บทที่ 14 ขออยู่ด้วยคน
ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงต่อมา เขาก็โทรบอกให้เธอลงมาเขาที่ด้านล่างของคอนโด หญิงสาวจำต้องรีบกดลิฟต์ลงไปยังโถงล็อบบี้ชั้นล่างสุดเพื่อพาเขาเข้ามา และทันทีที่ทั้งคู่อยู่ในลิฟต์ส่วนตัว ร่างสูงสง่าของพีรวิทย์ในชุดเชิ้ตพับแขนปลดกระดุมเม็ดบน ก็ขยับเข้ามาใกล้ ดวงตาคู่คมทอดมองเธอด้วยประกายไฟที่พร้อมจะแผดเผาเธอทันที
“คุณต้องการอะไรจากฉันกันแน่!” มนต์นภาจ้องหน้าเขาอย่างเอาเรื่อง
“ผมต้องการรับผิดชอบ” พีรวิทย์ตอบสั้นๆ ทว่าหนักแน่น
“แต่ฉันไม่ต้องการ!”
“แต่ผมต้องการ...” ชายหนุ่มขยับเข้าหา กดดันด้วยรูปร่างกำยำจนร่างบางต้องถอยกรูดไปจนชิดผนัง
“คุณอยากแต่งงานกับผมมั้ย?” มนต์นภาอ้าปากค้าง สมองหมุนคว้างไปชั่วขณะ
“หึ!.. ใครจะอยากแต่งกับคนฉวยโอกาสอย่างคุณ!” เธอใช้ฝ่ามือเล็กผลักอกแกร่งหวังจะให้เขาถอยห่าง แต่สัมผัสจากลอนกล้ามเนื้อแน่นตึงภายใต้เนื้อผ้าชั้นดีกลับส่งกระแสความร้อนวูบวาบเข้ามาสู่ฝ่ามือจนหน้าเธอร้อนผ่าว
“ถ้าคุณไม่อยากแต่ง ก็ต้องทำตามข้อตกลงเพิ่ม” พีรวิทย์กระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างผู้เหนือกว่า
“ข้อตกลงอะไรของคุณอีก”
“ถ้าแม่ผมรู้เรื่องคืนนั้นขึ้นมาละก็ ไม่ว่าแม่คุณหรือแม่ของผมพวกท่านคงต้องบังคับเราแต่งงานกันสายฟ้าแลบแน่ ๆ เลยคุณว่ามั้ย”
“คุณต้องการอะไรก็ว่ามา ไม่ต้องอ้อมค้อม”
“ก็ได้ ๆ ผมอยากให้คุณย้ายไปอยู่คอนโดเดียวกับผม หรือไม่ก็ให้ผมย้ายมาอยู่กับคุณที่นี่!”
“คุณนี่ถ้าจะบ้า! เลอะเทอะ และที่สำคัญฉันมีแฟนแล้ว!”
“ผมไม่สนผมจริงจัง! และถ้าคุณปฏิเสธ... ผมจะเป็นคนเปิดเผยความจริงทั้งหมดเอง” สิ้นคำประกาศิต เขาก็รวบตัวเธอเข้ามากอดอย่างรวดเร็ว มนต์นภาดิ้นรนขัดขืน ทว่าวงแขนแกร่งกลับรัดแน่นขึ้นจนทรวงอกนุ่มหยุ่นบดเบียดไปกับแผงอกกว้าง กลิ่นกายบุรุษเพศที่แสนดึงดูดทำเอาเธอเริ่มใจสั่น
“ปล่อยนะ! ถามจริงเหอะ... ไปตายอดตายอยากมาจากไหน เกิดมาไม่เคยเจอผู้หญิงหรือไง!”
“เอาจริงนะ... ผมก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงต้องอยากรับผิดชอบผู้หญิงปากจัดและมือหนักอย่างคุณ” พีรวิทย์ก้มลงกระซิบชิดใบหูจนลมหายใจร้อนๆ เป่ารดผิวเนื้ออ่อน
“ทั้งที่แค่ผมกระดิกนิ้ว ผู้หญิงก็พร้อมจะพลีกายให้ผมค่อนประเทศแล้ว”
“หลงตัวเอง! งั้นก็ไปหาผู้หญิงพวกนั้นสิ มายุ่งกับฉันทำไม!”
“พูดแบบนี้... หึงผมล่ะสิ?” พีรวิทย์โน้มหน้าลงมาสบตา แววตาที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้เปลี่ยนเป็นหวานเยิ้มจนมนต์นภาต้องเบนหน้าหนีด้วยความเขินอายที่พยายามซ่อนไว้
“หยุดกอดได้แล้ว ปล่อยนะ ฉันไม่อยากเล่นสงครามประสาทกับคุณแล้ว!”
“ปล่อยสิ”
“คุณก็หยุดดิ้นก่อนสิ ผมจะได้ปล่อย”
“หัดทำตัวน่ารักกับผมหน่อยสิ!!!” ชายหนุ่มยอมคลายอ้อมกอดอย่างอ้อยอิ่ง แต่ไม่วายเอี้ยวตัวไปกดจมูกโด่งลงบนแก้มเนียนฟอดใหญ่จนเกิดเสียงดังสลับกับความนุ่มนวลที่ตราตรึง
“หอมจัง... ไม่ดื้อแบบนี้สิถึงจะน่ารัก”
“พอใจคุณแล้วใช่มั้ย” มนต์นภารีบกุมแก้มตัวเองพลางทำตาขวางใส่คนเจ้าเล่ห์ที่ทำท่าสดชื่นราวกับผู้ชนะในสงครามรักครั้งนี้
“ยัง”
“คุณจะเอาอะไรจากฉันอีก”
“ไปทานมื้อค่ำกับผมได้มั้ย ผมเหงา แล้วก็ขี้เกียจนั่งกินคนเดียว”
“คุณนี่มัน”
“ตกลงนะ”
ค่ำคืนนี้พีรวิทย์เลือกร้านอาหารหรูใจกลางกรุงที่มีบรรยากาศโรแมนติกที่สุดเพื่อหญิงสาวข้างกาย เขาดูแลเอาใจใส่มนต์นภาประหนึ่งเจ้าหญิงอย่างที่ไม่เคยทำให้ผู้หญิงคนไหนมาก่อน ทว่าร่างบางตรงหน้ากลับดูประหม่าและทานอะไรได้เพียงเล็กน้อย
“อิ่มแล้วเหรอคุณ ทานเยอะๆ สิครับ ผมสั่งแต่ของอร่อยมาให้ทั้งนั้นเลยนะ” พีรวิทย์เอ่ยพลางตักอาหารใส่จานให้เธออย่างอบอุ่น
“ฉันอิ่มแล้วค่ะ...” เธอตอบเสียงอ้อมแอ้ม หัวใจยังคงสับสนกับสถานะที่คลุมเครือ
หลังจากทานข้าวเสร็จ พีรวิทย์ขับรถพาเธอกลับมาส่งที่คอนโด ระหว่างที่กำลังจะก้าวเข้าห้อง โทรศัพท์ของมนต์นภาก็ดังขึ้น หน้าจอโชว์ชื่อของอติรุทแฟนเก่าที่เพิ่งเลิกรากันไป พีรวิทย์ชะงักกึก รังสีความหึงหวงแผ่ซ่านออกมาทันที
“เปิดสปีกเกอร์โฟน!” เขาออกคำสั่งเสียงเข้ม มนต์นภาจำใจทำตาม และต้องทนฟังอติรุทพร่ำเพ้อขอคืนดีจนเธอต้องตัดสายทิ้ง
“นี่คุณแทนตัวเองกับมันว่า มนต์ และเรียกไอ้หมอนั่นว่า พี่รุท งั้นเหรอ?” พีรวิทย์ถามด้วยความหงุดหงิดที่ปิดไม่มิด
“ก็เขาเป็นรุ่นพี่นี่คะ”
“แล้วเลิกกับมันหรือยัง!”
“เลิกแล้ว ฉันก็บอกเขาไปชัดเจนแล้วไง คุณไม่ได้ยินหรือไงคะ”
พีรวิทย์ก้าวเข้ามาประชิดตัว ดึงร่างบางเข้าหาอกแกร่ง
“ต่อจากนี้ไป คุณต้องเรียกผมว่าพี่พีร์และแทนตัวเองว่ามนต์เท่านั้น!”
“เผด็จการ บ้าอำนาจที่สุด!”
“ผมแก่กว่าคุณตั้งหลายปี และตอนเด็กๆ คุณก็วิ่งตามเรียกผมว่าพี่พีร์อยู่แล้ว... ลืมไปแล้วหรือไงหืม์” เขาเปลี่ยนโหมดจากดุดันเป็นกวนประสาททันควัน
“ยังมีเรื่องอะไรที่พี่พีร์ต้องการอีกไหมคะ มนต์จะได้ทำรวดเดียวให้จบเลย” มนต์นภาประชดประชัน
“ใจเย็นๆ สิน้องมนต์คนสวย... ตอนนี้พี่พีร์ยังคิดไม่ออกเลยว่าอยากให้ทำอะไร แต่เอ!!! เป็นเรื่องบนเตียงดีม่ะ” เขาจงใจเน้นคำพลางส่งสายตาหยอกเย้าจนหญิงสาวหน้าแดงแป๊ด
“ฝันไปเถอะ เรื่องนั้นจะไม่มีวันเกิดขึ้นซ้ำสองเด็ดขาด!”
“มนต์ว่า... ตอนนี้พี่พีร์กลับได้แล้วค่ะ จะสี่ทุ่มแล้ว มนต์จะนอน” เธอเอ่ยเสียงอ่อนลง ทว่าพีรวิทย์กลับทำหน้ามึน
“ไม่กลับได้มั้ยที่รัก พี่ขอนอนด้วยนะ คอนโดพี่อยู่ไกล พี่ขี้เกียจขับรถแล้ว หนังท้องมันตึง นัยตาก็หย่อน ไม่กลัวพี่หลับในบ้างเหรอ”
“อย่าหาข้ออ้างหน่อยเลยค่ะ พี่รีบกลับไปเดี๋ยวนี้เลย มนต์ไม่อยากให้คุณแม่รู้”
“น้าเพ็ญมาที่นี่บ่อยเหรอ?”
“ก็ไม่บ่อยหรอกค่ะ นานๆ ครั้ง”
“งั้นพี่ขอไม่กลับ... เพราะถ้าพี่กลับ ไอ้ผู้ชายคนเมื่อกี้มันต้องมาเคลียร์กับมนต์แน่ๆ พี่ไม่ยอมให้มันเข้าใกล้มนต์หรอก” เขาอ้างเหตุผลสารพัดพลางทำหน้าอ้อนวอน
“เค้าไม่เคยมาที่นี่ค่ะ”
