บทที่ 2 ดื่มเพื่อลืมเธอ
“เบาๆ สิยัยมนต์ ดื่มเป็นน้ำไปได้ เดี๋ยวก็ภาพตัดหรอกแก” นีน่าเอ่ยเตือนพลางส่ายหน้า แต่กระนั้นแขนของเพื่อนสาวก็ยังถูกโอบล้อมด้วยวงแขนของแฟนหนุ่มที่นั่งคลอเคลียกันอยู่ไม่ห่าง
ภาพตรงหน้ามันช่างบาดตาจนมนต์นภาต้องเบือนหน้าหนี เธอไม่ตอบคำถามเพื่อน แต่กลับคว้าแก้วทรงสูงขึ้นกระดกรวดเดียวจนน้ำสีอำพันไหลผ่านลำคอแสบร้อนราวกับจะแผดเผาความเสียใจให้มอดไหม้
“เพื่อนน้องนีน่ากลุ้มใจเรื่องอะไรเหรอครับ ถึงดื่มหนักขนาดนี้?” แฟนของนีน่าถามขึ้นด้วยความสงสัย พลางมองดูหญิงสาวที่ดูสวยสง่าแต่กลับมีแววตาหม่นแสง
“อกหักค่ะ มนต์เค้าอกหัก” นีน่าตอบแทนพลางถอนหายใจ
“ก็เลยเอาแต่ดื่ม ถามอะไรก็ไม่พูด”
“งั้นเอาอย่างนี้ เพื่อนพี่กำลังว่าง เดี๋ยวโทรให้มาดูแลก็แล้วกัน เผื่อว่าจะได้ช่วยดามใจให้เพื่อนของน้องนีน่า” ชายหนุ่มเสนอด้วยความหวังดี
“จะดีเหรอคะพี่?” นีน่าถามอย่างลังเล พลางเหล่มองเพื่อนสาวที่ตอนนี้เริ่มเอนกายพิงพนักโซฟาด้วยความมึนเมา
“เอาน่าลองดู เดี๋ยวพี่ตามให้แป๊บเดียว คนนี้หล่อ รวย การันตีคุณภาพ เผื่อเพื่อนเราจะหายเศร้า” เขากล่าวสรุปก่อนจะปลีกตัวไปกดโทรศัพท์
มนต์นภาในตอนนั้นสติเริ่มหลุดลอย เสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์หนักหน่วงในผับดังก้องในหูจนอื้ออึง เธอไม่ได้สนใจว่าใครกำลังจะมา หรือชีวิตเธอหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร ความคิดเดียวที่วนเวียนอยู่ในหัวคืออยากจะลืม ลืมใบหน้าของคนรักเก่า ลืมความเจ็บปวด ลืมทุกสิ่งทุกอย่าง
ทว่าความประมาทและอารมณ์ชั่ววูบในคืนนั้น กลับนำพาเธอไปสู่ความสัมพันธ์แบบ One Night Stand กับชายแปลกหน้าที่เธอจำใบหน้าได้เพียงรางๆ ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในห้องที่มืดมิดและกลิ่นน้ำหอมบุรุษที่ลึกลับยังคงติดอยู่ที่ปลายจมูกจนถึงตอนนี้
มนต์นภาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรถตกหลุม ความคิดคำนึงถูกตัดจบลง เธอพยายามปัดความทรงจำคืนนั้นทิ้งไป พร้อมกับความวิตกกังวลที่ถาโถมเข้ามา
ท่ามกลางแสงไฟสลัวที่วูบวาบตามจังหวะบีทหนักๆ ในโซน VIP ร่างบางในชุดเดรสเกาะอกสีหวานโดดเด่น ชุดที่รัดร่วนเน้นส่วนเว้าโค้งของมนต์นภาตัดกับผิวขาวนวลที่ทอประกายออร่าภายใต้แสงไฟสลัว เธอไม่ได้สนใจสายตาหิวกระหายของผู้ชายรอบข้าง มือเรียวสวยยังคงคว้าแก้ววิสกี้ขึ้นกระดกครั้งแล้วครั้งเล่า ปล่อยให้ของเหลวรสร้อนแรงแผดเผาความเสียใจที่เกาะกินใจให้เจือจางลง
“เฮ้!!! ไอ้พีร์ทางนี้เพื่อน”
หัสวีร์ หนุ่มหล่อเจ้าของผับตะโกนเรียกฝ่าเสียงดนตรี เมื่อเห็นร่างสูงสง่าของเพื่อนรักเดินเข้ามา พีรวิทย์ ก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่าที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายของเขาดึงดูดสายตาสาวน้อยสาวใหญ่จนแทบจะเหลียวหลังมองกันทั้งแถว แต่สายตาคมกริบของเขากลับนิ่งสนิท จนกระทั่งหย่อนกายลงนั่งฝั่งตรงข้ามกับเพื่อนรัก สายตาของพีรวิทย์ปะทะเข้ากับร่างที่นั่งเอนกายอยู่มุมมืดของโซฟาโดยบังเอิญ
“เฮ้ยวีร์! วันนี้แกเรียกฉันมามีอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าวะ?” พีรวิทย์เอ่ยถามเสียงทุ้มต่ำ แต่ดวงตาจิ้งจอกของเขากลับจดจ้องไปยังสาวสวยที่นั่งดื่มอยู่ใกล้ๆ
เขารู้ทันทีว่านี่คือแผนการเดิมๆ ของเพื่อนรักที่มักจะหาสาวสวยมาเสนอ หรือท้าทายให้เขาเล่นเกมล่าแต้ม แต่ครั้งนี้ต่างออกไป... เพียงแค่เห็นแผ่นหลังเนียนละเอียดและท่าทางดื้อรั้นในการดื่มของเธอ หัวใจที่เคยนิ่งสงบของเขากลับกระตุกวูบอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
“นั่นเพื่อนนีน่าเองค่ะ เธอกำลังอกหัก... ถ้าคุณพีร์อยากจะช่วยดามใจให้ ก็ลองเข้าไปคุยกับเธอสิคะ” นีน่า แฟนสาวของหัสวีร์เป็นคนตอบแทนด้วยรอยยิ้มอย่างรู้กัน
พีรวิทย์ไม่ตอบ เขาเพียงแค่ยกยิ้มมุมปากที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันตราย สายตาเจ้าเล่ห์จดจ้องร่างบางในชุดแดงเพลิงนั้นไม่วางตา ก่อนจะลุกขึ้นเต็มความสูงแล้วก้าวเข้าไปหาเหยื่อสาวที่กำลังตกอยู่ในห้วงความเมามาย
กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นวิสกี้จากตัวเธอโชยมาปะทะจมูก พีรวิทย์โน้มตัวลงไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากผิวเนื้อขาวผ่อง มนต์นภาเงยหน้าขึ้นมองด้วยดวงตาฉ่ำปรือ ความโศกเศร้าในแววตาของเธอถูกฉาบไว้ด้วยความท้าทายชั่ววูบ
“อกหักเรื่องเล็ก” เสียงทุ้มพร่ากระซิบชิดใบหูจนคนฟังขนลุกซู่
“แต่ถ้าอยากลืมเรื่องเศร้า... ผมมีวิธีที่ดีกว่าการนั่งดื่มคนเดียวแบบแบบนั้น”
มนต์นภาไม่ได้ผลักไส เธอสัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดมหาศาลจากชายแปลกหน้าที่ยืนอยู่ตรงหน้า ความร้อนแรงจากสายตาของเขาดูจะแผดเผายิ่งกว่าวิสกี้ในมือเสียอีก และในวินาทีนั้นเองที่ความเศร้าถูกแทนที่ด้วยความต้องการประชดโชคชะตา นำพาไปสู่จุดเริ่มต้นของค่ำคืนที่เธอไม่มีวันลืม
“นั่งดื่มคนเดียวไม่เหงาแย่เหรอครับ?” น้ำหนักเสียงทุ้มต่ำที่ดังอยู่ข้างหูทำให้มนต์นภาต้องปรือตาขึ้นมอง ใบหน้าคมสันที่หล่อเหลาราวกับเทพบุตรเดินดินปรากฏแก่สายตา ทว่าในวินาทีที่หัวใจบอบช้ำพังทลาย สิ่งเดียวที่เธอรู้สึกคือความรำคาญใจ หญิงสาวนิ่งเงียบ แววตาว่างเปล่ามองผ่านเขาไปราวกับเขาเป็นเพียงธาตุอากาศ
“ผมขอนั่งด้วยคนนะครับ” ชายหนุ่มผู้เจนสนามอย่างพีรวิทย์ไม่รอคำอนุญาต เขาทรุดกายลงนั่งเคียงข้างบนโซฟาหนานุ่ม เสน่ห์ที่แสนเย้ายวนของเขาเริ่มแทรกซึมเข้าสู่โสตประสาทของเธอ
“ผมพีร์ครับ”
ความเงียบยังคงเป็นคำตอบเดียวที่เขาได้รับ พีรวิทย์ยกยิ้มพึงพอใจในความเย่อหยิ่งที่ดูเป็นธรรมชาติของเธอ เขามองสำรวจเสี้ยวหน้าหวานที่ขึ้นสีระเรื่อเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ ก่อนจะโยนหินถามทางด้วยประโยคแทงใจดำ
“คุณดื่มเยอะซะขนาดนี้... กลุ้มใจเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ? ถ้าคุณจะดื่มให้เมาเพื่อลืมแฟนเก่าละก็ ผมบอกเลยครับ... คุณคิดผิดแล้ว”
“ถ้าคุณจะมาพล่ามให้ฉันฟังละก็ เชิญค่ะ! ดิฉันดื่มเองได้” มนต์นภาแหวขึ้นมาทันที ดวงตาคู่งามตวัดมองเขาด้วยความไม่พอใจ แต่นั่นกลับทำให้พีรวิทย์เห็นประกายไฟในดวงตาเธอที่น่าหลงใหลยิ่งกว่าเดิม
