บทที่ 5 วันไนท์

ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของแอลกอฮอล์และความปรารถนา พีรวิทย์ไม่อาจยับยั้งสัญชาตญาณดิบในกายได้อีกต่อไป เขาคว้าจับแก่นกายร้อนผ่าวที่แข็งขึงปวดหนึบ ถูไถไปกับร่องรอยแห่งความเป็นสาวอย่างย่ามใจ ความต้องการที่พุ่งสูงทำให้เขาตัดสินใจกดแทรกตัวตนเข้าไปในร่างบางอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันได้ระวัง

“โอ๊ย! เจ็บ... เอาออกไปนะ! อื๊อออ... พอก่อน!”

เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดปนสะอื้นของมนต์นภาดังขึ้นบาดใจ พร้อมกับร่างเล็กที่สะดุ้งสุดตัวและพยายามผลักไส พีรวิทย์ชะงักกึกด้วยความตกใจ เสียงโวยวายของเธอทำให้สติที่กระเจิดกระเจิงเริ่มกลับมาทีละน้อย แต่สิ่งที่ทำให้เขาตะลึงยิ่งกว่าคือความคับแน่นมหาศาลที่โอบรัดเขาไว้จนแทบขยับไม่ได้

ชายหนุ่มรวบข้อมือบางทั้งสองข้างไว้ด้วยมือเดียว ยึดเหนี่ยวเธอไว้กับเตียงกว้าง สายตาคมกริบก้มลงมองจุดเชื่อมต่อที่บัดนี้มีหยาดเลือดสีแดงฉานซึมออกมาเล็กน้อย... วินาทีนันเองที่เขาตระหนักได้ว่า เธอไม่ได้เพียงแค่เมาจนไร้สติ แต่เธอคือ ‘ความบริสุทธิ์’ ที่ไม่เคยมีชายใดได้ล่วงล้ำมาก่อน

พีรวิทย์ค่อยๆ ถอดถอนตัวตนออกมา มองดูรอยเลือดจางๆ ที่ติดอยู่บนแก่นกายด้วยความรู้สึกผิดที่แล่นริ้วเข้ามาในอก เขาก้มลงประทับจูบที่แก้มเนียนซึ่งชื้นไปด้วยน้ำตาและเหงื่อเบาๆ แทนคำขอโทษ

“คุณมนต์... ผมขอโทษครับ... แต่ผมคงหยุดไม่ได้แล้วจริงๆ” เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดใบหูด้วยความนุ่มนวลอย่างที่ไม่เคยปฏิบัติต่อหญิงใด “เป็นของผมนะ... ผมจะดูแลคุณเอง”

เขาเริ่มเปิดเกมรักใหม่อีกครั้งอย่างละเมียดละไม ปลายลิ้นร้อนชื้นแตะแต้มลงบนริมฝีปากบาง บดจูบหลอกล่ออย่างอ่อนโยน สลับกับเร่าร้อนเพื่อมอมเมาให้เธอลืมเลือนความเจ็บปวด มนต์นภาที่กำลังอยู่ในห้วงนิทราและมนต์สะกดจากจุมพิตเริ่มโอนอ่อนผ่อนตาม ความเจ็บแปลบในตอนแรกเริ่มถูกแทนที่ด้วยความวาบหวามที่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย

พีรวิทย์ขยับกายเข้าหาอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้เขาเนียนนุ่มและใจเย็น สะโพกแกร่งขับเคลื่อนเข้าออกอย่างช้าๆ พยายามเบิกทางให้อัญมณีเม็ดงามต้อนรับเขาอย่างเต็มใจ ช่องทางรักที่แสนคับแคบและไม่เคยผ่านการรุกรานตอดรัดตัวตนของเขาจนชายหนุ่มต้องขบกรามแน่น

“อืมมม... แน่นเหลือเกินคุณมนต์...” เขาสบถพึมพำในลำคอด้วยความเสียวซ่านที่พุ่งทะลุขีดจำกัด

หยาดเหงื่อของคนทั้งสองไหลรินมารวมกันบนเตียงกว้าง ท่วงทำนองที่เคยติดขัดเริ่มกลายเป็นจังหวะที่สอดประสาน พีรวิทย์นำพาเธอข้ามผ่านความเจ็บปวดมุ่งหน้าสู่ดินแดนแห่งความรัญจวนใจที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน โดยมีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นและความเงียบของราตรีกาลเป็นพยานในพันธสัญญาทางกายที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้น

“อ่าาาา... อื๊อออ! อ่าาาาา... โอ๊ย! เบาๆ...”

เสียงครางหวานปนทรมานดังออกมาจากลำคอระหงของมนต์นภา ใบหน้าสวยที่แดงระเรื่อด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ยิ่งทำให้เธอดูมีเสน่ห์เย้ายวนชวนมอง พีรวิทย์ที่ได้ยินเสียงหวานนั้นถึงกับรัญจวนใจอย่างบอกไม่ถูก สติของเขาเตลิดไปไกลเกินกว่าจะควบคุม

“อืมมม... ฟิตมากเลยคุณมนต์จ๋า... อ่าาาา”

เขาพึมพำเสียงพร่า ก่อนจะเร่งจังหวะสะโพกให้เร็วและรุนแรงขึ้นจนร่างบางใต้ร่างบิดเร้าครวญครางไม่เป็นภาษา พีรวิทย์หยุดการเคลื่อนไหวเพียงชั่วครู่ แช่ตัวตนในกายสาวอย่างเนิ่นนาน พร้อมกับมอบจุมพิตที่แสนวาบหวามต่อเนื่องไปอย่างไม่มีท่าทีว่าจะหยุดลง

มนต์นภาที่เริ่มคล้อยตามรสจูบที่ร้อนแรง เผลอวาดแขนเรียวโอบกอดแผงอกแกร่งของเขาไว้แน่นอย่างไม่รู้ตัว ราวกับจะยึดเหนี่ยวเขาไว้ในห้วงแห่งความฝันอันเร่าร้อนนี้ให้ยาวนานที่สุด

“เป็นของผมนะครับ... คุณมนต์”

เสียงทุ้มกระซิบชิดริมฝีปากที่บวมเจ่อ แต่กลับไม่ได้รับเสียงตอบรับใดๆ นอกจากเสียงครางแผ่วเบาที่ยังคงรินรดกัน ทว่านั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับพีรวิทย์ แขนแข็งแรงของชายหนุ่มโอบกระชับร่างบางเข้าแนบชิดยิ่งขึ้น รับรู้ถึงความนุ่มนิ่มอวบอิ่มที่บดเบียดกับกายแกร่งจนเขาร้อนผ่าวไปทั่วสรรพางค์กาย

เขาถอนจุมพิตออกมาอย่างอ้อยอิ่ง มองสบกับดวงตาปรือเยิ้มที่เต็มไปด้วยความมึนงงและสับสน นิ้วหัวแม่มือลูบไล้ริมฝีปากอวบอิ่มสวยอย่างแผ่วเบา พีรวิทย์มองเรียวปากสีชมพูจัดนั้นอย่างไม่วางตา ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปประทับจูบอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงครางอย่างสุขสม

ชายหนุ่มเริ่มขยับสะโพกอีกครั้งอย่างช้าๆ มือหนาสอดมารวบล็อกสะโพกกลมกลึงของเธอไว้แน่นไม่ให้ขยับหนี ภายในกายสาวที่บีบรัดตัวตนของเขาจนแทบระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ทำให้พีรวิทย์ต้องถอดถอนกายออกอีกครั้งอย่างรวดเร็วเพื่อปรับท่าทาง

เขาประทับริมฝีปากลงไปที่เกสรดอกไม้อีกครั้ง ลิ้นร้อนชื้นตวัดไล้เลียดูดดื่มความหวานล้ำที่หยาดเยิ้มออกมาอย่างไม่รู้จักพอ เสียงครวญครางที่ดังระงมทำให้สะโพกกลมกลึงแอ่นรับอย่างไม่รู้ตัว

เมื่อรู้สึกว่าความชุ่มฉ่ำมีมากพอ เขาก็กระชับบั้นท้ายตึงไว้มั่นแล้วสอดแท่งรักร้อนจ้วงลึกเข้าไปภายในกายสาวอีกครั้งอย่างรวดเร็ว ลีลาร้ายกาจของผู้ชายคนนี้ทำให้มนต์นภาหวาดหวั่น แต่ร่างกายของเธอกลับไม่สามารถควบคุมได้อีกต่อไป

เธอตกเป็นฝ่ายถูกควบคุมอย่างสมบูรณ์ กายสาววาบไหวสะท้านทุกครั้งที่เขากระแทกกระทั้นเข้ามา ความยาวใหญ่ที่อัดแน่นในร่างของเธอเปรียบดั่งแท่งเหล็กที่ตอกตรึงลงทัณฑ์ ให้เธอถูกเพลิงสวาทเผาผลาญจนมอดไหม้ไปทั้งตัว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป