บทที่ 7 ความทรงจำที่เลือนหาย

“กรี๊ดดดด ไอ้บ้า ไปตายซะเถอะแก!” มนต์นภาไม่ฟังคำอธิบายใดๆ เธอคว้าหมอนฟาดใส่เขาชุดใหญ่ ก่อนจะรวบผ้าห่มมาพันกายเป็นดักแด้ ก้มลงคว้าชุดเดรสสีหวานที่กองอยู่บนพื้นแล้ววิ่งหนีเข้าห้องน้ำไปทันที เสียงลงกลอนประตูดังลั่นบอกถึงความไม่ต้องการเผชิญหน้า

พีรวิทย์ได้แต่นั่งอึ้งอยู่บนเตียง พลางหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาสวมด้วยอาการบึ้งตึง

“อะไรกัน... เป็นคนเริ่มก่อนแท้ๆ ตื่นมาก็ทุบเอาๆ คนอะไรวะ”

ภายในห้องน้ำ มนต์นพายืนพิงประตู ลมหายใจหอบกระชั้น น้ำตาไหลรินอาบแก้ม เธอรีบสวมเสื้อผ้าด้วยมือที่สั่นเทา ความรู้สึกเจ็บปวดจากการสูญเสียสิ่งที่หวงแหนที่สุดในชีวิตให้กับชายที่เพิ่งเจอเพียงคืนเดียวมันกัดกินใจจนยากจะรับไหว

หญิงสาวเปิดประตูห้องนํ้าออกมาก็พบว่าพีรวิทย์ใส่เสื้อผ้าเสร็จแล้ว มนต์นภารีบเดินไปหยิบกระเป๋าสะพายของเธอที่วางอยู่หัวเตียงแล้วเตรียมจะเดินออกจากห้อง แต่โดนร่างกำยำของชายหนุ่มเดินมาขวางไว้ก่อน

“เดี๋ยวสิคุณ... จะรีบไปไหน” มนต์นภาตวัดสายตามองเขาด้วยความรังเกียจชิงชังอย่างปิดไม่มิด

“ฉันไม่มีอะไรจะพูดกับคุณ!”

“เมื่อคืนผมไม่ได้ข่มขืนคุณนะ... คุณกลับไปคิดให้ดีๆ” เขาพยายามทวงถามความเป็นธรรมให้ตัวเองด้วยน้ำเสียงที่ยังคงความถือดี

“ถึงตอนนี้ฉันจะยังจำอะไรไม่ได้ แต่นั่นก็ไม่ได้เปลี่ยนข้อเท็จจริงที่ว่าคุณเป็นคนแปลกหน้าที่ฉวยโอกาส!” มนต์นภาแผดเสียงสั่นเครือ

“คนอย่างคุณมันไว้ใจไม่ได้ ชาตินี้อย่าได้มาพบเจอกันอีกเลย!” เธอกำลังจะก้าวหนีแต่กลับถูกมือหนาคว้าแขนไว้แน่น พีรวิทย์ดึงร่างบางเข้าหาตัวก่อนจะผลักเธอแผ่นหลังติดกับผนังห้อง ห้องทั้งห้องดูแคบลงไปถนัดตาเมื่อเขาโน้มกายเข้าหาจนลมหายใจเป่ารดกัน

“เดี๋ยวก่อนสิ... เพื่อนคุณที่ชื่อนีน่าให้โทรกลับ” เขาพูดเสียงทุ้มพร่าพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่สั่นระริก

“ผมชอบคุณนะมนต์...”

“แต่ฉันเกลียดคุณ!”

“แต่ถ้าคืนนี้คุณเกิดติดใจลีลาอันเร่าร้อนของผมขึ้นมาอีกล่ะก็... มาหาผมได้ตลอดเวลานะ” เขาแกล้งกระซิบชิดใบหูเล็ก ก่อนจะฉวยโอกาสฝังจมูกลงบนแก้มเนียนฟอดใหญ่เป็นการทิ้งทวน

เพี๊ยะ!!!!..แรงตบจากฝ่ามือบางฟาดเข้าที่แก้มซีกขวาของพีรวิทย์จนหน้าหัน รอยนิ้วแดงก่ำปรากฏชัดบนผิวหน้าคมสัน มนต์นภาเม้มริมฝีปากแน่น พยายามกลั้นน้ำตาแห่งความอัปยศไม่ให้ไหลออกมาต่อหน้าเขา

“ฝันไปเถอะไอ้ทุเรศ!” สิ้นคำพูดเธอก็สะบัดตัวหลุดแล้วเดินกระแทกส้นสูงออกจากห้องไปทันที ทิ้งให้พีรวิทย์ยืนลูบแก้มตัวเองมองตามหลังไปด้วยรอยยิ้มมุมปาก

“มือหนักเป็นบ้าเลย ผู้หญิงอะไรวะ”

เมื่อบานประตูคอนโดปิดลง ความเข้มแข็งที่พยายามสร้างมาตลอดทางก็พังทลาย มนต์นภาทรุดตัวลงสะอื้นไห้อย่างหนักจนตัวโยน ภายในใจเต็มไปด้วยความสมเพชตัวเองที่ปล่อยให้ความเสียใจจากรักครั้งเก่าและความเมามายมาทำลายชีวิตของเธอจนย่อยยับ

“ทำไม... ทำไมชีวิตฉันต้องมาเจอเรื่องเฮงซวยแบบนี้ด้วย!!”

เธอกรีดร้องออกมาอย่างสุดกลั้นพลางใช้มือลูบไล้ตามผิวเนื้อที่ยังมีรอยรักจางๆ ทิ้งไว้ตอกย้ำความอัปยศ ความบริสุทธิ์ที่รักษามาตลอดยี่สิบเอ็ดปีถูกพรากไปโดยชายแปลกหน้าเพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบ

มนต์นภาปาดน้ำตาอย่างลวกๆ แววตาที่เคยหม่นเศร้าเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นที่เจ็บปวด เธอรีบจัดกระเป๋าเสื้อผ้าเพื่อกลับไปหาอ้อมกอดของแม่ที่ต่างจังหวัด บ้านคือที่เดียวที่เธอจะซุกซ่อนความบอบช้ำนี้ได้ ก่อนเดินทางเธอแวะเข้าวัดทำบุญ ปล่อยนกปล่อยปลา หวังเพียงให้เคราะห์กรรมครั้งนี้มอดไหม้ไปกับควันธูปและอย่าได้เจอกับเขาอีกเลยไม่ว่าชาติไหนๆ

ในขณะเดียวกัน ที่คอนโดของหัสวีร์ นีน่าเดินกลับเข้ามาด้วยสีหน้าบึ้งตึง แต่เธอก็ต้องชะงักเมื่อเห็น พีรวิทย์ นั่งจิบกาแฟคุยอยู่กับแฟนหนุ่มของเธอด้วยท่าทางเคร่งขรึม

“มาพอดีเลย... นีน่า พี่ขอเบอร์เพื่อนหน่อยสิ” พีรวิทย์เอ่ยเข้าประเด็นทันที สายตาคมเข้มคู่เดิมที่เคยแผดเผามนต์นภาเมื่อคืน บัดนี้กลับดูว้าวุ่นใจอย่างเห็นได้ชัด

“นีน่าให้ไม่ได้หรอกค่ะ เพื่อนนีน่ากำลังใจสลาย พี่รู้ตัวบ้างไหมว่าทำอะไรลงไป!” นีน่าตวาดใส่ด้วยความโกรธ

พีรวิทย์ถอนหายใจยาวก่อนจะหยิบนามบัตรหรูออกมาวางบนโต๊ะ

“พี่พร้อมจะรับผิดชอบทุกอย่าง พี่ไม่ได้ตั้งใจจะให้เรื่องมันจบแบบนี้... ถ้ามนต์พร้อมจะคุย ให้เธอติดต่อพี่มาได้ตลอด 24 ชั่วโมง พี่จะไม่หนีไปไหนแน่นอน” พูดจบเขาก็ลุกขึ้นเดินออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมจางๆ และความหนักอึ้งในอากาศ

“พี่วีร์! ไหนบอกว่าเพื่อนพี่เป็นสุภาพบุรุษไง ทำไมถึงทำกับยัยมนต์แบบนี้!” นีน่าหันมาพาลใส่หัสวีร์ทันที

“โธ่... นีน่า ใจเย็นๆ สิ” หัสวีร์ประคองไหล่แฟนสาว

“ไอ้พีร์มันบอกพี่หมดแล้ว มันบอกว่ามนต์น่ะ... ถอดเสื้อผ้าเอง แถมยังเป็นฝ่ายเริ่มปล้ำมันก่อนด้วยนะ ผู้ชายเลือดร้อนอย่างมัน ใครจะไปทนไหวล่ะจ๊ะ และพี่รับประกันได้เลยว่าคนอย่างไอ้พีร์มันไม่เคยขืนใจใคร ถ้าผู้หญิงไม่เต็มใจจริงๆ”

“พี่ก็เข้าข้างเพื่อน! เพื่อนนีน่าจำอะไรไม่ได้เลยนะ พี่จะให้เชื่อคำพูดคนฉวยโอกาสงั้นเหรอ!”

“พี่ไม่ได้เข้าข้าง แต่มันบอกพี่เองว่ามันชอบมนต์จริงๆ มันยอมรับว่านั่นเป็นคืนที่วิเศษที่สุดของมันเลยนะนีน่า ถ้าเพื่อนเราไม่รังเกียจ พี่ว่าลองให้โอกาสมันดูไหม ไหนๆ ก็เสียตัวให้มันไปแล้ว คบกันเป็นแฟนไปเลยพี่ว่าไอ้พีร์มันดูแลมนต์ได้แน่ๆ”

“คบงั้นเหรอ? เหอะ! พี่ไปบอกเพื่อนพี่เถอะว่าเตรียมใจไว้ให้ดี งานนี้เรื่องอาจถึงตำรวจ”

นีน่าสะบัดหน้าหนีด้วยความขัดใจ ในขณะที่หัสวีร์ได้แต่ลอบถอนหายใจ เขาดูออกว่าเพื่อนรักอย่างพีรวิทย์ไม่ได้แค่ต้องการรับผิดชอบตามหน้าที่ แต่มันกำลังตกหลุมรักเหยื่อสาวในคืนเดียวคนนั้นเข้าอย่างจังเสียแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป