บทที่ 13 Chapter 13

KING PART

“พี่คิง หิว”

ผมหันไปมองตามเสียงเล็ก ๆ นั่น ก่อนจะยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูว่ามันกี่โมงกี่ยามแล้ว ทำไมถึงมาหิวเวลานี้ อ่า ... เกือบเที่ยงแล้ว

“อืม”

ผมตกลงไปกินข้าวกลางวันกับยัยเปี๊ยกนี่ ตั้งแต่เธอเข้ามาวนเวียนแล้วบอกว่าชอบเนี่ยผมก็แทบจะไม่มีเวลาไปสนใจอะไรอีกเลย ก็เล่นตามเช้า กลางวัน เย็น ตอนแรกก็รำคาญแหละ หลัง ๆ มาเริ่มชิน ก็สนุกดีไปอีกแบบชีวิตดูมีเรื่องให้ทำมากกว่าไปกินเหล้ากับไอ้พวกเพื่อนเวนทั้งหลาย แต่นั่นแหละตัวผมเองก็ไม่ได้คิดไว้ว่าเรื่องของผมกับเธอจะไปถึงขั้นไหน ตอนนี้ผมก็ไม่ได้ให้ความหวังอะไรก็ทำตัวปกติแบบที่เคยทำ ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป

“อะไร มึงจะไปไหนกันอ่ะ”

แต่ตอนนี้ผมชักจะรำคาญไอ้พวกนี้แล้วล่ะ ไอ้วินแทรกขึ้นมาตอนที่เห็นว่าผมกำลังจะเดินแยกตัวไปจากพวกมันแบบที่ไม่ได้บอกอะไรล่วงหน้า เอาจริงลืมไปแล้วว่านัดไว้ ... เพราะผมอ่านไลน์แบบไม่ได้ตอบกลับ ขี้เกียจน่ะ ...

“ไปกินข้าวกันค่ะ เอสนัดพี่คิงเอาไว้”

คนตัวเล็กข้างตัวตอบกลับไปพร้อมกับหันไปส่งยิ้มหวานให้พวกเพื่อนของผม ยิ้มเรี่ยราดมาก

“ง่อววว ๆๆๆๆ ร้ายกาจว่ะ”

ง่อวพ่องมึงไอ้สัส ไอ้ไทเกอร์ก็คือไอ้ไทเกอร์วัน ๆ หาแต่เรื่องให้ผมโมโหไม่เว้นวัน

“ไม่เสือกสักวันจะตาย?”

ผมหันไปถามมันอย่างเอาเรื่องก่อนจะจ้องหน้ามันนิ่ง ๆ ก่อนที่มันจะแสดงรีแอคชั่นตอบกลับของมึงคือทำท่าทางเกรงกลัวผมอย่าออกหน้าออกตา ก็คือกวนตีนนั่นแหละพูดง่าย ๆ

“โหยยย แค่นี้ต้องเกรี้ยวกราดทำไมพี่คิงไม่อ่อนโยนกับเกอร์เลย”

ดูเอาเถอะ มันกวนส้นตีนผมขนาดนี้ได้ยังไง ก็เพราะรู้ว่ากับเพื่อนแล้วผมทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากแสดงท่าทางหงุดหงิดใจเท่านั้น

“ไอ้เกอร์กูขนลุก ขอร้องล่ะ”

ไอ้แซมมันคงทนกับความน่ารำคาญของไอ้ไทเกอร์มันไม่ไหวมันเลยแทรกขึ้นมากลางวงด้วยความเหลืออดเหลือทน

“กูไปนะ”

ผมหันไปบอกพวกมันพร้อมกับลากแขนยัยเปี๊ยกนี่ออกมาทันที ปล่อยเพื่อนผมทิ้งไว้กับเพื่อนของคนที่ผมลากมาด้วยอย่างไม่ใยดี เพราะถ้าอยู่ต่อพวกเพื่อนผมมันก็แซวไม่เลิกสักที

“อ่าว เห้ย! ไอ้คิงนั่นมึงจะไปไหน!!”

เสียงไอ้วินตะโกนามหลังมาอย่างต้องการจะแกล้งให้ผมเสียอาการ

“ไอ้คิง ไอ้คิงโว๊ย”

ไอ้เกอร์กับไอ้วินตะโกนตามหลังผมมาไม่หยุด แต่ผมไม่ได้หันกลับไปเพราะรำคาญส่วนยัยเปี๊ยกที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามมานี่ก็เอาแต่โบกมือบ๊ายบายเพื่อนอยู่ได้ ละไหนบอกว่าหิวไง! ผมก้าวขาช้าลงกว่าเดิมเมื่อเห็นว่าคนตัวเตี้ยข้าง ๆ เดินตามไม่ทัน สงสารอยู่หรอก

“พี่คิงเดินช้า ๆ หน่อยขาหนูสั้น”

เฮ้อ ... ผมไม่ได้ตอบอะไรแต่ก็ก้าวให้ช้าลงจากเดิมที่ช้าลงมามากแล้ว ยัยนี่ขายาวกี่เซนกันแน่วะ

“ร้านไหน”

ผมถามหลังจากที่ตอนนี้เราสองคนอยู่บนรถเรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งกดปุ่มสตาร์ทรถที่อยู่ข้าง ๆพวงมาลัยทันที ก่อนจะกดปุ่มเปิดเครื่องปรับอากาศแรงสุดเพราะอากาศข้างนอกร้อนจัดจนทำให้ภายในรถอบอ้าวอย่างหนัก

“ร้านไหนก็ได้ค่ะหนูแล้วแต่พี่เลย”

สรรพนามแทนตัวเองของคนตัวเล็กข้าง ๆ ที่ผมได้ยินกี่ครั้งก็ไม่เคยชินไม่ใช่ว่าไม่เคยได้ยินนะแต่ที่ได้ยินส่วนมากมาจากพวกเด็ก ๆ ที่ร้านไอ้แซมจะพูดเพื่อเอาอกเอาใจแลกเงิน แต่กลับคนนี้คือทุกระโยคแทนตัวเองแบบนี้มาตลอดแปลกดีเหมือนกัน

ขับรถมาได้ไม่นานผมก็จอดที่หน้าร้านอาหารแถวมหาวิทยาลัยนี่แหละไม่ได้ออกมาไกลมากนัก เพราะไปไกลไม่ได้บ่ายผมมีเรียนอีก ไหนจะประชุมที่รออยู่

“ร้านนี้แหละ ถึงแล้ว”

ผมพูดก่อนจะดับเครื่องแล้วหันไปมองคนตัวเล็กข้าง ๆ ที่ตอบกลับผมมาพร้อมกับพยายามจะปลดเข็มขัดนิรภัยออกอยู่พักนึงก่อนจะสำเร็จ

“ค่าาา”

S PART

ตอนนี้ฉันกับพี่คิงเดินเข้ามาภายในร้านอาหารแล้ว พวกนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเดียวกับเราหันมามองฉันกับเขาเป็นตาเดียว แน่สิ ... คนแบบฉันกับพี่เขาไม่น่าจะมาด้วยกันได้เลยจริง ๆ

พนักงาน : รับอะไรดีคะ?

“พี่คิงเอาไรคะ”

ฉันหันไปถามพี่คิงในขณะที่เราเดินมานั่งลงที่โต๊ะที่ว่างอยู่แล้วพนักงานของร้านเดินปรี่เข้ามารับออเดอร์อย่างรวดเร็ว

“สั่งเถอะ”

อ่าว แล้วจะรู้มั้ยล่ะว่าตะกินอะไรเข้าใจยากจริง ๆ ฉันทำหน้างุนงงกับคำตอบของเขา

“งั้นเอาอันนี้ค่ะ อันนี้ อันนี้ แล้วก็อันนี้ด้วยค่ะ”

ฉันสั่งอาหารเสร็จแล้วก็ได้แต่นั่งรออาหารมาเสิร์ฟ พี่คิงก็เอาแต่เล่นเกมส์ เห้ออออ อุตส่าห์ได้ออกมาด้วยกันสองคนแล้วแท้ ๆ ทำไมมันถึงไม่มีอะไรคืบหน้าบ้างเลย

“มากับหนูเบื่อมั้ยคะ?”

โอ๊ยยย ยัยเอสตบปากตัวเองเดี๋ยวนี้ นี่ฉันถามอะไรออกไปเนี่ยพี่คิงเงยหน้าจากจอโทรศัพท์มือถือสีดำของตัวเองแล้วมองหน้าฉัน แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาแล้วก้มลงไปเล่นเกมส์ต่อ เอ้อออ ดี เล่นไปเลย ขอให้แพ้ทุกรอบ ความในใจของฉันพรั่งพรูออกมาอย่างเหลืออดกับการประหยัดถ้อยคำของเขา

พนักงาน : ขออนุญาตเสิร์ฟอาหารค่ะ

รอได้ไม่นานอาหารทั้งหมดก็มาเสิร์ฟเต็มโต๊ะไปหมด

“ขอบคุณค่ะ”

หลังจากพนักงานวางอาหารลงบนโต๊ะเรียบร้อยแล้วฉันก็ถ่ายรูปเก็บไว้ทันที มื้อแรกที่มากันสองคนนี่ ก็ขอนิดนึงซิ ... ที่ระลึกก็ยังดี

“พี่คิง กินข้าวค่ะ”

ฉันพูดออกมาก่อนจะเตียมจานกับช้อซ้อมให้เขาจนเสร็จสรรพ

“...”

แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือความเงียบ ... คือยังไงอ่ะ จังหวะนี้คือต้องทำตัวยังไง

“พี่คิง...”

ฉันตัดสินใจเรียกเขาอีกครั้ง แต่ก็ยังเหมือนเดิมคือคำตอบที่ได้คือเงียบ ... คือนี่เขาจะไม่สนใจอะไรเลยใช่ป่ะเนี่ย - - ในเมื่อพี่เขาไม่ตอบ ฉันเลยตัดสินใจลงมือทานคนเดียวไปเงียบ ๆ มาด้วยกันก็เหมือนไม่ได้มาด้วยกันก็ไม่รู้ว่าจะพาฉันมาทำไม แต่คือฉันก็รู้แหละว่าเขาไม่ได้อยากมาแต่ไม่เห็นต้องทำเมินกันขนาดนี้เลย

ฟึ่บบบ!

ฉันทานจนอิ่มแล้วด้วยความรวดเร็ว ต่อให้ไม่พอใจยังไงท้องฉันก็ต้องอิ่มไม่งั้นจะหงุดหงิดกว่าเดิม ก่อนที่ฉันจะเงยหน้าไปมองคนตัวโตที่นั่งตรงข้ามก็ยังคงเห็นเขานั่งเล่นเกมอยู่เหมือนเดิม ฉันก็เลยตัดสินใจหยิบเงินในกระเป๋าสตางค์ของตัวเองออกมาวางไว้เท่าที่คิดว่าพออ่ะนะน่าจะเกินไปนิดหน่อยแต่ช่างเถอะ ...

หลังจากนั้นฉันก็เดินออกจากร้านมาเลย อยากเล่นก็เล่นไปเลย แล้วแต่เลยยยย ไม่สนแล้ววว งอนนนนนน เออรู้ว่าไม่ง้อหรอก ขอไปตั้งตัวก่อน หึ๋ยยยย!!!

KING PART

ฟึ่บบบ!

?????

อ่าว ... อยู่ดี ๆ คนตัวเล็กตรงข้ามผมก็ลุกออกไปเลย ผมเงยหน้าจากจอโทรศัพท์ที่แสดงหน้าจอเกมที่เพิ่งจะเล่นจบรอบก่อนสายตาจะมองตามแผ่นหลังเล็กที่เดินออกจากร้านไปอย่างรวดเร็ว อะไรวะ??? โกรธอะไรผม ก็ให้มาส่งกินข้าวก็มาละนี่ไง ก็ผมยังไม่หิวแล้วอีกอย่างทีมต้องการผม - -

พอน้องแม่งลุกออกไปผมก็ลุกเดินตามออกไปทันทีแต่ว่าก็ไม่เจอแล้ว ไปไหนวะ ... ?? เออก็คงกลับเองถูกแหละ แล้วผมก็เดินไปที่รถแล้วก่อนจะขับมันกลับไปยังมหาวิทยาลัยทันที ใกล้เวลาเรียนละด้วย

ขับรถมาจอดที่คณะฯตัวเองผมก็ไลน์ไปในกลุ่มเพื่อนเพื่อบอกว่าเจอกันที่คลาสเรียนเลย เพื่อที่ผมจะได้ไม่ต้องเดินไปหาพวกมันอีกวนไปวนมา แต่พอเดินมาถึงห้องก็พบกับพวกแม่งที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะเรียนของใครของมันเรียบร้อยแล้วก่อนที่พวกมันจะเริ่มเสือกทันที

“ไงมึง ไปแดกข้าวกันถึงไหนคร๊าบบบ”

ไอ้วินมันเอ่ยปากถามขึ้นมาทันทีหลังจากที่ผมนั่งลงที่เก้าอี้ประจำที่ชอบนั่งถ้าเรียนคลาสนี้อะนะ แต่ผมก็ยังคงไม่ได้ตอบอะไรมันกลับไปรำคาญพร้อมกับทำหน้านิ่วคิ้วขมวดแบบไม่พอใจกับอะไรทั้งสิ้น

“เอ้าห่า ไปแดกรังแตนไหนมาเนี่ย”

แต่ไอ้วินยังไม่หยุดเสือกเรื่องของผมอยู่ดี มันรีบขยับเก้าอี้ที่มันนั่งอยู่มาใกล้ผมนิดหน่อยก่อนจะจ้องหน้าผมอย่างพิจารณาว่าอาการมึนตึงนี้มันอยู่เลเวลไหน

“กินรังแตนแถวคณะอักษรฯป่ะไอ้คิง”

ไอ้แซมที่เห็นว่ามันเงียบ ๆ แต่มันเสือกไวทุกเรื่องเลยนะเก็บความรู้รอบตัวด้วยความรวดเร็ว

“มึงรู้ไรมาวะ ไหนเล่า ๆ”

ไอ้ไทเกอร์หันไปมองหน้าไอ้แซมอย่างตื่น ๆ เหมือนกับว่ามันเป็นเรื่องน่าสนุกอย่างนั้นแหละกับสิ่งที่ไอ้แซมพูดออก และมันก็ไม่ปล่อยความสงสัยให้อยู่กับมันนานนัก

“มึงสองคนก็ดูในไอจีน้องเอสสิครับ ไอ้ควาย!!”

ไอ้แซมถอนหายใจออกมานิดหน่อย ก่อนจะตอบคำถามของไอ้ไทเกอร์พร้อมกับกรอกตามองบนด้วยความรำคาญโดยที่ไม่ลืมที่จะด่ามันไปเป็นการส่งท้าย

“!!!!!!!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป