” ญะญ๋าที่ยืนเคาะประตูห้องของเพื่อนอยู่นานนับชั่วโมง เอ่ยพูดกับเจ้าหน้าที่หอของเพื่อนเธอด้วยน้ำเสียงร้อนรน

“จ้าา ญะญ๋า ฉันอยู่ข้างใน”

แอดดดดด

“พอใจ ฉันเรียกเธอตั้งนานทำไมพึ่งมาเปิดประตูห๊ะ แล้วนั้นปากเธอไปโดนอะไร ทำไมช้ำแบบนั้น”

“คะ คือ”

“ขอบคุณมากนะคะพี่ เพื่อนหนูไม่เป็นไรแล้ว” ญะญ๋าหันไปขอบคุณเจ้าหน้าที่แล้วรีบดึงแขนของเธอเข้ามาในห้องทันที ก่อนจะเบิกตาโตอย่างตกใจเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นเสื้อนอนของผู้ชายวางกองอยู่บนพื้น สายตาขี้สงสัยของเธอกวาดมองไปที่เตียงก็เห็นมีร่างของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ท่อนบนเปลือยโชว์หน้าท้องเป็นลอนสวยกำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงของเพื่อนเธอ

“คะ คุ คุณลีอันโดร”

ชายหนุ่มหรี่ตามองเมื่อได้ยินคนเอ่ยเรียกชื่อตัวเอง แต่พอเห็นว่าเป็นเพื่อนเธอเขาก็ปิดเปลือกตาหลับต่อทันที ทำราวกับขี้เซานักหนาทั้งที่ความจริงเขาตื่นก่อนเธอตั้งนานแล้ว เพื่อนเธอเคาะประตูเขาก็ได้ยินตั้งแต่แรก แต่เขาแค่อยากจะแกล้งเธอ และอยากรู้ว่าเธอจะทำยังไงที่เพื่อนเธอจับได้ว่าเขาอยู่ที่นี่กับเธอทั้งคืน

“เอ่อคือ เดี๋ยวฉันค่อยอธิบายให้เธอฟังนะญะญ๋า คะ คือมันไม่ใช่อย่างที่เธอเห็นหรอก”

“คือฉันโทรหาเธอไม่ติดน่ะ เป็นห่วงก็เลยมาดู ไม่คิดว่าาา.. เอ่อ”

“คือมือถือฉันแบตหมดน่ะ เกิดเรื่องนิดหน่อย เดี๋ยวฉันค่อยเล่าให้เธอฟังนะ”

“งั้นฉันลงไปรอข้างล่างนะ” ญะญ๋าพูดด้วยท่าทีที่ยังไม่หายช็อค ก่อนจะรีบหันหลังเดินออกไปจากห้องทันที หญิงสาวจึงรีบเดินไปที่มือถือของเธอที่อยู่ในกระเป๋าเพื่อเปิดเครื่องแล้วเสียบแบตชาร์จ

มีสายเรียกเข้าที่ไม่ได้รับจากแม่จ๋า 18 สาย

พิรตาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นสายเรียกเข้าจากมารดาเป็นสิบๆ สาย เธอลืมโทรหาแม่! ลีอันโดรนอนมองคนตัวเล็กมีอาการร้อนรนด้วยความขบขัน ส่วนหญิงสาวนั้นก็รีบต่อสายหามารดาของเธอทันที ด้วยกลัวว่าแม่จะเป็นห่วง

“ฮัลโหลพอใจลูก แม่โทรไปตั้งหลายสายทำไมหนูไม่รับสายแม่ เป็นอะไรรึเปล่าแล้วอยู่ที่หอรึเปล่าลูก” คำถามถูกรัวใส่เธอเป็นชุดด้วยความเป็นห่วง จนทำให้เธอรู้สึกผิดขึ้นมาที่ไม่ได้โทรหามารดาตั้งแต่กลับมาถึงห้อง

“คะ คือหนูเผลอหลับไปน่ะค่ะแม่ ขอโทษนะคะที่หนูลืมโทรบอกแม่ ทำให้แม่เป็นห่วงมากขนาดนี้”

“นี่แม่กับป้าใกล้ถึงหอพักของหนูแล้วนะลูก แม่เป็นห่วงมากน่ะเลยรีบมาหาหนู”

“อะ อะไรนะคะแม่”

“แม่กำลังไปหาหนูที่หอจ้ะลูก”

o_o

บทก่อนหน้า
บทถัดไป