บทที่ 9 คิดถึงรอยจูบ
“ถ้ายังไงดิฉันขอฝากหนูมนต์ลูกสาวดิฉันให้มาฝึกงานที่นี่ด้วยนะคะ ตำแหน่งอะไรก็ได้ค่ะ ฝึกอีกแค่เทอมเดียวแกก็จบแล้ว” คุณหญิงศรีประภาหันไปมองสาวน้อยหน้าหวานที่บัดนี้ดูซูบเซียวไปเล็กน้อยด้วยความเอ็นดู “โอ๊ย! หนูมนต์จ๊ะ ป้าว่าหนูฝึกงานเป็นเลขาฯ ตาพีร์ไปเลยดีไหม สวยๆ อย่างหนูเนี่ย รับรองว่าจะทำให้ตาพีร์ต้องอยากมาทำงานทุกวันและไม่กล้าโดดงานแน่ๆ เลยล่ะจ้ะ” มนต์นภาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อคนที่จะต้องไปฝึกงานด้วย ความรู้สึกขยาดชื่อนี้ในใจยังไม่จางหาย แต่ก็จำใจต้องบอกออกไปตามมารยาทและคิดว่ามันคงไม่ได้โลกกลมถึงขนาดนั้น
“เอ่อ... ยังไงก็ได้ค่ะ มนต์แล้วแต่คุณป้าเลย... แต่ว่าวันนี้มนต์มีเรียนคาบเช้า มนต์ต้องขอตัวก่อนนะคะ สวัสดีค่ะคุณป้า” เธอรีบยกมือไหว้ลาด้วยท่าทางเร่งรีบ ราวกับต้องการหนีไปจากบรรยากาศที่น่าอึดอัดนี้
“อะไรกันยัยลูกคนนี้! ต้องขอโทษด้วยนะคะคุณพี่ แกคงกลัวเข้าเรียนไม่ทันน่ะค่ะ” คุณเพ็ญศรีรีบหันไปขอโทษเพื่อนรุ่นพี่
“ไม่เป็นไรเลยจ้ะหนูมนต์ รีบไปเถอะลูก เดี๋ยวรถจะติด” คุณหญิงศรีประภายิ้มละไม มองตามร่างบางที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไปจากห้องประชุม
มนต์นภาก้าวออกจากห้องประชุมด้วยความโล่งอก เธอเดินสวนกับชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดสูทที่ดูภูมิฐานคนหนึ่งที่กำลังเดินตรงมายังห้องประชุม เธอไม่ได้เงยหน้ามองเขาเพราะมัวแต่กังวลเรื่องเวลาเรียน ในขณะที่พีรวิทย์เองก็ไม่ได้สังเกตเห็นหญิงสาวที่เดินก้มหน้าก้มตาผ่านไป เพราะมัวแต่ตรวจดูความเรียบร้อยของเนกไท
คุณเพ็ญศรีเดินตามลูกสาวออกมาติดๆ เธอเดินสวนกับพีรวิทย์พอดี แต่ทว่าเธอจำเขาไม่ได้ เพราะพีรวิทย์ไปอยู่เมืองนอกตั้งแต่มัธยม เด็กชายตัวผอมในวันนั้นกลายเป็นชายหนุ่มกำยำหล่อเหลาจนจำเค้าเดิมแทบไม่ได้
โชคชะตาช่างเล่นตลก... พีรวิทย์กำลังจะเดินเข้าไปหาแม่ของเขาเพื่อรับตำแหน่งรองประธาน โดยที่ไม่รู้เลยว่า ผู้หญิงที่เขากำลังตามหา คือคนเดียวกับผู้หญิงที่เขาร่วมหลับนอนมาก่อนหน้านี้
พีรวิทย์ก้าวเข้ามาในห้องทำงานด้วยมาดนิ่งขรึม เขาคือชายหนุ่มเนื้อหอมที่เพียบพร้อมจนน่าอิจฉา ทั้งรูปร่างหน้าตาและฐานะทางสังคม ทำให้ชีวิตเขาไม่เคยขาดแคลนสาวสวย พวกเธอหลั่งไหลเข้ามาให้เขาเลือกไม่ซ้ำหน้า และเขาก็ไม่เคยปฏิเสธที่จะสานสัมพันธ์... ตราบใดที่พวกเธอสวย เร้าใจ และที่สำคัญคือไร้การผูกมัด
แต่ผู้หญิงที่มารดากำลังจะยัดเยียดให้เขานั้น... มันช่างห่างไกลจากสเปกของเขาเกินจะรับไหว!
ภาพในหัวของเขายังคงติดลบกับภาพเด็กหญิงตัวอ้วนดำ ขี้แย ที่มักจะเกาะสอยห้อยตามคุณเพ็ญศรีมาบ้านเขาเมื่อหลายปีก่อน แม้กาลเวลาจะผ่านไปจนเขาไปเรียนจบจากเมืองนอก แต่ภาพยัยเด็กเฉิ่มอ้วนดำคนนั้นก็ยังเป็นอาวุธร้ายที่หยุดความกำหนัดในตัวเขาได้ชะงัดนัก
“ผมไม่เอาเด็กนั่นครับแม่... ไม่เอาเด็ดขาด!” พีรวิทย์ประกาศกร้าว ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยบูดบึ้งลงทันทีเมื่อนึกถึงว่าที่เด็กฝึกงานควบตำแหน่งเลขาฯ ส่วนตัวที่แม่ภูมิใจนำเสนอ
เขารู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของคุณหญิงศรีประภาดี ท่านคงหวังจะจับคู่เขากับลูกสาวเพื่อนรักเพื่อตำแหน่งสะใภ้ในอนาคต แต่สำหรับเขา ยัยมนต์อะไรนั่นคือยาขมที่เขาไม่อยากแม้แต่จะชายตาแล
“ผมขอยืนยันอีกครั้ง... ผมไม่เอายัยมนต์อะไรนั่นของแม่หรอกครับ ให้คนอื่นมาทำแทนเถอะ!”
“ก็เพราะว่าแกไม่เอานี่แหละ ฉันถึงเลือกหนูมนต์ให้มาทำงานกับแกไง!” คุณหญิงศรีประภาตอกกลับทันควัน แววตาคมกริบจ้องหน้าลูกชายอย่างเอาเรื่อง
“แกเคยนับบ้างไหมว่าตั้งแต่กลับมา แกนอนกับผู้หญิงไปกี่รายแล้ว... อยากติดโรคนักรึไง!”
จังหวะนั้นเอง ภาวิณีเลขาสาวสวยของมารดาในชุดรัดรูปโชว์สัดส่วนเย้ายวนเดินบิดสะโพกเข้ามาในห้องพอดี เธอส่งสายตาเชิญชวนให้พีรวิทย์ขณะวางเอกสารให้เขาเซ็น เมื่อเธอเดินออกจากห้องไปพร้อมกับรอยยิ้มหวานหยด คุณหญิงศรีประภาก็หันมาแหวใส่ลูกชายต่อทันที
“เห็นไหม! แค่เลขาฯ ของฉันเดินผ่าน แกก็แทบจะกินเธอเข้าไปทั้งตัวแล้ว” พีรวิทย์ได้แต่ขบกรามแน่นไม่กล้าขัดคำสั่ง
