บทที่ 10 Chapter 10
ร้านป้าสมรอาหารตามสั่ง
ทุกคนอ่านไม่ผิดค่ะ หลังจากที่ฉันชวนพี่คิงไปทานข้าวเย็นแล้วพี่เขาก็ตอบตกลงกลับมา นั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องวุ่นวายที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไปนี้ ...
ใช่แล้วค่ะ สุดท้ายพวกเราทั้งหมด ย้ำนะคะว่าทั้งหมด ก็มาจบลงที่ร้านป้าสมรอาหารตามสั่งหน้ามหาวิทยาลัยแบบงง ๆ ใช่ค่ะ เราทั้งหมด!!! นั่นก็คือฉัน พี่คิงแล้วก็เพื่อน ๆ ของพี่เขาอีกสามคน อย่าได้เพ้อฝันถึงร้านอาหารสวยหรูสุดหรูแมนติกเลยค่ะ หยุดมโนไว้ตรงนั้นเพราะมันไม่ใช่ แล้วก็ไม่ได้ใกล้เคียงเลยสักนิด ฮือออออออออออ
“ไอ้สัสคิง ทำไมมึงต้องลากพวกกูมาด้วยวะ?”
ใช่ค่ะ ทำไมคะ ทำไมต้องลากเพื่อนพี่มาด้วย พี่วินถามในเรื่องที่ฉันเองก็สงสัยด้วยเช่นกันว่านี่มันเรื่องอะไรกัน ฉันแค่อยากจะทานข้าวเย็นกับพี่เขาแค่สองคนทำไมมันถึงมาจบที่ห้าคนได้
“กินข้าวไง”
พี่คิงตอบพี่วินกลับไปแบบมึน ๆ พร้อมกับนั่งทำหน้าตายจ้องหน้าพวกเพื่อน ๆ ของเขานิ่ง ๆ
“ไอ้เหี้ย คือพวกกูรู้ครับแต่ทำไมมึงไม่มากับน้องเขาสองคนไง แล้วมึงดูมันไอ้แซมเลือกร้านโอ้โหวววว ไอ้เวน!!”
ฮือออออ อย่าพูดค่ะพี่วินหนูยังสะเทือนใจไม่หาย แงงงงงงง ฉันทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกกับสถานการณ์ที่กำลังเผชิญ ไม่คิดเลยว่าการที่จะทานข้าวกับคนที่ชอบแค่นี้ทำไมมันถึงได้กลายเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ได้ ร้องไห้เลยได้มั้ยนะ
“แดกได้เหมือนกันมั้ย แดก ๆ ไปเถอะ”
พี่คิงตัดบทพี่วินแบบรำคาญ พร้อมกับปรายตามามองฉันอย่างเอาเรื่องเหมือนกำลังจะโทษว่าที่เขาโดนเพื่อนรุมมันเป็นเพราะว่าฉันวนเขามาทานข้าวนี่แหละ แง่ววว
“เอ่อ เอาไรกันคะ? หนูจะไปสั่งให้”
ฉันต้องรีบห้ามทับก่อนที่จะมีมวยและพี่เขาจะวางมวยกับฉันด้วยค่ะ ก็ดูหน้าพี่คิงซิ พร้อมต่อยมากถ้าพี่วินยังไม่หยุดพูดมาก ฉันพูดออกไปแบบนั้นก่อนจะคว้ากระดาษกับปากกาบนโต๊ะมาถือไว้เพื่อจดเมนูที่ทุกคนกำลังจะสั่ง
“เอาข้าวผัดปูครับ”
พี่แซมหันมาบอกฉันสั้น ๆ แล้วหันไปสนใจโทรศัพท์มือถือในมือของตัวเองต่อ
“ด้วย”
ฉันที่ก้มจดเมนูของพี่แซมเงยหน้ามาเพื่อฟังเมนูของคนอื่นต่อ และได้ยินพี่วินพูดออกมาแค่นั้นฉันเลยขีดฆ่าเลขหนุ่งบนกระดาษเปลี่ยนเป็นเลขสองทันที
“ด้วย”
แต่เมื่อแก้เสร็จพี่ไทเกอร์ก็สั่งตามมาด้วยอีกคน เอิ่มมมมม???? คือพวกเขาจะไม่คิดเองบ้างหรอแต่ก็นั่นแหละได้แต่คิดในใจก่อนจะขีดฆ่าตัวเลขออกอีกครั้งและเลือกที่จะไม่เขียนเลขลงไปรอฟังคำตอบจากคนตัวสูงที่นั่งมองพวกเพื่อน ๆ ของเขาเงียบ ๆ
“พวกมึงแม่งขี้ตาม”
พี่แซมหันไปด่าพี่วินกับพี่ไทเกอร์ทันทีเมื่อได้ยินคำตอบของเพื่อน ๆ ตัวเอง ฉันปล่อยให้พวกพี่เขาตีกันไปแบบนั้นแล้วหันไปมองหน้าคนที่นั่งตรงข้ามอย่างรวดเร็ว
“แล้วพี่คิงเอาไรคะ?”
ฉันเอ่ยถามพี่เขาออกไปเบา ๆ ทำให้ทั้งโต๊ะตกอยู่ในความเงียบทันทีเมื่อเห็นว่าเราสองคนกำลังจะมีบทสนทนาร่วมกัน
“ข้าวผัด”
อือ ... ฉันคาดหวังอะไรอยู่นะ สรุปพวกเขาทั้งสี่คนทานเมนูเดียวกันหมด เปลืองกระดาษกับหมึกปากกาจริง ๆ เลย เห้อ
“โอเคค๊า”
แล้วฉันก็เดินไปสั่งข้าวกับป้าแบบที่ไม่ได้ส่งกระดามที่จดเมนูเพราะมันก็คือเมนูเดียวไม่รู้จะส่งให้มันเปลืองทำไม เพราะทั้งร้านก็มีแค่พวกเรานี่แหละที่มานั่งทานข้าวกัน ก่อนจะเดินกลับมานั่งที่เดิมตรงข้ามพี่คิงอีกเหมือนเดิม เห็นหน้าชัดดีอยากนั่งมองหน้าเขาไปนาน ๆ ><
19.30 น.
หลังจากที่พวกเราทั้งห้าคนทานข้าวกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฉันก็ตัดสินใจขอตัวแยกกลับมาก่อนเพราะพี่ไทเกอร์ชวนฉันไปดื่มที่ร้านพี่แซมและฉันก็ปฏิเสธในทันที แล้วตอนนี้ฉันก็อยู่ที่คอนโดส่วนตัวที่คุณพ่อคุณแม่ซื้อไว้เพื่อนอำนวยความสะดวกเวลาเรียนให้กับฉันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ฉันได้คอนแทคไลน์ของพี่คิงจากพี่วินมาด้วยแหละ ต้องกราบขอบพระคุณอภินันทนาการจากพี่วินด้วย เพราะถ้าพี่วินไม่ให้ฉันก็ไม่รู้จะไปหามันมาจากไหน ว่าแล้วก็ทักหาพี่คิงดีกว่าตอบไม่ตอบก้อีกเรื่องละกัน
Line
S : พี่คิงถึงคอนโดยังคะ?
อึ๋ยยยย ตื่นเต้นอ่ะพี่เขาาจะตอบฉันมั้ยยยยยยย ฉันตัดสินใจกดส่งข้อความทักทายไปแบบนั้นก่อนจะนั่งกัดเล็บรอให้พี่เขาตอบกลับมา
KING PART
ติ๊ง!!
เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์เครื่องหรูในกระเป๋ากางเกงยีนส์ราคาหลักหมื่นของผมดังขึ้นในขณะที่ผมกำลังเดินออกจากลิฟต์สุดหรูของคอนโดที่อาศัยอยู่ ใช่แล้วผมถึงคอนโดแล้วหลังจากที่วันนี้ปฏิเสธที่จะไปดื่มกับพวกมันเพื่อน ๆ เพราะรู้สึกง่วงเกินกว่าจะทำอะไรได้ ผมล้วงไปหยิบโทรศัพท์เจ้าปัญหาออกมาถือไว้แต่ยังไม่ได้เปิดดูแจ้งเตือนจนดินมาถึงหน้าห้องเลยยกมันขึ้นมาเปิดดูแจ้งเตือนพร้อมกับสแกนลายนิวมือเพื่อปลดล็อคประตูคอนโดของตัวเอง
ติ๊ด ๆ
เสียงปลดล็อคประตูสำเร็จแล้ว แต่ผมก็ยังไล่สายตาอ่านข้อความบนหน้าจอแชทถูกส่งมาให้ผม
S : พี่คิงถึงคอนโดยังคะ?
นึกว่าใคร หึ! ไอ้พวกนั้นคงให้ไลน์ของผมกับน้องมันไปแน่ ๆ ตอบดีมั้ยวะ ... หรืออ่านไม่ตอบดี เอาจริง ๆ น้องก็น่ารักแหละ แต่ผมก็ยังไม่พร้อมจะหยุดที่ใครในตอนนี้ แล้วผมก็ยังไม่มั่นใจว่าผมจะไม่ทำน้องมันเสียใจ พูดง่าย ๆ ผมยังไม่ได้สนใจน้องขนาดนั้น มั้ง ...
King.k : อืม
ผมตอบกลับไปแค่นั้น งง ตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงกดพิมพ์ตอบกลับไปแบบนั้นเหมือนกัน ติ๊ง!!
S : แล้วทำไรอยู่คะ?
ตื้อเก่ง - - หึ! ผมกระตุกยิ้มมุมปากนิดหน่อยแบบที่ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมผมถึงมีอาการแบบนี้
King.k : จะอาบน้ำ
ผมกดส่งคำตอบที่พิมพ์ส่งไปให้อีกฝ่าย พร้อมกับเดินตรงไปยังห้องนอนเพื่อถอดเสื้อนักศึกษาออก
ติ๊ง!! น้องแม่งเฝ้าจอหรอวะ วันนี้กูจะได้อาบน้ำมั้ย ผมสบถออกมาในใจกับตัวเองพร้อมกับขมวดคิ้วหมุนเพราะคิดว่าไม่น่าจะจบง่าย ๆ แล้ววันนี้ และดูเหมือนผมจะสร่างเป็นที่เรียบร้อยแล้วเพราะไม่รู้สึกง่วงอีกแล้ว เวนเอ้ย ...
S : อาบน้ำไปไหนอ่ะ
เราจะอาบน้ำไปไหนได้วะ อาบนอนไม่ได้หรอ ผมทำหน้างงกับตัวเองก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไป
King.k : ผับ
เค กูไม่นอนแล้ว ผมตอบกลับไปแบบนั้นแล้วยืนจ้องโทรศัพท์รออีกฝ่ายตอบ เอ้ะ ... แล้วผมจะรอให้น้องตอบทำไมวะ เชี่ย!! กูเนี่ยบ้าแล้วคิดได้แบบนั้นผมก็วางโทรศัพท์ทิ้งไว้แล้วเดินไปอาบน้ำ
