บทที่ 11 Chapter 11

S PART

ฉันคุยกับพี่คิงผ่านไลน์จนคำตอบสุดท้ายของพี่เขา ก็ทำให้ฉันจ้องหน้าจออย่างใช้ความคิด ก่อนจะเลื่อนหน้าห้องแชทหาชื่อไลน์สุรศักดิ์เพื่อที่จะชวนมันไปยังสถานที่ที่พีเขากำลังจะไปอย่างรวดเร็ว จนลืมที่จะตอบกลับพี่เขาไปเลย ก่อนที่จะพุ่งตัวไปอาบน้ำแต่งตัวด้วยความเร็วแสง

S : แกเสร็จยังเนี่ยสุรศักดิ์

ฉันไลน์ไปถามสุรศักดิ์อีกครั้งอย่างรีบร้อนเพราะฉันรอมันมารับแล้วมันก็เกือบจะชั่วโมงนึงแล้วที่มันยังมาไม่ถึง

Susysusy : ออกมาแล้วใกล้ถึงแล้ว รีบหรอยะ

คำตอบของเพื่อนสนิทสาวสองทำให้ฉันหยิบกระเป๋าสะพายขนาดเล็กขึ้นมาถือไว้พร้อมกับหยิบคีย์การ์ดและของจำเป็นยัดใส่ลงไป ก่อนจะเดินลงไปรอมันที่หน้าคอนโดเพื่อที่จะได้ไม่เสียเวลารออีก

S : ก็แกช้าอ่ะ

ฉันตอบมันไปแบบนั้นพร้อมกับเดินออกจากห้องไปด้วย ก็จะไม่ให้วีนได้ยังไงฉันรอมันจะชั่วโมงครึ่งแล้วนะแล้วตอนนี้ก็จะสี่ทุ่มแล้ว ลีลาจริง

Susysusy : เอ้า ฉันก็ต้องแต่งตัวให้สวยซิ จะไปล่าผู้ทั้งที

ค่ะ!!!! ฉันเบ้ปากใหกับคำตอบของเพื่อนสาวสองก่อนจะเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าใบเล็กที่สะพายอยู่

ลงมารอสุรศักดิ์ไม่ถึงห้านาทีมันก็โทรมาว่าใกล้ถึงแล้ว ฉันก็เลยตอบมันไปว่าฉันลงมารอมันที่หน้าคอนโดแล้ว รอไม่นามันก็ขับรถยนต์ลูกรักของมันมาจอดเทียบหน้าประตูทางเข้าคอนโดของฉันอย่างไม่มีความเกรงใจใด ๆ

“แหม๋!! แซ่บนะยะชะนี”

ทันทีที่เปิดประตูขึ้นรถไปนั่งได้สุรศักดิ์มันก็มองสำรวจฉันทั้งตัวก่อนจะเอ่ยทักออกมาแบบนั้น

“ก็นิดนึงป่ะ ไปผับ”

ฉันตอบกลับไปพร้อมกับทำท่าสะบัดผมใส่มัน

“แต่ชุดมึงได้ว่ะ ตุ๊ดชอบ”

มันยังไม่ยอม จับตามเสื้อผ้าของฉันสำรวจไม่หยุดเพราะกระเทยคู่ควรกับผ้าค่ะ

“พูดมากจริงแก รีบไปเถอะอยากเจอพี่คิงแล้ว”

ฉันจับมือมันออกจากเสื้อที่มันยังคงสำรวจอยู่ ก่อนจะสั่งให้มันออกตัวเพราะนี่มันก็ดึกมากแล้ว

“ย๊ะ เพิ่งแยกกับเขาไม่กี่ชั่วโมง แรดจริง ๆ แกเนี่ย”

สุรศักดิ์มันบ่นไปพร้อมกับขับรถไปด้วยเพราะทนแรงเร้าหรือของฉันไม่ไหว

“ก็ฉันชอบเขานี่”

ฉันเถียงมันกลับไปทันที พร้อมกับหยิบโทรศัพท์มาไถฆ่าเวลาระหว่างนั่งรถตามควาเคยชิน

“ค่ะ ๆ ตุ๊ดละเบื่อชะนีใจแตก”

นังตุ๊ดนี่ ชิ! ฉันไม่ได้ใจแตกนะ ก็แค่เจอคนที่ใช่ก็ไม่ควรจะปล่อยไปนี่ ถูกมั้ยล่ะฉันเถียงมันในใจแค่นั้นแหละ ต่อความยาวสาวความยืดกับมันปวดหัวเปล่า ๆ

ผับ Z

“คนเยอะอ่ะแก จะหาเจอมั้ยเนี่ย”

ฉันกับสุรศักดิ์มาถึงแล้ว แต่คนเยอะมากเดินเข้าร้านมาคือผู้คนเบียดเสียดจนแทบจะเดินไม่ได้ แล้วแบบนี้ฉันจะเจอพี่คิงมั้ยเนี่ย

“โอ๊ยอินี่ พี่คิงของแกไม่ได้อยู่นี่ นู่นนน! VIP นู่น”

หืมมม สุรศักดิ์มันพูดพร้อมกับชี้ไปที่ชั้นสามของร้านที่เป็นห้องกระจกที่ฉันจำได้ดีว่ามันคือที่ไหน

“ไปค่ะ ไปล่าผู้กัน”

แล้วมันก็ลากฉันเดินขึ้นไปที่ชั้นสามทันที พอขึ้นมาฉันก็เจอเข้ากับห้องที่คุ้นเคย แต่รอบนี้พวกพี่ ๆ เขากลับนั่งอยู่ที่โซนระเบียงด้านข้างที่เป็นบาร์แบบไพรเวทแทน แล้วที่มันไพรเวทก็อย่างที่เคยบอก ต้องยอมจ่ายถึงจะขึ้นมาข้างบนนี้ได้และใช่ สุรศักดิ์มันยอมจ่ายพร้อมกับกระซิบข้างหูให้ฉันจ่ายคืนมันหลังจากที่ได้พี่คิงมาครอบครอง ...

“อ่าวพี่ ๆ สวัสดีค่ะ บังเอิญจังเลยนะคะ”

มันเข้าไปทักทายพวกพี่เขาทันที แกมันไม่เนียนนนน พี่คิงหันมามองฉัน เอ่อ ... แบบว่าไหนมึงบอกอยู่ห้องไงอีเด็กนี่ แล้วทำไมมาโผล่ที่นี่ได้ ใช่ ... ฉันสัมผัสได้ถึงรังสีน่ากลัวนั่นทันที

“สวัสดีค่ะ”

ฉันทักพวกพี่เขาตามสุรศักดิ์ทันที

“อ่าวน้องซูซี่ น้องเอส มา ๆ นั่ง ๆ”

พี่วินชวนพวกฉันสองคนนั่ง พร้อมกับลุกขึ้นจากเก้าอี้บาร์แล้วเรียกพวกฉันไปนั่งด้วยอย่างเชิญชวน

“เอ่อ ไม่ดีกว่าค่ะ”

ฉันตอบพี่วินกลับไป แต่ ... ใช่ค่ะตัวฉันปลิวไปตามแรงกระชากของนังสุรศักดิ์อย่างแรง

“ไม่ไรล่ะ นั่งค่ะขอบคุณนะคะ ยังไม่มีโต๊ะเลย”

นังตุ๊ดดด!!! เอ๊ะ! แต่ฉันตั้งใจมาหาพี่คิงนี่นา ฉันเตรียมตัวที่จะนั่งลงอย่างว่าง่ายทันทีเมื่อคิดได้ถึงจุดประสงค์ของการมาที่นี่

“นั่งครับนั่ง มา ๆ น้องเอส”

พี่ไทเกอร์พูดพร้อมกับลุกให้ฉันนั่งข้างพี่คิง โอ๊ยยรู้ใจน้อง รักเลยอ่ะ ฉันเปลี่ยนเก้าอี้ที่จะนั่งอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นว่าพี่ไทเกอร์ยกที่นั่งข้างคนตัวสูงนั่นให้ฉัน

“ขอบคุณค่ะ”

ฉันขอบคุณพี่ไทเกอร์แล้วนั่งลงทันที

“แหม แต่งตัวแบบนี้เซ็กซี่ไปอีกแบบนะเนี่ย”

พี่วินหันมาพูดกับฉันพร้อมกับยื่นแก้วที่มีน้ำสีฟ้าที่ประดับตกแต่งด้วยสัปปะรดมาให้

“ขอบคุณค่ะ หนูเขินนะเนี่ย”

ฉันตอบพี่วินกลับไปก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบแก้วทรงสวยนั่นมาไว้ตรงหน้า

“แล้วซูซี่ล่ะ ไม่สวยเซ็กซี่หรอ”

คำพูดของสุรศักดิ์เรียกเสียงหัวเราะจากทุกคนได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียวบรรยากาศเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้งทันที นี่สินะ ... สายปาร์ตี้ที่แท้จริง เก่งมากนังตุ๊ดฉันรักแกกกก

“สวยครับ 555555”

เป็นพี่ไทเกอร์ที่ตอบกลับมาพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะลั่น ก่อนจะหันไปสั่งบาร์เทนเดอร์และแน่นอนงานนี้ฉันสุรศักดิ์กินฟรีค่า พวกพี่ ๆ เขาจะสปอร์ตกันเกิยไปแล้ว

KING PART

ผมปรายตามองการกระทำของทุกคนก่อนจะหันไปมองคนตัวเล็กข้างตัวที่มานั่งข้างกันเพราะพวกเพื่อน ๆ ของผมมันสาระแนจัดแจง แล้วเด็กนี่มาไงวะ ละดูแต่งตัวล่อเสือล่อตะเข้ชิพหาย แล้วแหวกไปถึงไหนต่อไหน ละผมจะหัวร้อนทำไมวะ -*- ผมปรายตามาอย่างสำรวจก่อนจะเบือนหน้าหนีเมื่อคนข้าง ๆ หันมาหาผม

“พี่คิงมานานรึยังคะ”

เธอหันมาถามผมด้วยหน้าตาและท่าทางที่สงสัยมาก ๆ

“สักพัก”

ผมตอบพร้อมกับยกแก้วขึ้นดื่มสายตาจับจ้องไปยังแก้ววอสก้าที่ถืออยู่เงียบ ๆ

“น้องเอสดดื่มอะไรดี เดี๋ยวพี่ชงให้”

ไอ้แซมหันมาถามคนข้าง ๆ ตัวผม ทั้ง ๆ ที่ตรงหน้ามีแก้วค็อกเทลที่ไอ้วินหรือไอ้ไทเกอร์นี่แหละยื่นให้ตอนที่มาถึงผมเองก็ไม่ทันได้มอง

“น้ำเปล่าละกันค่ะ”

มาผับแต่กินน้ำเปล่า แปลกคนแต่ก็ดีแล้วสภาพดูไม่น่าจะคอแข็งได้ต่างกับเพื่อนตัวบึกอีกคนที่มาด้วยกันตอนนี้กลายเป็นคู่หูดวลเหล้ากับไอ้วินไปแล้ว เละเทะแน่คืนนี้

“โหยยย น้องนี่ผับนะครับ น้ำเปล่าไรล่ะ วอสก้ามะ”

สาระแนจริง ๆ ไอ้วินเนี่ย ผมคิดในใจก่อนจะปลายตามองไอ้วินนิดหน่อย

“ไม่เอาดีกว่าค่ะ เดี๋ยวเมา”

กลัวเมาแต่มาร้านเหล้าก็ดูงง ๆ นะผมว่า มาร้านเหล้าเขาไม่ได้ตั้งใจมากินเหล้ากันหรอแล้วถ้าไม่ใช่สายดื่มคนเราจะตั้งหน้าตั้งตามาร้านเหล้าทำไมวะ

“เอาหน่านิดหน่อยเอง”

ยัง ยังคงตื้ออยู่ เสียงไอ้วินพูดแบบนั้นทำให้คนตัวเล็กข้างตัวผมเงยหน้ามองมันนิดหน่อยก่อนจะทำหน้าเกรงใจ ผมว่าอีกนิดเดียวเท่านั้นแหละลักษณะว่าจะได้ดื่มเพราะความเกรงใจ

“ก็ ....”

คนตัวเล็กข้างตัวกำลังจะเอ่ยตอบออกไป แต่ผมชิงพูดออกไปซะก่อน

“น้องมันจะดื่มน้ำเปล่า ก็น้ำเปล่าดิ”

คำพูดของผมเรียกความสนใจจากทุกคนได้เป็นอย่างดี รวมถึงไอ้แซมที่ตอนนี้กำลังยกหูโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหูเพื่อโทรหาใครสักคนด้วยก็หันมามองผมเป็นตาเดียว

“โอ๊ะ!! ราชสีห์ขู่คำรามยาวที่สุดในรอบปีกันเลยทีเดียว”

ไอ้เหี้ยไทเกอร์แม่งกวนตีน มันพูดขึ้นมาท่ามกลางความตกใจของทุกคนที่มีต่อปฏิกริยาของผมที่เกินขึ้นก่อนหน้านี้

“เออ ๆ น้ำเปล่าก็น้ำเปล่าดิ”

ไอ้วินมันตอบผมพร้อมกับหันไปทำหน้าทำตากับไอ้ไทเกอร์ ประมานว่ามึงคิดเหมือนกูมั้ยและการกระทำของพวกมันก็เรียกความโมโหจากผมได้เป็นอย่างดี

ป๊าบบบ!!

“โอ๊ยยย! มึงตบหัวกูทำไมเนี่ยไอ้คิง”

นั่นแหละ ผมตบหัวไอ้วินมือของผมมันไปเองโดยอัตโนมัติเมื่อเห็นสิ่งที่พวกเพื่อนสองคนมันทำ

“...”

ผมเมินคำพูดของมันพร้อมกับยกแก้ววอสก้าขึ้นดื่มนิ่ง ๆ

“เอ้าไอ้สัสนี่ มึงตบกูละทำนิ่งหรอ”

มันพูดแค่นั้นก้หันไปคุยกับพวกน้อง ๆ ต่อ สรุปยัยเด็กนี่ก็นั่งดื่มน้ำเปล่าพร้อมกับจ้องหน้าผม จ้องที่จ้องจริง ๆ อ่ะครับ จ้องแบบถ้าจะจ้องขนาดนี้ลากกูเข้าห้องเถอะครับ - -

“หล่อจัง ~~~”

หึ!! เพ้อไรวะ อยู่ ๆ ก็พูดออกมาผมหันไปมองตามเสียงที่ได้ยินก็เจอกับคนข้าง ๆ ที่นั่งเท้าคางเอียงคอมองผมอยู่พร้อมกับส่งสายตาหวานเยิ้มมาให้

ป๊อก!!

“โอ๊ยยย! พี่คิงดีดหน้าผากหนูทำไม”

คนตัวเล็กโวยวายพร้อมกับเอามือลูบหน้าผากของตัวเองปอย ๆ ผมมองตามมือเล็ก ๆ นั่นก่อนที่จะเห็ยรอยแดงขึ้นที่กลางหน้าผากมน กูดีดแรงไปป่ะวะ?

“เพ้อเจ้อ”

ช่างแม่ง ผมตอบกลับไปห้วน ๆ

“งะ! หนูเพ้อตรงไหน”

ผมไม่ได้ตอบไรกลับไปกับเสียงที่เถียงออกมาแว๊ด ๆ ถ้าเป็นคนอื่นคงโดนผมด่าไปแล้ว แต่ก็นั่นแหละขี้เกียจจะคุยด้วย คิดได้แบบนั้นพร้อมกับยกแก้ววอสก้าขึ้นกระดกจนหมดอีกรอบก่อนจะวางมันลงแล้วดันไปให้บาร์เทนเดอร์หลังเค้าท์เตอร์บาร์ที่นั่งอยู่

“พอได้แล้ว เดี๋ยวก็เมาหรอก”

คนตัวเล็กข้าง ๆ พูดพร้อมกับยึดแก้วเหล้าผมไปก่อนที่จะถึงมือคนชง

“ไม่ต้องไปห้ามมันหรอก มันคอแข็ง”

ไอ้แซมตะโกนบอกทั้ง ๆ ที่ตัวมันนั่งอยู่ที่โต๊ะริมระเบียง เสือกริง ๆ พร้อมกับหันมายักคิ้วให้ผมแสดงให้เห็นว่าพวกมันเห็นทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

“คอแข็ง มาพร้อมกับตับแข็งรึป่าวคะ”

แช่งผมอยู่ป่ะวะ ?? คำพูดของคนข้าง ๆ เรียกเสียงหัวเราะจากทุกคนได้เป็นอย่างดี

“55555555 จี้ว่ะน้อง”

ไอ้วินมันขำพร้อมกับยกนิ้วให้คนตัวเล็กข้างตัวผม เพราะคำพูดที่ดูเหมือนจะแช่งผมเป็นนัยต์ ๆ นั่นแหละที่ถูกใจมัน

“กูกลับละ”

รำคาญพวกแม่งจริง ๆ ผมเลิกสนใจทุกคนพร้อมกับลุกขึ้นจากเก้าอี้บาร์แล้วพูดออกมาลอย ๆ เป็นการบอกลาตามสไตล์ของผมเอง

“อุ๊ย! ดีเลยค่ะพี่คิงซูซี่ฝากนังเอสไปด้วยคน พอดีหนูจะไปล่าผู้แล้ว”

เรื่องเวนไรอีกวะเนี่ย?? ผมตวัดสายตาไปยังเจ้าของเสียทันทีด้วยความขุ่นเคืองพร้อมกับคิ้วที่ขมวดหมุน พาเพื่อนมาแต่ไม่พากลับ เจิรญ

“เออ ไหน ๆ มึงก็จะกลับแล้วอ่ะ แวะไปส่งน้องมันหน่อย ดึกแล้วอันตราย”

เป็นคนดีขึ้นมาเลยนะมึงไอ้วิน ร้อยวันพันปีเห็นดีแต่ทำชั่ว ... ยังไม่ได้ทันจะได้ปฏิเสธอะไรไอ้วินที่เห็นท่าทางของผมก็รีบแทรกมาทันทีอย่างเห็นดีเห็นงาม

“น๊าาาา. ซูซี่นัดผู้ไว้อ่ะ จะให้มันกลับแท๊กซี่คนเดียวก็กลัวจะเป็นไรไป ถือว่าทำบุญทำทานให้กับชะนีไร้ผัวแบบนังเอสมันนะคะพี่คิง”

มันขนาดนั้นเลยหรอวะ การไม่มีผัวมันลำบากขนาดนั้นเลยแล้วกูจะคิดภาพตามทำไมก่อน สติไอ้คิง

“...”

ผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไปแต่หันไปมองหน้าคนตัวเล็กที่ยังนั่งอยู่ที่เดิมพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมามองผมที่ต้องเงยก็เพราะขนาดว่าผมยืนอยู่ส่วนอีกฝ่ายนั่งเก้าอี้บาร์ส่วนสูงก็ยังคงไม่เลยบ่าของผมนี่เตี้ยหรือผมสูงเกินไป

“เอ่อ ถ้าพี่คิงไม่สะดวก ดะ...”

ผมมองอีกฝ่ายนิ่งเกินไปมั้ง คนตรงหน้าเลยพูดออกมาด้วยน้ำเสียงติดจะเกรงใจแต่ก็นั่นแหละผมขี้เกียจจะฟังเลยตัดบททันที

“จะกลับก็ตามมา”

สุดท้ายก็ต้องไปส่งอยู่ดี ดีกว่าต้องรำคาญทนความเร้าหรือของพวกเพื่อนให้หงุดหงิดใจผมตัดรำคาญด้วยการทำตามที่พวกมันต้องการดีกว่า

บทก่อนหน้า
บทถัดไป