บทที่ 15 กับดักของบอส

“นะมนต์นะ... พี่สัญญาจะนอนเฉยๆ จะไม่ทำอะไรมนต์เลย พี่สัญญา!” พีรวิทย์ยื่นหน้ามาอ้อนเป็นเด็กๆ มนต์นภาถอนใจเฮือกใหญ่ ในใจแอบคิดว่าถ้าอติรุทบุกมาจริงๆ การมีพี่พีร์อยู่เป็นโล่ก็คงจะดีเหมือนกัน

“แล้วพี่มีชุดเปลี่ยนเหรอคะ?”

“มีสิจ๊ะ! อยู่ในรถ เดี๋ยวพี่มา!” เขาหยิบคีย์การ์ดแล้ววิ่งหายไปเพียงห้านาที ก่อนจะกลับมาพร้อมกับ กระเป๋าเดินทางใบใหญ่

“เฮ้ย! นี่พี่กะจะย้ายมาอยู่ที่นี่ถาวรเลยเหรอ ทำไมขนมาขนาดนี้!”

“มนต์เข้าใจถูกแล้ว พี่ตั้งใจย้ายมาอยู่กับมนต์” เขาตอบหน้าตาย

“จอมขี้ตู่! มนต์ยังไม่ได้ตกลงให้พี่มาอยู่ที่นี่สักหน่อย!”

“งั้นจะให้พี่ไปบอกน้าเพ็ญตอนนี้เลยไหมเรื่องของเรา?” เขามัดมือชกจนเธอได้แต่ฟัดเหวี่ยง

“มนต์ง่วงแล้ว พี่นอนที่โซฟานะ”

“พี่ต้องนอนบนเตียงเดียวกับมนต์เท่านั้น”

หลังจากที่เสียงสายน้ำในห้องน้ำเงียบลง พีรวิทย์ก็เดินก้าวออกมาในชุดนอนผ้าแพรเนื้อละเอียดสีเข้มที่ขับผิวขาวจัดของเขาให้ดูโดดเด่น หยดน้ำยังคงเกาะพราวตามไรผมและซึมผ่านเนื้อผ้าจนเห็นแผงอกรำไร มนต์นภาที่นั่งรออยู่เห็นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วด้วยความดื้อรั้นแกมเป็นห่วง

“ผมเปียกแบบนั้นห้ามนอนนะคะ เดี๋ยวที่นอนมนต์จะเปียก... มานี่เลยค่ะ!”

มือเรียวเล็กจูงมือหนาให้มานั่งลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ก่อนจะหยิบไดร์เป่าผมขึ้นมาจัดการให้ด้วยท่าทางที่ดูคล่องแคล่ว สายลมร้อนอ่อนๆ พัดพาเอากลิ่นหอมของแชมพูให้กระจายฟุ้ง สัมผัสจากปลายนิ้วเล็กๆ ที่คอยนวดคลึงและสางเส้นผมอย่างเบามือ ทำให้หัวใจที่เคยกร้านโลกของเพลย์บอยตัวพ่อกลับรู้สึกอบอุ่นแปลกๆ มันเป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้งและอ่อนโยนเกินกว่าความใคร่ชั่วข้ามคืนที่เขาเคยพานพบมาทั้งชีวิต

“พี่ชอบให้มนต์ดูแลพี่แบบนี้จังเลย... เหมือนเราเป็นสามีภรรยากันจริงๆ เลยนะ” เขาเอ่ยเสียงพร่าพลางสบตาเธอผ่านเงากระจกด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม

“มนต์แค่กลัวที่นอนเปียกต่างหากล่ะคะ ไม่ได้คิดจะดูแลอะไรทั้งนั้นแหละ!” เธอสวนกลับแก้เขินพลางรีบวางไดร์เป่าผมแล้วเดินหนีไปที่เตียงทันที

ทว่ายังไม่ทันที่แผ่นหลังจะสัมผัสที่นอน ความร้อนผ่าวจากอ้อมกอดหนาก็สวมทับมาจากทางด้านหลัง พีรวิทย์สอดวงแขนแกร่งรัดเอวบางเอาไว้แน่น พลางซุกใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นจนมนต์นภาขนลุกซู่

“พี่พีร์!... หยุดรุ่มร่ามได้แล้วค่ะ แล้วก็ห้ามให้ใครรู้เรื่องที่พี่มาอยู่นี่เด็ดขาด รับปากมนต์ก่อน” เธอกระซิบเสียงแผ่ว พยายามข่มอารมณ์ที่กำลังเตลิด

“พี่สัญญาครับ... มนต์ตกลงคบกับพี่จริงๆ แล้วใช่ไหม?” น้ำเสียงของเขาดูตื่นเต้นและคาดหวังจนคนฟังใจอ่อนยวบ

“พี่เลิกเจ้าชู้ให้ได้ก่อนเถอะค่ะ” มนต์นภาดักคอพลางถอนหายใจ

พีรวิทย์ชะงักไปเล็กน้อย คำพูดของเธอเหมือนเข็มที่แทงใจดำ เพราะเขารู้ดีว่ายังมีพันธะกับสาว ๆ อีกหลายคน แต่ในนาทีนี้ ความนุ่มนวลของร่างบางที่อยู่ในอ้อมกอดมันสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ชายหนุ่มก้มลงกดจมูกโด่งลงบนพวงแก้มใสฟอดใหญ่

“ฝันดีครับ... ที่รัก”

เขาพลิกกายเธอให้หันมาเผชิญหน้าก่อนจะดึงเข้ามากอดแนบอก กลิ่นกายบุรุษเพศผสมกับความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาทำให้มนต์นภาถึงกับเคลิ้มไป เธอต่อว่าความใจง่ายของตัวเองในใจ แต่แขนเรียวกลับไม่ยอมผลักไส กลับกันเธอกลับซุกหน้าลงกับแผงอกกว้างนั้นอย่างโหยหา ยอมปล่อยให้คนเจ้าเล่ห์คนนี้ขังเธอไว้ในอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นนั้น

เช้าที่ควรจะสดใสกลับเริ่มต้นด้วยการโต้เถียงขนาดย่อม เมื่อพีรวิทย์ประกาศกร้าวไม่ยอมให้มนต์นภาขับรถไปทำงานเอง ชายหนุ่มยกแม่น้ำทั้งห้ามาอ้าง ทั้งเรื่องช่วยลดโลกร้อน ประหยัดน้ำมัน ไปจนถึงการ ประหยัดเวลาเพื่อที่เขาจะได้อยู่ใกล้ชิดเธอ จนสุดท้ายเลขาสาวฝึกงานก็ต้องยอมจำนนก้าวขึ้นรถสปอร์ตของเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้

“มนต์จ๊ะ... เดี๋ยวพี่ว่าเราแวะทานข้าวก่อน แล้วค่อยเข้าบริษัทนะ” พีรวิทย์เอ่ยน้ำเสียงละมุนพลางหันมายิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี

“ก็ได้ค่ะ” เธอตอบรับสั้นๆ พยายามไม่สบตาคมที่จ้องมองมาอย่างมีความหมาย

ในระหว่างที่กำลังรับประทานอาหารเช้าในร้าน มนต์นภารู้สึกว่าตัวเองกำลังจะเป็นเมนไม่สบายตัวจึงขอไปเข้าห้องน้ำ หลังออกจากห้องน้ำเธอก็เจอกับใครบางคนที่ยืนรออยู่ มนต์นภาไม่สนและเดินผ่านหน้าของเขาไปอย่างไม่ใยดี

“มนต์! เดี๋ยวก่อน!” เสียงทุ้มที่คุ้นหูแต่กลับชวนให้รู้สึกอึดอัดดังขึ้นก่อนจะคว้าข้อมือของเธอเอาไว้ จนมนต์นภาต้องหยุดชะงัก

“พี่รุท...ปล่อยมนต์นะ” เธอบอกเสียงกร้าว ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตระหนก

“ไม่คิดจะทักทายกันบ้างเลยรึไง” แรงบีบที่ข้อมือทำให้เธอนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ

“ปล่อยนะ!” มนต์นภาเสียงแข็ง พยายามสะบัดมือออกแต่กลับถูกอีกฝ่ายกระชากให้เดินตามไปอย่างป่าเถื่อน “พี่รุทปล่อยมนต์เดี๋ยวนี้... มนต์เจ็บ!”

“มนต์... ไปคุยกับพี่ที่รถเดี๋ยวนี้ อย่าให้พี่ต้องใช้กำลัง” อติรุทคำรามลั่น แววตาเต็มไปด้วยความดื้อรั้นและเอาแต่ใจ เขาออกแรงลากร่างบางที่พยายามขัดขืนไปทางลานจอดรถ

เวลาผ่านไปนานเกินควรจนพีรวิทย์เริ่มเป็นห่วง เขาตัดสินใจลุกขึ้นไปตาม จนได้เห็นสิ่งที่ทำให้ใจของเขาเริ่มอยู่ไม่สุข

“มนต์ไม่มีอะไรจะคุยกับพี่ทั้งนั้น! เรื่องของเรามันจบไปแล้ว”

“จบได้ยังไง พี่ไม่ยอม มนต์จะมาเลิกกับพี่ด้วยเหตุผลแบบนั้นไม่ได้”

“ผู้หญิงของพี่มาตบหน้ามนต์ถึงมหาลัย แค่นั้นมันก็เพียงพออีกเหรอคะ”

“แต่พี่รักมนต์นะ! พี่เลิกกับขวัญเค้าไปแล้ว พี่ต้องการมนต์คนเดียว”

“ปล่อย!! มนต์ไม่เชื่ออะไรพี่อีกแล้ว ปล่อยซิ!” มนต์นภาตวาดกลับ น้ำตาเริ่มคลอเมื่อนึกถึงเหตุการณ์วันนั้น ที่ตอกย้ำว่าเขาหักหลังเธออย่างเลือดเย็น

“พี่รุท!!! ปล่อยมนต์เดี๋ยวนี้!!!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป