บทที่ 17 เกมจนได้
“มีอีกทาง... แต่งงานกับพี่สิ” คำสั้นๆ แต่ทรงพลังทำให้มนต์นภาอ้าปากค้าง
“พี่มั่นใจแล้วเหรอคะ... ว่าพี่อยากแต่งงานกับมนต์จริงๆ ไม่ใช่แค่ประชดใคร หรือแค่อยากรับผิดชอบเพราะเรื่องคืนนั้น”
“พี่มั่นใจ...พี่รักมนต์นะ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น สายตาที่จ้องมองมานั้นมั่นคงจนเธอเป็นฝ่ายต้องหลบตา
“แต่มนต์ยังไม่พร้อมค่ะ มนต์ยังเรียนไม่จบเลยนะคะ”
“ฝึกงานเสร็จ มนต์ก็จบแล้วไม่ใช่เหรอ?”
“ก็ใช่!!! แต่มันเร็วเกินไป... มนต์ขอเวลาหน่อยนะคะ” พีรวิทย์ถอนหายใจเบา ๆ พลางพยักหน้าอย่างเข้าใจ
ตกเย็นวันนั้นเขาจัดการพามนต์นภาไปเก็บข้าวของที่คอนโดของเธอทันที แม้หญิงสาวจะยังลังเลแต่ความหวาดระแวงในตัวอติรุทก็ทำให้เธอต้องยอมก้าวเข้าสู่อ้อมกอดของเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้
หลายอาทิตย์ต่อมาภายในห้องนั่งเล่นสุดหรูของคอนโดมิเนียม พีรวิทย์เพิ่งก้าวออกจากห้องน้ำพร้อมหยาดน้ำที่เกาะพราวบนแผงอกกำยำ ทว่าบรรยากาศที่ควรจะรื่นรมย์กลับเย็นเยียบลงฉับพลัน เมื่อร่างระหงของมนต์นภายืนถือสมาร์ทโฟนของเขาค้างไว้ แววตาคู่สวยที่เคยอ่อนหวานบัดนี้เต็มไปด้วยเพลิงหึงที่พุ่งสูงลิ่ว
“พี่พีร์!!... เมื่อกี้โทรศัพท์พี่มีสายเรียกเข้านะคะ เห็นโทรมาหลายรอบมาก เหมือนจะชื่อโรสอะไรนี่แหละ... ใครเหรอคะ?” พีรวิทย์ถึงกับใจคอไม่ดี ไม่คิดว่ากรรมจะตามสนองเร็วขนาดนี้ สายตาจิกกัดของมนต์นภาทำให้เขารู้ซึ้งเลยว่า พายุหึงของมนต์นภานั้นรุนแรงกว่าพายุใดๆ ในโลก สมองของคาสโนวาหนุ่มรีบขุดมุกแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ขึ้นมาทันที
“น่าจะเป็นพนักงานในบริษัทละมั้งครับ สงสัยจะมีเรื่องด่วน เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่ค่อยโทรกลับก็ได้” เขายิ้มแห้งๆ พยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด แต่โทรศัพท์ในมือกลับดันทรยศขึ้นมาเสียอย่างนั้น
ครืด... ครืด...ครืด... มันสั่นประท้วงขึ้นมาราวกับรู้ใจของมนต์นภาที่จ้องจับผิด บ้าฉิบ!..พีรวิทย์สบถในใจ พยายามจะเดินเลี่ยงไปหยิบโทรศัพท์เพื่อกดตัดสาย แต่มนต์นภากลับขวางทางไว้พร้อมกับส่งสายตาพิฆาตที่ทำเอาเขาสะดุ้ง
“รับสิคะ...” เธอเค่นเสียงสั่ง
“ทำไมพี่ไม่รับล่ะ หรือว่ามีอะไรเกินกว่าจะเป็นพนักงานในบริษัท”
“ช่างเถอะมนต์ เลยเวลาเลิกงานแล้ว พี่ไม่อยากคุยเรื่องงานตอนนี้” เขาเริ่มเหงื่อซึม
“ถ้าเป็นเรื่องงานจริง พี่ก็รับให้มนต์สบายใจหน่อยสิคะ...” คำท้าทายนั้นมาพร้อมกับใบหน้าที่เชิดขึ้นอย่างถือดี
“พี่พีร์มีอะไรปิดบังมนต์อยู่หรือเปล่าคะ?” เธอเลิกคิ้วถามขณะเดินตามเขากดดันทุกฝีก้าว
“ไม่มีจ้ะ ไม่มีจริงๆ” เสียงเขาสูงจนผิดปกติ
“งั้นก็รับเดี๋ยวนี้! ถ้าไม่รับ... ก็ไม่ต้องมาคุยกันอีก!”
คำขาดนั้นทำให้พีรวิทย์หน้าจ๋อยลงทันตา เขาไม่มีทางเลือกนอกจากกดรับสายด้วยนิ้วที่สั่นเทา
“รับก็ได้จ้ะ...”
“แล้วก็... เปิดลำโพงด้วยค่ะ”
เหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางกบาล พีรวิทย์อยากจะวาร์ปหนีไปจากตรงนี้ให้รู้แล้วรู้รอด เขาจำใจกดปุ่มเปิดลำโพงตามคำสั่ง และยังไม่ทันที่เขาจะอ้าปาก เสียงออดอ้อนระคนตัดพ้อของปลายสายก็ดังสนั่นไปทั่วห้อง
“ฮัลโหล พีร์ขาาาา... ทำไมพีร์ไม่รับสายโรสเลยล่ะคะช่วงนี้ โรสคิดถึงพีร์จะแย่อยู่แล้วนะคะ”
พีรวิทย์หน้าซีดเผือดทันที เขาหันไปมองมนต์นภาที่จ้องอยู่ตรงหน้า
“เอ่อ... พอดีช่วงนี้ผมยุ่งๆ น่ะครับคุณโรส มีธุระอะไรหรือเปล่า ถ้าไม่มีแค่นี้นะครับ ผมยุ่งอยู่” เขาพยายามตัดบทแบบบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น
“เดี๋ยวสิคะพีร์! ทำไมต้องพูดจาห่างเหินกับโรสแบบนี้ล่ะคะ” ปลายสายยังคงพร่ำเพ้อ พีรวิทย์จึงรีบโยนขี้กระเด็นทันที
“ผมว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้วนะโรส ผมคิดว่าคุณจะเข้าใจสิ่งที่ผมบอกไปเสียอีก” เขาแสร้งทำเป็นเนียนว่าเลิกรากันไปแล้ว
“โธ่พีร์ขา... ก็โรสคิดถึงนี่คะ หลายวันมานี้พีร์ไม่มาหาโรสเลย ที่คอนโดโรสเหง๊าเหงา”
ติ๊ด!..ติ๊ด!..ติ๊ด!...พีรวิทย์รีบกดตัดสายและปิดเครื่องหนีทันทีราวกับมันเป็นระเบิดเวลา เขามองหน้ามนต์นภาที่บัดนี้ยืนกอดอกคาดโทษเขาอย่างหนักหน่วง
“ปิดทำไมล่ะคะ... ทำไมไม่คุยต่อให้จบ”
“มนต์... คือเขาคุยไม่รู้เรื่อง พี่ยอมรับว่าคนนี้พี่เลิกไปนานแล้วจริงๆ ไม่เชื่อถามคุณแม่พี่ก็ได้จ้ะ!” เขาละล่ำละลักอธิบาย
“ไหนพี่บอกว่า... โสด ไงคะ?”
“โรสกับพี่เค้าเลิกกันแล้วจริงๆ จ้ะ” เขาพยายามใช้มุกน่าสงสาร แต่ดูเหมือนมนต์นภาจะไม่หลงกลง่ายๆ
“งั้นเหรอคะ... มนต์ว่าพรุ่งนี้พี่พีร์แวะไปหาเธอสักหน่อยดีไหมเดี๋ยวเธอจะเฉาตายเสียก่อน!” พูดจบ มนต์นภาก็สะบัดหน้าแล้วเดินกระแทกเท้าปังๆ เข้าห้องนอนไป พีรวิทย์รีบวิ่งตามไปติดๆ แต่เสียงของการล็อกประตูก็ดังสวนมา ทำให้เขาต้องหยุดอยู่หน้าห้องด้วยใบหน้าที่จืดสนิท
“มนต์! เปิดประตูให้พี่ก่อน มนต์!”
พีรวิทย์ได้แต่ยืนถอนหายใจยาวหน้าห้องนอนตัวเอง ค่ำคืนที่หวังจะแสนหวานกลับกลายเป็นสมรภูมิรบไปเสียได้ เขาเพิ่งเข้าใจซึ้งในวันนี้เองว่า... เอาเธอมาเก็บไว้ใกล้ตัวแบบนี้ มันเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงเขาจนน่วมไปทั้งตัวจริงๆ!
“มนต์... มนต์จ๋า ฟังพี่ก่อน ใจเย็นๆ สิครับ เปิดประตูให้พี่หน่อยนะคนดี”
เสียงเคาะประตูรัวๆ มาพร้อมกับน้ำเสียงอ้อนวอนที่ดังลอดเข้ามาไม่ขาดสาย มนต์นภายืนกำหมัดแน่นอยู่หลังบานประตู ความโกรธระคนน้อยใจมันจุกอยู่ที่อก จนสุดท้ายความรำคาญก็เอาชนะความเงียบ เธอตัดสินใจกระชากประตูเปิดออกอย่างแรงจนคนข้างนอกเกือบหน้าคะมำ
“มนต์... ฟังพี่นะ พี่กับโรสเราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้วจริงๆ!” พีรวิทย์รีบชิงพูดก่อนที่ประตูจะปิดลงอีกรอบ
“นั่นมันก็เรื่องของพี่! จะไปเป็นอะไรกันมนต์ก็ไม่สนหรอก!”
“โธ่... จริงๆ นะครับมนต์ ก่อนหน้านี้พี่เคยคบกับเขาจริง แต่มันจบไปตั้งนานแล้ว จู่ๆ เขาก็โทรมาหาพี่เอง พี่สาบานได้ว่าพี่ไม่ได้ติดต่อเขาไปก่อนเลยนะจ๊ะ”
