บทที่ 12 Chapter 12
S PART
เอ่อ ... บรรยากาศมันช่างน่าอึดอัดเสียจริง ๆ ตอนนี้ตัวฉันเองก็ได้ขึ้นมานั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถให้พี่คิงเรียบร้อยแล้ว หลังจากที่ได้กลับกับเขาเพราะความสามารถของสุรศักดิ์และเพื่อน ๆ ของพี่เขาเอง นี่ถ้าฉันได้คบกับพี่คิงฉันต้องเอาพานพุ่มไปขอบคุณใครบ้างเนี่ย จะบ้าตายเส้นทางความรักของฉันทำไมมันช่างลำบากลำบนอะไรขนาดนี้นะ
แต่ว่านะตอนนี้พี่เขาก็ยังไม่ยอมออกรถฉันหันไปมองการกระทำของเขาที่ตอนนี้กำลังควานหาอะไรก็ไม่รู้ที่เบาะหลัง
“อ่ะ”
พี่เขาพูดพร้อมกับยื่นเสื้อคลุมสีดำตัวใหญ่มาให้ฉันพร้อมกับคิ้วที่ยังขมวดหมุนไม่หยุดก่อนจะปรายตามามองชุดที่ฉันสวมอยู่
“คะ?”
เอามาให้ฉันทำไมอ่ะ ฉันก็พอรู้แหละว่าชุดฉันมันโป๊มากแบบมันโป๊มากเกินกว่าที่ฉันจะใส่ออกไปไหนได้เพราะนี่มันไม่ใช่สไตล์ฉันเลยสักนิด แต่ก็ดูจะได้ผลนะ ><
“...”
ฟึ่บบบ!
พี่เขาไม่ได้ตอบแต่โยนมันไว้บนตักฉันแทน การกระทำของเขาแบบนี้คือหวงหรือดูไม่ได้หุ่นฉันมันไม่ยั่วยวนหรอยิ่งคิดยิ่งเครียด พี่ชายได้โปรดแจ้งให้หนูทราบทีค่ะจะได้รู้ว่าต้องเขินหรืออาย
“ขอบคุณนะคะ ^^”
แต่ก็นั่นแหละฉันก็เอ่ยขอบคุณเขาไป่อนจะหยิบเสื้อมาปิดขาดี ๆ เพราะชุดฉันมันสั้นมากพี่เขาเลยให้เสื้อมาคลุมขาฉันไว้ สุภาพบุรุษเว่อร์ แต่เดี๋ยวนะ พี่เขาเป็นเสือผู้หญิงนี่ทำไมถึงไม่ชอบเห็นมันล่ะแสดงว่าฉันไม่ดึงดูดหรอ แงงงงงงงงง งั้นก็ตัดเรื่องหวงออกไปได้เลยค่ะ อื้อ ... หุ่นฉันมันไม่ยั่วยวนเองแหละ
“อือ”
พี่คิงตอบฉันกลับมาแค่นี้พร้อมกับเหยียบคันเร่งทันที
“พี่คิงมาเที่ยวบ่อยหรอคะ?”
ฉันกลัวว่าบรรยากาศภายในรถจะเงียบเกินไปเลยตัดสินใจเปิดปากถามก่อน เพราะถ้าให้นั่งแบบนี้ต่อไปฉันอกแตกตายแน่ ๆ เชื่อเถอะ
“...”
ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก ... โอเคต่อให้ฉันพูดออกไปไม่ให้เสียบรรยากาศแต่เจ้าของรถกลับไม่ให้ความร่วมมือเลยสักนิด
“เอ่อ ...”
แล้วความเงียบของพี่เขาก็เริ่มทำให้ฉันขยับตัวไปมาอย่างอึดอัด เพราะไม่รู้จะต้องทำตัวยังไงต่อในสถานการณ์แบบนี้ ให้ตายเถอะ ...
“เกือบทุกวัน”
คำตอบห้วน ๆ ตามสไตล์ของพี่เขาก็ยังคงไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศดีขึ้นมาเลย ได้โปรดดดดดอย่าทำให้อึดอัด แต่ก็เพราะพี่เขาเป็นแบบนี้แหละฉันถึงได้ชอบ >< แบดบอย ๆ
“อ่อ ...”
ถ้าพี่จะพูดน้อยแบบนี้แล้วหนูจะขุดอะไรมาพูดอีกละคะคุณพี่ เครียดโว๊ยยยยย ทำไมจีบผู้ชายมันยากแบบนี้เนี่ยฉันนั่งครุ่นคิดกับตัวเองไม่ตกว่าควรชวนพี่เขาคุยอะไรต่อดี
“เธอตามฉันมาหรอ”
หืมมมม พี่คิงถามฉันหรอ????? ฉันหันไปมองคนข้างตัวที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาขับรถแบบเดิมทั้ง ๆ ที่เพิ่งถามคำถามที่ชวนงุนงงออกมา
“คะ??”
ฉันขานรับออกไปอย่างไม่เข้าใจว่าอะไรทำให้เขาคิดแบบนั้น หรือฉันแสดงออกมากเกินไป
“เธอตามฉันมาที่ผับหรอ”
เอาวะเป็นไงเป็นกัน ฉันสูดหายใจเข้าเต็มปอดทันทีเมื่อได้ยินคำถามนั้นซ้ำอีกครั้ง
“จะว่างั้นก็ใช่ค่ะ หนูตามพี่มา”
ฉันตอบคำถามนั้นกลับไปตามตรงก่อนจะเอาฝ่ามือทั้งสองข้างมาประสานกันไว้แน่นบนตัก ที่เป็นแบบนี้เพราะความกดดันจากคำถามที่ถูกส่งมาตรง ๆ แบบนั้น
“ชอบฉัน?”
คนตัวโตหันมาสบตากับฉันนิดหน่อยตอนที่ถามคำถามนั้นออกมา ก่อนจะหันไปมองถนนตรงหน้าอีกรอบ
“หนูแสดงออกไม่มากพอหรอว่าชอบพี่”
คราวนี้เป็นฉันเองที่ตอบคำถามนั้นกลับไปด้วยการย้อนคำถาม ก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทากระจกใสข้างตัวพร้อมกับทั้งรถก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง
“...”
เอ้าอย่าเงียบสิคะพี่ ฉันพูดอะไรผิดไปรึเปล่า
“พี่อย่าเงียบสิ”
สุดท้ายก็เป็นฉันเองที่ทนกับบรรยากาศเงียบ ๆ แบบนี้ไม่ได้จนต้องเปิดปากพูดก่อน
“แล้วจะให้พูดไร”
คนตัวโตข้าง ๆ ที่ทำหน้าที่ขับรถตอบกลับมาแบบนั้นทำเอาฉันทำตัวไม่ถูกกันเลยทีเดียว
“ก็ ... ก็อะไรก็ได้ ถ้าพี่เงียบแล้วหนูจะไปต่อยังไงล่ะ นี่หนูกำลังจีบพี่อยู่นะ”
ฮืออออ แม่ต้องฆ่าฉันแน่ ๆ ถ้ารู้ว่าฉันทำตัวแบบนี้ต่อหน้าผู้ชาย ฮืออออ หนูขอโทษค่ะแม่ แต่หนูจะเอาพี่คิงมาเป็นลูกเขยของแม่ให้ได้
“หึ”
หึ???? ฉันหันไปจ้องคนตัวที่กำลังขับรถอยู่หันทีเมื่อได้ยินเสียงที่หลุดออกมาแบบนั้น
“หึ อะไรอ่ะหนูจริงจังนะพี่คิง”
ฉันยังคงสู้ยิบตา ถึงแม้ว่าคนข้างตัวจะไม่ให้ความร่วมมือสักเท่าไหร่นักแต่ถือว่าวันนี้ทำได้ดีที่บอกเขาไปแบบนั้น
“อืม”
อืมไรเนี่ย - - พี่คิงนะพี่คิงจะพูดให้มากกว่านี้ก็ไม่ได้เลย เห้อออออ
11.40 น.
หลังจากวันนั้นก็ผ่านมาเกือบสองอาทิตย์แล้ว ความสัมพันธ์ของฉันกับพี่คิงน่ะหรอจะเรียกว่าไงดี... เรียกได้ว่าไม่มีคืบหน้าเลยมันก็คงจะไม่ขนาดนั้นอ่ะ แต่ก็ถือว่าพี่เขาคุยกับฉันมากขึ้นกว่าช่วงแรก ๆ เยอะเลย
ไม่คุยไงไหวล่ะฉันเล่นทักไลน์พี่เขาทุกวี่ทุกวันว่างเมื่อไหร่เป็นต้องทักต้องมีบทสนทนาให้เคขาตอบตลอดถึงจะตอบช้าก็เถอะ แล้วก็ยังจะเสนอหน้าไปหาเขาถึงที่คณะวิศวะกรรมศาสตร์แทบทุกวันอีกด้วยแล้วที่ต้องไปก็เพราะเรื่องงานกีฬาสานสัมพันธ์นั่นแหละมันมีเหตุผลที่ดีที่สุดที่จะไปหาพี่เขาได้ยังไงล่ะ มันช่างสมเหตุสมผลมาก ๆ ไม่ได้ตั้งใจไปเลยจริงจริ๊งงงง!!!
และตอนนี้ฉันก็อยู่ที่คณะวิศวะกรรมศาสตร์อีกเช่นเคย ... กลายเป็นว่ามาบ่อยกว่าคณะตัวเองไปแล้วค่ะ เช้าก็มาเย็นก็มาแล้วมาทำไมนะหรอ ก็ฉันนัดพี่คิงไปกินข้าวกลางวันไงจะเรียกว่านัดก็ไม่ได้หรอก อ้อนวอนมากกว่าพี่เขาคงรำคาญเลยตอบตกลงที่จะไปด้วยมากกว่า
“มึงนู่นนน ผัวมึงเดินมานู่นแล้ว”
สุรศักดิ์มันเดินมาสะกิดฉันพร้อมกับจับฉันให้หันไปอีกทางก่อนจะสะกิดให้ดูแก๊งสี่เทพบุตร
“ซูซี่ พูดอะไรอ่ะเอสเสียหายหมดนะ”
แม่ชีของกลุ่มหันไม่แว๊ดมันแทบจะทันทีเมื่อได้ยินสรรพนามที่เอ่ยถึงพี่คิงว่า ‘ผัว’ ของฉัน แต่ว่านะพิงค์คะเอสโอเค เอสรักเขา
“แกดูหน้ามันด้วยยัยพิงค์ ฟินขนาดนี้มันยอมเสียตัวให้พี่เขาตั้งแต่วันแรกที่เจอแล้วจ้าาาา”
นังนี่มันก็พูดเกินไปนังสุรศักดิ์ แต่มันก็แอบมีความจริงอยู่นิดหน่อยแค่นิดหน่อยเท่านั้นแหละ โอ๊ยฉันเพ้อเจ้อไรอยู่เนี่ย ไปหาพี่คิงดีกว่าคิดได้แบบนั้นฉันก็เดินนำทุกคนแล้วพุ่งตัวไปยังกลุ่มหนุ่ม ๆ สุดหล่อทันที
“พี่คิง!!!”
ฉันตะโกนเรียกพี่คิงพร้อมกับวิ่งไปหาด้วยความตื่นเต้น ท่ามกลางสายตาของนักศึกษาที่เรียนคณะนี้แต่พวกเขาน่าจะชินตากับฉันกันไปแล้วเพราะเล่นมาทุกวันเลยนี่แหละ
“จะวิ่งทำไมเดี๋ยวก็ล้มหรอก”
พี่คิงบ่นที่ฉันวิ่งก่อนจะขมวดคิ้วหมุนทันทีพร้อมกับคว้าแขนฉันเอาไว้ เพราะกลัวว่าฉันจะเสียหลักแล้วล้มลงไป
“กิ๊ว ๆๆ เดี๋ยวนี้เพื่อนคิงพัฒนาว่ะพวกเรา”
พี่ไทเกอร์แซวพี่คิง พร้อมกับหันไปหาแนวร่วมแบบพี่วินกับพี่แซมเพราะสถานการณ์แปลก ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ มันไม่ได้แค่สร้างความน่าตกใจให้กับพวกพี่ ๆ เขานะ สำหรับฉันเองมันค่อนข้างน่าตกใจทีเดียวที่พี่เขายอมถึงเนื้อถึงตัวฉันเพียงแค่กลัวว่าฉันจะล้ม ...
“ยังไง ๆ ทำเข้มนักนะมึงอ่ะ”
พี่วินเอากับเขาด้วยก่อนจะหันมาส่องยิ้มอย่างต้องการจะหยอกล้อให้ฉันเขินอาย
“เสือก”
แร๊งงงงง พี่คิงหันไปด่าพี่วินกับพี่ไทเกอร์ และแค่เพียงคำ ๆ คำเดียวทำเอาพวกเพื่อน ๆ ของเขาหยุดแซวพวกเราทั้งคู่ไปทันที
“พี่คิง หิว”
ฉันที่ไม่อยากให้บรรยากาศมันอึมครึมเกินไปเลยเอ่ยปากพูดในสิ่งที่ตัวเองกำลังเป็น ใช่ ... ฉันหิว
