บทที่ 1 Chapter 1 - บทนำ -
S PART
คุณเคยตกหลุมรักใครสักคนทั้ง ๆ ที่ยังไม่เคยคุยกันสักคำรึเปล่า ... และใช่ค่ะ ฉันนี่แหละที่ตกหลุมรักผู้ชายคนนึง วันทั้งวันก็ได้แต่พร่ำเพ้อหาเขาทั้งคอยส่องเฟสบุ๊ค คอยส่องอินสตราแกม ส่องมันทุกช่องทางโซเชียลของเขาที่คิดว่าจะสามารถเห็นถึงชีวิตความเป็นไปของเขาได้ในแต่ละวัน ชีวิตผู้หญิงคนนึงที่ไม่เคยมีความรักไม่เคยมีแฟนแบบฉัน ฮือออออ พูดแล้วมันแซ๊ดดดดดดด
กริ๊งงงงงง!!! กริ๊งงงงง!!!
อุ๊ยแม่ล่วง!! ใครมันโทรมาแต่เช้าเนี่ย ...
[ สุรศักดิ์ ]
อ๋อออ สุรศักดิ์หรือยัยซูซี่ เพื่อนสาว! เอ้ย! ไม่ซิ เพื่อนชายร่างใหญ่แต่หัวใจสาวน้อยคนเดียวในกลุ่มของฉันนั่นเอง
“ว่าไงสุรศักดิ์”
“อร๊ายยยย อิชะนี!! บอกกี่ครั้งแล้วว่าให้เรียกซูซี่ ๆๆๆๆ ซูซี่ แกเข้าใจมั้ยเนี่ย”
สุรศักดิ์เอ้ยซูซี่โวยวายเสียงดังลั่นใส่โทรศัพท์จนหูแทบแตกเสียงแปดหลอดนั่นดังทะลุงออกมาจนฉันแทบจะโยนโทศัพท์ในมือทิ้งได้เลยเพราะทนฟังไม่ไหว
“โอ๊ยยย รู้แล้ว ๆ ซูซี่ก็ซูซี่ ซูซี่มีอะไรห๊ะ โทรมาแต่เช้าเนี่ย”
“นี่อย่าบอกนะ ว่าแกลืม นังชะนีเด็ก”
ลืม ลืมอะไร...? ฉันได้แต่นิ่งเงียบคิดตามประโยคของเพื่อนสนิทอย่างสุรศักดิ์ว่าฉันลืมอะไรไป
“อะไรอ่ะ งง??”
เออ ฉันลืมอะไรไปรึเปล่านะวันนี้นั่งคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก
“โอ๊ยยย!! นังชะนีเด็ก ชีวิตนี้แกคิดจะสนใจไรบ้างห๊ะในชีวิต”
อ่าวยัยสุรศักดิ์นี่ เสียงแปดหลอดแว๊ด ๆ ใส่ฉันออกมาเสียงดังลั่นทะลุโทรศัพท์มือถือราคาแพงที่ขอแม่มาได้อีกครั้ง รอบนี้มันดังลั่นจนต้องขยับมันออกห่างจากหูแทบจะทันที
“สนสิ ใครว่าไม่สนฉันสนพี่คิงไง”
ฉันตอบกลับเพื่อนสนิทสาวสองกลับไปด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบอย่างมั่นอกมั่นใจในความสนใจที่ฉันมีให้ผู้ชายที่ฉันเพิ่งเอ่ยชื่อออกไป
“ค่ะ!!! อิวอก มึงจะสนใจแต่พี่คิงก็เรื่องของมึงนะคะจุดนี้ แต่เวลานี้ช่วยไสหัวมาหาพวกกูที่คณะเดี๋ยวนี้ รายงานกลุ่มยังไม่เสร็จค่ะ”
เวนนน!! ชิบหายแล้วฉันกรี๊ดร้องขึ้นมาในใจแทบจะทันทีที่ได้ยินสิ่งสุรศักดิ์มันพูดออกมา
“เออออออ!! ลืมไปเลย เดี๋ยวรีบไปเดี๋ยวนี้แหละรอแปปนะคะสุดสวย”
ฉันตอบกลับปลายสายไปอย่างลนลานพร้อมกับไม่ลืมที่จะเอ่ยปากชมเพื่อนสาวอีกหนึ่งที เพราะความผิดที่ติดตัวอยู่นั้นทำให้ฉันต้องทำตัวอ่อนน้อมกับเพื่อนสนิทคนนี้อย่างรวดเร็วไม่งั้นโดนมันจิกเปียแน่
“ย๊ะ!!! ให้ไว ให้ไวเลยค่าาา”
ติ๊ดดด ฉันตัดสายทันทีโดยที่ไม่รอให้ปลายสายพูดจบ ก่อนที่ฉันจะรีบวิ่งเข้าห้องน้ำเพื่อที่จะอาบน้ำแต่งตัวอย่างรวดเร็ว
มหาวิทยาลัยเค K University 10.30 น.
กรี๊ดดด สายแล้ว ๆๆ ฮืออออ ฉันต้องโดนยัยพวกนั้นสาปส่งแน่ ๆ แถมวันนี้ยังเป็นวันศุกร์ด้วยที่จอดรถก็ไม่มีฉันเลยต้องขับรถอ้อมมาอีกคณะเพื่อที่จะแย่งที่จอดรถกับเด็กคณะวิศวะกรรมศาสตร์นี่แหละ ซวยซ้ำซวยซ้อนชะมัด มหาวิทยาลัยก็ตั้งกว้างใหญ่ขนาดนี้ทำที่จอดรถให้มันเยอะ ๆ หน่อยก็ไม่ได้ น่าเบื่อจริง ๆ เลย ...
ตุบ!
“โอ๊ยยย!!”
โอ้ยยย อะไรเนี่ยใครกันทำไมถึงได้เดินไม่ดูตาม้าตาเรือไม่เห็นคนหรือยังไง ในหัวประมวลผลคำก่นด่าออกมาหลังจากความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นเข้ามาปะทะที่ร่างกายพร้อมกับปากที่ตะโกนสวนออกไปใส่อีกฝ่ายโดยที่ยังไม่เห็นหน้าคู่กรณี
“เดินยังไงเนี่ย!!!!”
แต่ทันทีที่เงยหน้าขึ้นมองกำแพงสูงในร่างมนุษย์ฉันก็ต้องอ้าปากค้างทันที ช็อคคคค!!!! พี่คิง!!! ฉันยืนตัวแข็งทื่อเมื่อเงยหน้าขึ้นไปสบตากับดวงตาคมเข้มที่ฉันเคยชมว่ามันสวยมาก แต่ว่าตอนนี้มันกลับแข็งกระด้างด้วยความหงุดหงิดกับอุบัติเหตุที่มันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อสักครู่ คิ้วเข้มขมวดหมุนจนแทบจะเป็นโบว์ผูกติดกันก่อนที่เสียงแหบห้าวจะดังขึ้นแบบขอไปทีตามมารยาท ...
“โทษที เป็นอะไรรึป่าว”
หล่ออออ หล่อออมากกกกกก ยัยเอสคนนี้จะเป็นลมการเจอคนที่ชอบในระยะประชิดขนาดนี้ตายได้เลยนะ ตาย ตายแน่ ๆ
“เห้ย!! เธอ!! เธอ!!!”
เสียงทุ้มเข้มที่ดังจนแทบจะลั่นบริเวณลานจอดรถแห่งนี้เรียกสติฉันให้กลับมาเข้าร่างอีกครั้งพร้อมกับฝ่ามือที่โบกไปมาตรงหน้าฉันเพื่อทดสอบว่าฉันยังปกติดีอยู่มั้ย
เจอกันซึ่ง ๆ หน้าครั้งแรกก็สร้างความประทับใจเลยนะยัยเอสก็โชว์เอ๋อไปเลยสิคะ
“ห๊ะ!! คะ!?”
ฉันที่ได้สติแต่ยังไม่เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ตอบออกไปอย่างเลื่อนลอยพร้อมกับมองสำรวจใบหน้าคมอย่างไม่ละสายตา
“ถามว่าเป็นไรป่าว”
ตายห่ามั่วแต่พร่ำเพ้อกับความหล่อของคนตรงหน้าจนไม่มีสติเลย
“อ๋อ มะ ไม่ค่ะไม่เป็นอะไรเลย”
ฉันตอบกลับไปอย่างตะกุกตะกักพร้อมกับเหลือบตาไปมองอีกฝ่ายอีกครั้ง คนตัวสูงตรงหน้าสบตากับฉันนิดหน่อยก่อนจะเบือนหน้าหนีแล้วเดินจากไป
“อืม”
อ่าว พูดจบพี่เขาก็เดินจากไปแต่ไม่เป็นไรแค่นี้ก็ฟินแล้ว
อืดดดด อืดดดดดด!!!
เสียงสั่นของโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋าผ้าใบโตเรียกสติฉันให้กลับเข้าร่างอีกครั้ง บ้าจริง ยัยสุรศักดิ์โทรมาตามอีกรอบแล้ว
ติ๊ด!
“เออ ๆๆๆ กำลังวิ่งไป เพิ่งจอดรถเสร็จ”
ติ๊ด! ไม่รอให้เพื่อนสาวบ่นอีกเป็นครั้งที่สอง ฉันรีบชิงกดตัดสายมันไปซะก่อนเพราะไปถึงเดี๋ยวมันก็จัดชุดใหญ่ให้ฉันอีกรอบอยู่ดี ชิ!
