บทที่ 8 ชีวิตอิสระ
เมื่อรถสปอร์ตคันหรูเคลื่อนตัวเข้ามาจอดเทียบหน้าคฤหาสน์หลังโต พีรวิทย์ที่ยังคงมีรอยยิ้มจางๆ ประดับมุมปากยามนึกถึงกลิ่นหอมกรุ่นของมนต์นภา แต่ก็ต้องรีบหุบยิ้มฉับพลัน เมื่อเห็นร่างสันทัดของคุณหญิงแม่สุดที่รักยืนเท้าสะเอวเด่นหราอยู่บนบันไดหินอ่อน แววตาคมดุของคุณหญิงศรีประภาจ้องเขม็งมาที่ลูกชายตัวดีอย่างคาดโทษ
“ไปไหนมาหึ! พ่อตัวดี...” เสียงทรงอำนาจแหวขึ้นทันทีที่เขาเปิดประตูรถลงมา
“กลับมาถึงเมืองไทยแทนที่จะอยู่ติดบ้านให้แม่ชื่นใจบ้าง แต่นี่อะไร... ออกไปเตร็ดเตร่ข้างนอกเสียจวนมืดจวนค่ำ แล้วเมื่อคืนนอนที่ไหน! ทำไมไม่กลับบ้าน!”
พีรวิทย์แสร้งทำหน้าระรื่น เดินเข้าไปสวมกอดเอวหนาของผู้เป็นมารดาอย่างประจบเอาใจ
“โถ่... คุณแม่ครับ ผมก็แค่ไปฉลองกับพวกไอ้วีร์ตามประสาเพื่อนฝูงที่ไม่ได้เจอกันนานเฉยๆ ครับ พอเห็นว่าเมาหนักขับรถกลับไม่ไหว ผมก็เลยแวะนอนที่คอนโด จะโทรบอกคุณแม่รึ ก็ดึกแล้ว”
“ให้มันได้อย่างนี้สิ! มีลูกชายกับเขาอยู่คนเดียวก็ทำตัวลอยไปลอยมาประหนึ่งนกไม่มีคอน ฉันละปวดประสาทกับแกจริงๆ ตาพีร์” คุณหญิงศรีประภาสะบัดหน้าหนีอย่างไม่สบอารมณ์ พลางชี้นิ้วสั่ง
“ไปๆ ไปอาบน้ำล้างคราบเหล้าคราบเบียร์ให้สะอาดเสีย แล้วจำไว้ว่าพรุ่งนี้แกต้องเข้าบริษัทกับแม่!” พีรวิทย์เลิกคิ้วสูงด้วยความสงสัย พลางทำหน้าตายียวน
“มีอะไรสำคัญหรือครับคุณแม่ ให้ผมพักผ่อนอีกสักอาทิตย์ค่อยเริ่มงานไม่ได้เหรอครับ”
“แม่นัดคุณหญิงเพ็ญศรีเอาไว้!” มารดาตอบเสียงแข็ง
“คุณแม่นัดเอง ก็ไม่เห็นจะเกี่ยวกับผมเลยนี่ครับ” ชายหนุ่มยกไหล่อย่างไม่ยี่หระ เขาพอจะเดาออกว่าการนัดพบระหว่างคุณหญิงทั้งสองคนนั้นมักจะหนีไม่พ้นเรื่องดูตัวหรือไม่ก็จับคู่ธุรกิจ
“เอ๊ะ! ไอ้ลูกคนนี้นี่...” คุณหญิงศรีประภาชี้หน้าคาดโทษ แววตาจริงจังขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า
“ถ้าพรุ่งนี้แกเบี้ยวนัด หรือไม่ออกไปบริษัทกับฉันละก็... การเงินแกสะดุดทุกทางแน่ แล้วก็เตรียมไปนอนข้างกลางถนนได้เลย ฉันเอาจริงนะตาพีร์!” พีรวิทย์หัวเราะหึในลำคอพลางยกมือยอมแพ้
“ครับๆ คุณแม่ ผมไปก็ได้ครับ”
เขาเดินผิวปากขึ้นห้องนอนไปอย่างสบายอารมณ์ ในใจมีความรู้สึกหนึ่งพาดผ่าน... ภาพของหญิงสาวในเดรสสีชมพูหวานที่กรีดร้องและทุบตีเขาเมื่อเช้ายังคงติดตา ลีลาความไร้เดียงสาแต่เร่าร้อนของเธอทำให้เขารู้สึกว่า ผู้หญิงที่แม่จะพาไปเจอพรุ่งนี้ คงไม่มีใครเทียบแม่สาวน้อยมนต์นภาของเขาได้แม้เพียงปลายเล็บ
ภายในห้องนอนกว้างขวาง พีรวิทย์โยนเสื้อเชิ้ตราคาแพงลงบนเตียงก่อนจะชะงักไปครู่หนึ่ง เขายกเสื้อตัวนั้นขึ้นมาดมเบาๆ แล้วก็ต้องเผลอยิ้มออกมา กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ หวานละมุนของมนต์นภายังคงติดตรึงอยู่ที่ปกคอเสื้อ ราวกับจะย้ำเตือนถึงสัมผัสแนบชิดในค่ำคืนที่ผ่านมา
“ป่านนี้ยัยนั่นจะเป็นยังไงบ้างนะ... ไม่ใช่นอนร้องไห้ขี้มูกโป่งจนตาบวมไปแล้วเหรอ” เขาพึมพำกับตัวเองด้วยสายตาที่อ่อนลง ความโกรธขึ้งของเธอเมื่อเช้าไม่ได้ทำให้เขาโกรธตอบ แต่มันกลับทำให้เขาเอ็นดูและอยากจะรับผิดชอบเธอขึ้นมาจริงๆ อย่างที่ไม่เคยรู้สึกกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน
เช้าวันจันทร์ที่สดใส พีรวิทย์ขับรถสปอร์ตคันหรูคู่ใจเลี้ยวเข้าสู่บริษัทในเครือ ธีระทรัพย์ทรานสปอร์ต โอเซี่ยน เอ็กเพรส ยักษ์ใหญ่ด้านการขนส่งทางเรือระดับประเทศ เขาถอนหายใจยาวขณะดับเครื่องยนต์ในช่องจอดรถตำแหน่งรองประธาน
“ชีวิตอิสระของฉันคงต้องจบลงแค่นี้สินะ...” เขาบ่นพึมพำ เพิ่งเรียนจบกลับมาแท้ๆ แทนที่จะได้เที่ยวเล่นตามประสาหนุ่มโสด กลับต้องมารับภาระหน้าที่ที่แม่หยิบยื่นให้
“สวัสดีครับท่านรอง ยินดีต้อนรับครับ” ผู้จัดการฝ่ายรีบเข้ามาต้อนรับด้วยท่าทางนอบน้อม
“ท่านประธานมาหรือยังครับ?” พีรวิทย์ถามเสียงเรียบ
“มาแล้วครับ ท่านรอคุณพีร์อยู่ที่ห้องประชุมใหญ่ครับ”
ภายในห้องประชุมใหญ่ คุณหญิงศรีประภาและคุณหญิงเพ็ญศรีกำลังจิบน้ำชาคุยกันอย่างออกรส โดยมีหญิงสาวคนหนึ่งนั่งก้มหน้านิ่งอยู่ข้างๆ
“ดิฉันเห็นด้วยนะคะคุณพี่ ตาพีร์น่ะเหมาะกับตำแหน่งรองประธานที่สุดแล้ว” คุณเพ็ญศรีเอ่ยชม
