บทที่ 11 หวั่นไหว

ชายหนุ่มถอนหายใจยาว ความตื่นเต้นที่เธอนำเสนอมันช่างดูจืดชืดไปถนัดตาเมื่อเทียบกับสัมผัสไร้เดียงสาที่เร่าร้อนของมนต์นภาที่เขายังลืมไม่ลง

“เอาไว้วันหลังดีกว่าโรส วันนี้ผมเครียดเรื่องงานจริงๆ”

“พูดแบบนี้เหมือนพีร์เริ่มเบื่อโรสเลยนะคะ” หญิงสาวทำแง่งอน สะบัดหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อเช็กเรตติ้ง

พีรวิทย์เชยคางมนให้หันมาสบตา พยายามปั้นยิ้มทรงเสน่ห์ที่เขาใช้จัดการผู้หญิงมานักต่อนัก

“ผมจะเบื่อคุณได้ยังไงกัน... คุณออกจะสวยและเซ็กซี่ขนาดนี้”

“จริงนะคะ? พีร์ยังต้องการโรสอยู่ใช่ไหม”

“ครับ... ที่รัก” เขาตอบเสียงนุ่มพลางกดจุมพิตหนักๆ ลงบนริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีสดของเธอ ในจังหวะที่รสจูบกำลังดำเนินไป ใจของเขากลับว่างเปล่า เขารีบถอนจุมพิตออกมาด้วยเหตุผลเรื่องเวลา

“ผมต้องกลับแล้วล่ะ เดี๋ยวคืนนี้ผมโทรหา”

เขาเดินแยกออกมาจากพริมโรสด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ความเร่าร้อนที่เธอพยายามมอบให้มันเหมือนอาหารปรุงสำเร็จที่ขาดรสชาติผิดกับแม่กุหลาบหนามแหลมคนนั้นที่ตบเขาจนหน้าหันแต่กลับทำให้เขาโหยหาจนแทบคลั่ง พีรวิทย์ก้าวขึ้นรถคันหรู มุ่งหน้ากลับบริษัทด้วยใจที่ว้าวุ่น!

ข้อตกลงระหว่างเรา

ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก...

เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นทำให้พีรวิทย์ที่กำลังจมอยู่ในภวังค์จำต้องหลุดออกมาสู่โลกความเป็นจริง ก่อนจะเอ่ยอนุญาตด้วยเสียงเรียบ

“เชิญครับ”

ประตูห้องทำงานบานใหญ่ค่อยๆ เปิดออก พร้อมกับร่างระหงในชุดนักศึกษาที่ก้าวเข้ามาอย่างประหม่า เสื้อสีขาวพอดีตัวเน้นย้ำความอวบอิ่มที่ซ่อนอยู่ภายใน กระโปรงพีทที่สะบัดไหวตามจังหวะก้าวเดินทำให้เธอดูเย้ายวนใจ

“สวัสดีค่ะ...” วินาทีที่เจ้าของเสียงหวานนั้นเงยหน้าขึ้นมาสบตา หัวใจของพีรวิทย์กลับกระตุกวูบอย่างรุนแรง ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อพบว่าผู้หญิงที่เขารังเกียจนักหนา และเคยตั้งฉายาให้เธอว่ายัยอ้วนดำจอมขี้แย บัดนี้กลับมีใบหน้าเดียวกับหญิงสาวที่ตบหน้าเขาเมื่อวันก่อน!

“หนูมนต์!!! เป็นอะไรหรือเปล่าลูก ทำไมหน้าซีดๆ ล่ะ” คุณหญิงประภาศรีที่เดินตามเข้ามาติดๆ รีบเข้าไปประคองมนต์นภาที่บัดนี้หน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ

ชายหนุ่มนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว... นี่น่ะเหรอมนต์นภา? ยัยเด็กอ้วนดำขี้แยคนนั้นหายไปไหน ทำไมกลายเป็นสาวสวยสะพรั่งไปได้ขนาดนี้

“เอ่อ!!... มนต์หน้ามืดนิดหน่อยค่ะคุณป้า” เธอพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น แต่มันช่างยากเหลือเกินเมื่อต้องตกอยู่ภายใต้สายตาคมกริบที่จ้องเขม็งมาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

“อ้อ!!!... นี่พี่พีร์นะลูก หนูมนต์พอจะจำพี่เขาได้ไหม” คุณหญิงประภาศรีแนะนำยังไม่ทันจบ เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าก็ดังขึ้นเสียก่อน

“เดี๋ยวป้าขอตัวไปรับสายแป๊บนะลูก หนูมนต์รอป้าก่อนนะจ๊ะ”

ทันทีที่ผู้เป็นมารดาก้าวพ้นประตู พีรวิทย์ก็ไม่รอช้า เขาพุ่งตัวไปที่ประตูแล้วจัดการล็อกทันที ทำเอาคนตัวเล็กถึงกับสะดุ้งสุดตัวและถอยกรูดไปจนชิดโต๊ะทำงาน

“ไม่คิดเลยนะว่าโลกจะกลมขนาดนี้...” พีรวิทย์ก้าวเท้าเข้าหาอย่างช้าๆ ร่างสูงแกร่งแผ่ซ่านไปด้วยรังสีแห่งการคุกคาม

“ที่แท้คุณก็เป็นลูกสาวอาเพ็ญศรีนี่เอง สวยขึ้นจนผมจำไม่ได้เชียว... แต่เเรื่องวันไนท์เมื่อคืนก่อน ผมยังไม่ลืมหรอกนะ”

“หยุดพูดเรื่องนั้นได้แล้ว!” มนต์นภาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคู่สวยเต็มไปด้วยความโกรธปนอับอาย

“ทำไมจะพูดไม่ได้ล่ะ ก็ในเมื่อตอนนี้คุณเป็นเด็กฝึกงานของผม” เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจหอมละมุน

“ต่อไปนี้ผมอยากให้คุณรู้ว่าบทลงโทษของผมมันจะไม่ต่างจากคืนนั้นแน่นอน” ชายหนุ่มกระตุกยิ้มร้าย ขณะที่มือหนาเลื่อนไปวางบนขอบโต๊ะทำงาน ขังร่างบางไว้ในอ้อมแขนอย่างสมบูรณ์ มนต์นภาใจเต้นรัวประหนึ่งกลองรบ เธอหันหน้าหนีแต่กลับถูกนิ้วแกร่งเชยคางขึ้นมาสบตาอย่างผู้เหนือกว่า

“ทำไมอะไร ๆ มันช่างลงตัวแบบนี้เนี่ย...หืม์!!!” พีรวิทย์ ทำท่าลูบคางแล้วยิ้มหวานส่งสายตัวเจ้าเล่ห์ให้มนต์นภา ที่กำลังยืนคุมสติของตัวเองอยู่ นี่เธอไม่ได้ฝันไปใช่มั้ย?

“คุณจะทำอะไร”

“ก็เปล่านี่ครับ..ว่าแต่มาฝึกงานเป็นเลขาฯ ผมเนี่ย คุณก็ต้องตามใจผมนะครับ”

“ถ้าเรื่องงานฉันไม่เกี่ยงค่ะ” มนต์นภารีบตอบทันที

“มันก็ต้องมีทั้งเรื่องงานและก็เรื่องอย่างว่าด้วยสิ” พีรวิทย์พูดเป็นนัย ๆ จนให้มนต์นภาเดือนดาล เพราะคราวที่แล้วเธอก็ยังไม่ได้คิดบัญชีกับเขาเลย

“หยุดความคิดบ้าๆ ของคุณซะ... ที่ฉันยอมมาฝึกงานที่นี่ก็เพราะเห็นแก่คุณป้า!”

มนต์นภาเอ่ยเสียงสั่นพร่าขณะพยายามดันแผงอกแกร่งที่ขยับเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายเขา แต่พีรวิทย์กลับไม่สะทกสะท้าน เขายังคงประดับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ไว้ที่มุมปาก

“ไม่เอาสิ... อย่าพูดจาห่างเหินแบบนั้น เราสองคนก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกลสักหน่อย เรามีเรื่องที่ลึกซึ้งกันตั้งมากมายคุณจำไม่ได้เหรอ”

“คุณจะให้ฉันเริ่มงานได้หรือยังคะ!” เธอรีบตัดบทพลางปรับสีหน้าให้ดูจริงจังที่สุดเท่าที่จะทำได้

“และกรุณาหยุดรุ่มร่ามกับดิฉันค่ะ!”

พีรวิทย์มองริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับต่อว่าเขา ในใจของชายหนุ่มบัดนี้ไม่ได้โกรธเคืองที่เธอพยศ แต่มันกลับกระหายที่จะบดจูบลงไปบนความอ่อนนุ่มนั้นอีกสักครั้งเพื่อสั่งสอนเธอ

“ทำไมครับ? หรือคุณอยากให้ผมเดินออกไปบอกท่านประธานตอนนี้เลยดีล่ะ... ว่าเราสองคนเคยมีอะไรกันแล้ว”

“อย่า! อย่าทำแบบนั้นนะ!” มนต์นภาอุทานออกมาด้วยความตกใจ ใบหน้าสวยตื่นตระหนกจนพีรวิทย์ได้ใจ เขาโน้มใบหน้าลงไปซุกไซ้ที่ซอกคอขาวกรุ่น กลิ่นหอมสะอาดที่โชยเข้าจมูกทำให้ชายหนุ่มแทบคลั่ง

“อื๊อออ! อย่า!!!...” หญิงสาวเบี่ยงหน้าหนีพัลวัน ตกเป็นรองเขาอย่างสมบูรณ์ท่ามกลางกรงแขนแกร่งที่ล็อกเธอไว้กับโต๊ะทำงาน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป