บทที่ 6 คืนเปลี่ยนชีวิต

พีรวิทย์ก้มลงประทับริมฝีปากลงบนกายสาวอีกครั้ง เสียงครางครวญของมนต์นภาดังระงมไปทั่วห้องนอนที่สลัวด้วยแสงไฟ เรียวลิ้นร้อนชำแรกเลียตวัดไล้ดื่มด่ำความหวานล้ำที่หยาดเยิ้มออกมาอย่างหิวกระหาย สะโพกกลมกลึงของหญิงสาวแอ่นหยัดสะท้านเข้าหาเขาด้วยความซ่านหวิว ผสานเสียงกรีดร้องอย่างสุขสมเมื่อเขาพาเธอไปแตะขอบสวรรค์ครั้งแล้วครั้งเล่า

เมื่อเห็นว่าหยาดน้ำสิเน่หาหล่อเลี้ยงจนเพียงพอแล้ว พีรวิทย์ก็ไม่ยอมให้เธอได้พักหายใจ กายแกร่งเคลื่อนตัวขึ้นทาบทับร่างบางทันที มือหนาทั้งสองข้างสอดกระชับใต้บั้นท้ายตึงแน่น ยึดไว้มั่นก่อนจะจ้วงลึกแท่งรักร้อนระอุเข้าไปในความคับแคบที่แสนเย้ายวนนั้น ลีลาร้ายกาจและดุดันของชายหนุ่มทำให้มนต์นภาหวาดหวั่นไปทั้งใจ

หญิงสาวตกเป็นฝ่ายถูกควบคุมอย่างสมบูรณ์ ประสบการณ์ที่อ่อนหัดทำให้เธอทำได้เพียงแอ่นกายรับแรงกระแทกกระทั้นที่โหมกระหน่ำลงมา ความยาวใหญ่ที่อัดแน่นจนคับตึงเปรียบเสมือนแท่งเหล็กตอกตรึงให้เธอต้องมอดไหม้ไปกับไฟสวาทที่เขาสุมให้

“โอ... อ่า... อ้าขาอีกหน่อย กว้างอีกนิดสิมนต์จ๋า...อื้มมม อย่างนั้นแหละ”

มนต์นภาทำตามคำสั่งราวกับต้องมนต์สะกด เธอแทบคลั่งเมื่อเขาขับเคลื่อนกายอย่างเมามัน ปลายนิ้วร้ายยังคงบดคลึงจุดอ่อนไหวไม่ยั้งเพื่อกระตุ้นให้ประสาทสัมผัสแห่งความเป็นหญิงตื่นตัวถึงขีดสุด พีรวิทย์โหมสะโพกเข้าใส่รุนแรงในจังหวะสุดท้าย ความร้อนฉ่าพุ่งฉีดรดลึกเข้าไปในกายสาวจนเธอรู้สึกได้ถึงแรงกระตุกรุนแรง พีรวิทย์บดเบียดส่วนโคนแนบแน่นกับเนินเนื้อนุ่ม เสียบตรึงไว้เนิ่นนานเพื่อส่งมอบความสุขสมอย่างเต็มเปี่ยม

ในที่สุด สติที่เหลือเพียงน้อยนิดของมนต์นภาก็ดอกวูบลงด้วยความเหนื่อยอ่อนและฤทธิ์แอลกอฮอล์ เธอรับรู้เพียงรางๆ ถึงความอบอุ่นที่โอบกอดเธอไว้แนบอก แก้มเนียนซบลงกับแผงอกแกร่งพร้อมรอยยิ้มอิ่มเอม ก่อนจะจมดิ่งสู่ห้วงนิทราโดยไม่รู้เลยว่ามีเรื่องใหญ่รออยู่

พีรวิทย์เดินออกมาจากห้องน้ำหลังจากชำระล้างร่างกาย เขานุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวแล้วล้มตัวลงนอนเคียงข้างร่างเปลือยเปล่าของมนต์นภา มือหนายังคงซุกซนเลื่อนไปกอบกุมความนุ่มหยุ่นของหน้าอกอวบอิ่มด้วยความอาลัยอาวรณ์ แต่ความเงียบสงัดก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นจากกระเป๋าสะพายใบหรูของเธอ

เขาล้วงมือลงไปหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาดู ชื่อยัยนีน่ากระพริบบนหน้าจอ พีรวิทย์สูดลมหายใจลึกก่อนจะกดรับสายด้วยหัวใจที่เต้นรัว

“สวัสดีครับ... มือถือคุณมนต์ครับ”

“พี่พีร์เหรอคะ! เพื่อนนีน่าอยู่ตรงนั้นไหมคะ?” ปลายสายถามเสียงสูง

“อยู่ครับ... แต่ตอนนี้มนต์หลับไปแล้ว”

“ทำไมพี่พีร์ทำอย่างนี้ล่ะคะ ไหนว่าจะพาเพื่อนไปส่งที่บ้าน!” นีน่าแหวใส่ทันที

“คือ... เธอเมาหนักมากครับ พูดจาไม่รู้เรื่อง พี่เลยคิดว่าพามาพักที่คอนโดพี่ก่อนจะปลอดภัยกว่า” พีรวิทย์พยายามแก้ตัวข้างๆ คูๆ

“พี่พาขึ้นคอนโดเหรอคะ!” นีน่าเสียงหลง

“นีน่าจำไม่ได้เลย ตอนนั้นเมาหนักมาก... เอาเป็นว่าฝากยัยมนต์ด้วยนะคะพี่ ถ้ามันตื่นแล้ว บอกให้มันโทรหานีน่าด่วนเลยนะคะ อย่าลืมนะคะพี่พีร์!”

หลังจากวางสาย พีรวิทย์ถอนหายใจยาวพลางมองร่างที่หลับสนิทในอ้อมกอด

“ซวยแล้วไอ้พีร์... นี่แกทำอะไรลงไปวะ”

เขาพึมพำกับตัวเองด้วยความเครียดที่เริ่มจู่โจม ความสาวที่เขาเพิ่งพรากมาในคืนนี้อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่เกินกว่าที่เขาจะคาดคิด ชายหนุ่มกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นอีกนิด ก่อนจะเผลอหลับไปในที่สุด ทิ้งให้ความจริงที่แสนวุ่นวายรอการสะสางในเช้าวันถัดไป

แดดยามอ่อน ๆ ยามเช้ากระทบเปลือกตา มนต์นภาขยับกายบิดขี้เกียจด้วยความเคยชิน แต่กลับรู้สึกปวดหนึบไปที่กายสาวและบริเวณท้องน้อยที่ถูกจู่โจมอย่างรุนแรงจนเธอต้องนิ่วหน้า มือเรียวเอื้อมขึ้นบีบขมับตัวเองแรงๆ พยายามเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับคืนมา

ที่นี่ที่ไหน? เพดานสีควันบุหรี่และเฟอร์นิเจอร์เรียบหรูแปลกตาทำให้หัวใจเธอเริ่มเต้นผิดจังหวะ เธอจำได้ว่าเมื่อคืนเมาหนักมาก... เมาจนภาพตัดไป

“เฮ้ย!... ไม่ใช่ห้องฉันนี่!!!” หญิงสาวเด้งตัวลุกขึ้นนั่งทันที ความเย็นเยียบที่สัมผัสผิวทำให้เธอต้องก้มลงมอง... ร่างกายเปลือยเปล่าไร้อาภรณ์อยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนา และที่เลวร้ายกว่านั้นคือข้างกายเธอกลับมีร่างสูงกำยำของชายหนุ่มแปลกหน้านอนหลับตาพริ้มอยู่!

ความเจ็บแปลบที่จุดกึ่งกลางกายยามขยับตัวทำให้น้ำตาเอ่อคลอ ประสาทสัมผัสทุกอย่างเริ่มประมวลผลถึงเหตุการณ์วาบหวามที่เลือนลางแต่ทิ้งร่องรอยไว้ชัดเจนบนผิวเนื้อ

“กรี๊ดดดดดดด! ไอ้คนชั่ว ไอ้คนสารเลว นี่แกทำอะไรกับฉัน!” เสียงกรีดร้องดังลั่นพร้อมกับกำปั้นเล็กๆ ที่ระดมทุบลงบนแผงอกกว้างของพีรวิทย์อย่างบ้าคลั่ง เธอทั้งโกรธ ทั้งเสียใจ และอับอายจนแทบคุมสติไม่อยู่

“โอ๊ยยย!!! เป็นบ้าอะไรของคุณเนี่ย!” พีรวิทย์สะดุ้งตื่น รวบมือน้อยทั้งสองข้างไว้ด้วยความรวดเร็ว

“หยุดทุบตีผมได้แล้ว ผู้หญิงอะไรมือหนักชะมัด!”

“ปล่อย! แกมันไอ้สารเลว แกข่มขืนฉัน ไอ้บ้า ไอ้โรคจิต... ฮือออออ ๆ!” น้ำตาไหลพรากด้วยความอัดอั้น เธอพยายามขัดขืนสุดกำลังแต่แรงชายกลับแข็งแกร่งดั่งปลอกเหล็ก

ในวินาทีที่เธอพยายามดิ้นรน มนต์นภาตัดสินใจใช้ไม้ตายสุดท้าย มือเรียวเอื้อมลงไปกอบกุมและบีบจุดยุทธศาสตร์ของชายหนุ่มสุดแรงเกิด!

“โอ๊ยยย! เจ็บนะคุณ! บีบมาได้!” พีรวิทย์ร้องลั่น หน้าเขียวหน้าเหลืองด้วยความจุกเสียดจนต้องยอมปล่อยเธอเป็นอิสระ มือหนาเปลี่ยนมากุมส่วนอ่อนไหวของตัวเองไว้แน่นด้วยสีหน้าเหยเก

“สมน้ำหน้า ไอ้โรคจิต!” เธอแผดเสียงด่า แววตาเต็มไปด้วยความอาฆาต

“ใจเย็นๆ ก่อนสิคุณ จำอะไรเมื่อคืนไม่ได้เลยหรือไง ว่าใครเป็นคนเริ่ม!” พีรวิทย์พยายามเค้นเสียงพูดท่ามกลางความเจ็บปวด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป