บทที่ 16 24 ชั่วโมง
ในจังหวะที่อติรุทกำลังจะเหวี่ยงร่างของเธอเข้าไปในรถ มนต์นภาก็สัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านมาจากทางด้านหลัง ร่างสูงสง่าของพีรวิทย์เดินตรงเข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งขรึม ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังมือของอติรุทที่ยังบีบข้อมือหญิงสาวอยู่
“บอกปล่อยมือแฟนฉันเดี๋ยวนี้” พีรวิทย์เขาเดินมาดึงแขนอีกข้างหนึ่งของมนต์นภาไว้
“พี่พีร์!!!..ช่วยมนต์ด้วย”
“นี่แก..เป็นใคร” อติรุทถามขึ้นด้วยสีหน้าโมโห
“ฉันเป็นแฟนมนต์ และอีกไม่นานเราก็จะแต่งงานกัน” พีรวิทย์ตอบชัดเสียงดังฟังชัด ทำให้อติรุททำหน้าไม่เชื่อ เขามองหน้าพีรวิทย์ก่อนจะหัวเราะออกมา แต่ระหว่างที่อติรุทเผลอพีรวิทย์ก็ออกแรงดึงร่างหญิงสาวเข้าหาตัว ก่อนจะเอาตัวเธอไปซ่อนไว้ข้างหลัง แล้วเผชิญหน้ากับอติรุทอย่างเป็นจริงเป็นจัง
“ฉันจะบอกให้ให้นะ...ผู้หญิงคนนี้เป็นเมียฉันแล้วโว้ย!!!” อติรุทพูดใส่หน้าพีรวิทย์ด้วยอารมณ์ขุ่น แต่เขากลับแสยะยิ้มแบบน่ากลัวกว่า เพราะเขารู้ว่าอติรุทโกหก
“พี่รุทกลับไปเถอะเราไม่มีอะไรต้องคุยกันแล้ว” มนต์นภารีบบอก เพราะไม่อยากให้ทั้งคู่เปิดศึก
“พี่ไม่กลับ มนต์ต้องไปคุยกับพี่ให้รู้เรื่องก่อน” อติรุทยื่นข้อเสนอ เพราะคิดว่ามนต์นภายังมีเยื่อใยอยู่ และทุกครั้งที่ทะเลาะกัน อติรุทก็สามารถง้อมนต์นภาได้สำเร็จทุกครั้ง และครั้งนี้เขาก็คิดว่ายังไงเขาก็สามารถง้อเธอได้ อติรุทตรงเข้ามาเพื่อจะดึงร่างของมนต์นภากลับไปอีกครั้ง
“เลิกยุ่งกับมนต์ซะ” พีรวิทย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าแฝงไปด้วยพลังอำนาจที่ทำให้คนฟังใจสั่นสะท้าน
“กูไม่เลิก มึงจะทำไม! ผู้หญิงคนนี้เป็นเมียกูโว้ย!!!” อติรุทตะคอกกลับด้วยความโมโห และพยายามเข้าไปดึงตัวมนต์นภาที่แอบอยู่ด้านหลัง
ผลั๊วะ!!!...
หมัดหนักๆ พุ่งตรงเข้ากระแทกใบหน้าของอติรุทอย่างรวดเร็วและแม่นยำ แรงปะทะทำให้ร่างของอติรุทเซถลาไปกองกับพื้น พีรวิทย์ไม่หยุดแค่นั้น เขาปรี่เข้าไปหมายจะซ้ำเติมให้สมกับความเดือดดาลที่ปะทุอยู่ในอก แต่มนต์นภาก็รีบโอบกอดเอวหนาเอาไว้แน่นจากทางด้านหลัง
“พี่พีร์! พอแล้วค่ะ มนต์ขอร้อง... เราไปกันเถอะ อย่าไปยุ่งกับเขาเลยนะ” หญิงสาวละล่ำละลักบอกด้วยความตื่นตระหนก สายตาเว้าวอนของเธอทำให้พีรวิทย์หยุดชะงัก ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดอารมณ์โมโห ก่อนจะเดินเข้าไปยืนค้ำหัวอติรุทที่นอนเลือดกบปากอยู่
“จำใส่หัวแกเอาไว้... เลิกยุ่งกับมนต์ซะ!” พีรวิทย์ทิ้งประโยคสุดท้ายไว้ด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม ก่อนจะถูกมนต์นภาออกแรงดึงให้เดินกลับไปที่รถสปอร์ตคันหรูท่ามกลางสายตาของผู้คนที่เริ่มมุงดูเหตุการณ์ด้วยความตกใจ
ภายในห้องโดยสารที่เงียบสนิท พีรวิทย์นั่งประจำที่คนขับด้วยใบหน้าเคร่งขรึม มือหนาบีบพวงมาลัยแน่น ต่างคนต่างเงียบจนบรรยากาศเริ่มอึดอัด มนต์นภาแอบลอบมองเสี้ยวหน้าคมของชายหนุ่มพลางครุ่นคิด
เธอรู้สึกแปลกใจและประทับใจอย่างบอกไม่ถูกที่เขาเลือกที่จะปกป้องเธอ แทนที่จะตั้งคำถามหรือหูเบาไปกับคำพูดสกปรกของอติรุท ความเป็นสุภาพบุรุษที่แฝงด้วยความดุดันของเขามันทำให้หัวใจที่เคยบอบช้ำของเธอรู้สึกถึงความปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยมีใครมอบให้มาก่อน
บรรยากาศภายในห้องทำงานกว้างขวางเงียบสงัด โต๊ะทำงานของมนต์นภาถูกจัดวางไว้มุมหนึ่งภายในห้องเดียวกับพีรวิทย์ ตามแผนการของคุณหญิงประภาศรีที่ต้องการให้เธอเป็นหูเป็นตาคอยสอดส่องพฤติกรรมเจ้าชู้ของลูกชาย แต่ในยามนี้คนที่ถูกสอดส่องกลับกลายเป็นตัวเธอเองเสียมากกว่า
หลังจากเสร็จสิ้นการประชุมที่เคร่งเครียด พีรวิทย์เดินกลับเข้ามาในห้องพร้อมกับอารมณ์ที่ผ่อนคลายลง เขาหย่อนกายลงบนเก้าอี้หนังตัวใหญ่ ก่อนจะหมุนเก้าอี้มาจ้องมองร่างระหงที่กำลังก้มหน้าก้มตาจัดการเอกสาร
“มนต์!!... เรื่องเมื่อเช้า พี่ขอสั่ง...” พีรวิทย์เริ่มต้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทรงอำนาจในแบบผู้บริหาร
“ถ้าเป็นเรื่องพี่รุท... เขาคงไม่กล้ามายุ่งกับมนต์แล้วล่ะ” เธอรีบแทรกขึ้นเพราะไม่อยากให้เขาขุดคุ้ยแผลเก่า พีรวิทย์ลุกขึ้นเดินตรงมาที่โต๊ะของหญิงสาว ก่อนจะขังเธอไว้ในอ้อมกอด
“ที่มนต์ไปนั่งดื่มจนเมามาย มันเป็นเพราะไอ้หมอนั่นใช่มั้ย”
“ส่วนหนึ่งก็ใช่ค่ะ.... แต่มนต์ก็พลาดที่เมามายจนเสียตัวให้กับผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้” เธอประชดประชันพลางสะบัดหน้าหนี
“อย่าเพิ่งงอนพี่สิ... เราดีกันนะ” ชายหนุ่มโน้มหน้าลงไปใกล้จนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากกายสาว
“ใครงอนกันแน่คะ ไม่ใช่พี่พีร์เหรอที่โกรธจนหน้าดำหน้าแดงในรถเมื่อเช้านี้”
“อืม... ก็นั่นแหละ พี่หึงไง เอาเป็นว่าตอนนี้เราดีกันนะ” พีรวิทย์กระตุกยิ้ม ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจัง
“ถามหน่อยสิ ทำไมไอ้หมอนั่นมันถึงไม่ยอมเลิกรากับมนต์สักที”
“มนต์ก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ...” น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยเมื่อนึกถึงอดีตที่เจ็บปวด
“วันนั้นแฟนใหม่ของเขาบุกมาต่อว่ามนต์ถึงมหาวิทยาลัย เธอตบหน้ามนต์ ประจานจนมนต์อับอายไปหมด มนต์เลยตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะไม่มีวันกลับไปหาผู้ชายพรรค์นั้นอีก”
“ดีแล้ว งั้นต่อไปนี้มนต์ห้ามเดินไปไหนมาไหนคนเดียวโดยไม่มีพี่เด็ดขาด” พีรวิทย์ประกาศกร้าว แววตาคมกริบฉายแววปกป้องอย่างปิดไม่มิด
“อะไรกันคะพี่พีร์ มนต์จะใช้ชีวิตยังไงล่ะทีนี้... เข้าห้องน้ำที พี่ไม่ต้องตามเข้าไปเฝ้าด้วยเหรอคะ” เธอแกล้งแหย่ติดตลกหวังลดความตึงเครียด
“มนต์จะต้องอยู่ในสายตาพี่ตลอด 24 ชั่วโมง” เขาตอบกลับด้วยสีหน้าจริงจังจนเธอหุบยิ้มทันที
“และมนต์จะต้องย้ายไปอยู่ที่คอนโดของพี่ เพราะพี่ไม่ไว้ใจว่าไอ้หมอนั่นจะบุกไปหามนต์อีกเมื่อไหร่”
“มนต์มีทางเลือกอื่นไหมคะ?” มนต์นภาถอนหายใจยาว
