บทที่ 14 Chapter 14
KING PART
ผมหันไปมองหน้าไอ้แซมทันทีที่มันพูดจบ ก่อนจะเลิ่กคิ้วเป็นเชิงถามคำถามว่ามันมีอะไรเกิดขึ้นเพราะตอนนี้พวกเพื่อนทั้งสองคนของผมมันไปสุมหัวอยู่ที่โต๊ะไอ้ไทเกอร์กันหมด เหลือเพียงไอ้แซมที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิมไม่ได้สนใจไอ้สองคนนั้นเหมือนกับจะแสดงให้รู้ว่ามันรับรู้หมดแล้ว
“มองกูไม ข้องใจไรพูด”
สัสนี่กวนตีนแล้ว ทำไมผมต้องไปอยากรู้ด้วยล่ะ
“ป่าว”
สุดท้ายผมก็ตัดสินใจปฏิเสธความอยากรู้อยากเห็นนั่นทิ้งไป
“ป่าวห่าไร มึงก็ฟอลน้องเขาอยู่มึงอยากรู้ก็เปิดดูดิ”
เออว่ะ ก็จริงของมันแต่ผมไม่ได้อยากรู้สักหน่อย
“กูไม่ได้อยากรู้”
ผมก็ยังคงเลือกที่จะปฏิเสะมันกลับไปอีกครั้ง ก่อนจะล้วงเอาโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋ากางเองออก
“ไม่อยากรู้ละมึงหยิบโทรศัพท์ออกมาทำไม”
เออว่ะ ผมหยิบโทรศัพท์ออกมาทำไมวะ ... ผมนิ่งไปทันทีพร้อมกับมองโทรศัพท์มือถือในมือับหน้าไอ้แซมสลับกันไปมาด้วยความสับสน
ยัยเด็กคนนั้นทำผมไม่เป็นตัวเองเลยว่ะ จริง ๆ มันก็สักพักนึงแล้วแหละ ที่เรื่องของเธอมันมีอิทธิพลกับผม แต่ผมยังไม่อยากจะยอมรับมันตอนนี้ เพราะผมเองก็ยังไม่แน่ใจกับความรู้สึกของตัวเองมากนัก ...
“เรื่องของกู”
สุดท้ายผมก็ยังคงเลือกที่จะมองความความรู้สึกของตัวเองอีกครั้ง เพื่อปัดรำคาญ...
“ปล่อยแม่งบ้าไปคนเดียวเถอะไอ้แซม ตีป้อมกันมั้ยไอ้เกอร์ อาจารย์ยังไม่มาเลย”
พวกมันเล่นเกมส์กันอีกแล้วผมก็นั่งเงียบ ๆ ของผมไป แล้วมือผมก็ไปกดเข้าแอพอินสตราแกรมหรือที่เรียกกันติดปากว่าไอจี ส่วนมากผมไม่ค่อยได้อัพเดตไรมากหรอกเรียกได้ว่าไม่ได้อัพเดตเลยก็ว่าได้ ทีติดตามอยู่ก็มีไม่กี่คนก็ไอ้พวกนี้ แล้วก็เพื่อน ๆ ไม่กี่คน ที่เพิ่งกดติดตามกลับไปก็มีเด็กนั่นแหละ เลื่อนหน้าไทม์ไลน์อินสตราแกรมลงมาไม่เท่าไหร่ก็เจอรูปที่เธอโพส ....
งอนที่ผมไม่กินข้าวด้วยหรืองอนที่ผมไม่สนใจไม่คุยด้วย แล้วต้องง้อหรอ ต้องง้อป่ะวะ? ก็ไม่ได้เป็นไรกันนี่ แล้วทำไมผมต้องซีเรียสด้วยวะ ผมนั่งทะเลาะตบตีกับตัวเองไม่หยุดไม่รู้ว่าทะเลาะกับตัวเองนานขนาดไหน ...
“ไอ้คิง”
แล้วถ้าง้อนี่ต้องทำไงอ่ะ ?? ผมไม่เคยง้อใครเลยสักครั้งพูดก็พูดเถอะ เคยมีแหนแต่ก็จบกันไปแบบแย่ ๆ เพราะมันแย่ที่ตัวผมเองไม่สามารถเปลี่ยนตัวเองได้
“ไอ้คิง!!”
แต่ถ้าง้อยัยเด็กคนนั้นต้องได้ใจแน่ ๆ - -! แล้วนี่กูเป็นบ้าอะไรก่อน
“ไอ้เหี้ยคิง!!!!”
“ห๊ะ!!”
มึงจะเรียกทำไมเสียงดังวะไอ้วิน ไอ้เวนตกใจหมดผมหันไปมองหน้าไอ้วินเขม็งพร้อมกับแสดงอาการไม่พอใจที่มันเรียกผมเสียงดังแบบนั้น
“กูเรียกตั้งนาน เหม่อเหี้ยไร”
มันด่าผม พร้อมกับทำหน้าทำตาจับผิดสุด ๆ และคำพูดของมันก็ทำเอาผมชะงักไปทันทีนี่ผมเหม่อลอยขนาดนั้นเลยหรอ
“มึงเรียกกูไม?”
ผมทำเป็นเมินคำพูดของมันแล้วย้อนถามกลับไปด้วยเสียงแข็งกระด้างแบบที่ทำเป็นประจำ
“เอ้าเหี้ย จารย์ออกไปแล้ว มึงจะกลับมั้ยหรือมึงจะนั่งเพ้อต่อ?? ว่าไง มึงจะเอาไง!?”
เหี้ยเลิกคลาสแล้วหรอวะ!! ผมหันไปมองรอบตัวอย่างสับสนก่อนจะเห็นพวกเพื่อน ๆ คนอื่น ๆ ทยอยลุกออกจากห้องไปกันเยอะพอสมควร
“กลับดิ จะอยู่ทำห่าไรล่ะ”
ผมบอกมันพร้อมกับลุกขึ้นแล้วเดินออกมา แต่ก่อนที่ผมจะทันได้เดินออกไปไอ้แซมมันก็พูดขึ้นมา
“จะทำไรก็ทำนะ ถ้าหมาคาบไปแดกกูไม่รู้ด้วยนะ”
ผมหยุดชะงักกำประโยคของเพื่อนสนิทแต่ไม่ได้หันไปมองด้านหลัง แต่แค่แปปเดียวเท่านั้นแหละที่ผมชะงักไป ก่อนที่ผมจะเลือกเดินตรงไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
S PART
ตอนนี้ฉันอยู่ที่คอนโดแล้ว พอออกจากร้านมาฉันก็เรียกแท๊กซี่แล้วตรงกลับห้องทันทีโชคดีมากที่เดินออกมาแล้วเจอรถเลย ถ้าไม่งั้นฉันต้องเดินไปจนถึงหน้าปากซอยนู่นค่ะถึงจะเรียกรถได้ น้อยใจหรอใช่ น้อยใจ โว๊ยยยยยย รู้ว่าไม่มีสิทธิแต่มันอดไม่ได้นี่ คือไม่กินแต่คุยกันสักนิดก็ยังดีไม่ใช่ว่าเอาแต่เล่นเกมไม่หยุดเลย ฉันชอบพี่เขามากนะแต่ขอตั้งหลักหน่อยละกันเมื่อกี้เผลอทำนิสัยไม่น่ารักออกไปด้วย (. .*)
ติ๊ง! ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะดังขึ้นฉันเหลือบตาไปมองนิดหน่อย ก็คงจะไม่พ้นพวกเพื่อน ๆ สนิทของฉันนั่นแหละ จะมีใคร ในไลน์ฉันมีเพื่อนอยู่ไม่กี่คนหรอกที่จะติดต่อกันได้อะนะ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือพี่คิง เอ้ะ ... นี่ฉันคิดถึงเขาอีกแล้วหรอ
The angel (3)
15.30 น.
Susysusy : นังเอสสสสสส ดราม่าไรยะชะนี
Pinkkk : เป็นไรแก?
พวกมันคงเห็นรูปในไอจีฉันแล้วแหละถึงทักมา ฉันกดเปิดแชท่อนจะกวาดสายตาอ่านซ้ำไปซ้ำมา เพราะต้องการจะประมวลผลว่าควรจะตอบพวกเพื่อน ๆ ไปยังไงดี
S : เดี๋ยวคอลไป
นั่นแหละให้พิมพ์ตอนนี้ได้พิมพ์ไปน้ำตาตกไปแน่ ๆ สู้โทรไปหาพวกมันเลยดีกว่าจะได้มีคนปลอบ
16.20 น.
Group call ended
Susysusy : อย่าเศร้าไปเลย 555555
S : มันขำตรงไหนยะ ชิ ไม่คุยด้วยแล้ว
Pinkkk : โอ๋น๊าาาา
หลังจากที่ฉันเล่าให้พวกมันฟังเสร็จ นังสุรศักดิ์มันก็ขำฉันยกใหญ่ที่ฉันไปงอนพี่เขาทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เป็นอะไรกัน เออรู้!! แต่ก็อารมณ์ผู้หญิงอ่ะ เข้าใจป่ะ เข้าใจฉันใช่มั้ย หึ๊ยยย!! พอได้คุยกับเพื่อนได้ระบายก็รู้สึกดีขึ้นมาทันที อย่างน้อยก็ไม่ต้องทนเก็บความอัดอั้นเอาไว้คนเดียว
หลังจากเม้าท์กับเพื่อนอย่างเหน็จเหนื่อยฉันก็เกินอาการหิวอีกแล้ว เพราะตอนที่ทานข้าวกับพี่เขาฉันกินไปแค่นิดเดียวแค่พอให้มีอะไรรองท้อง และตอนนี้ฉันก็เดินออกมาหาไรกินแถว ๆ คอนโดนี่แหละ เดินไปเรื่อย ๆ ก่อนจะตัดสินใจว่าจะฝากท้องไว้ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทางในซอยใกล้ ๆ กับคอนโด หลังจากสั่งแล้วฉันก็มานั่งรอที่โต๊ะคนเดียว
ติ๊ง!! เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะเหล็กของร้านก๋วยเตี๋ยวดังขึ้นทำให้ฉันเหลือบตาไปมองมันอย่างสนใจ ใครทักมากันนะเวลานี้
King.k
King.k : เอส
พี่คิง!!! ฉันต้องตาฟาดแน่ ๆ พี่คิงเนี่ยนะจะทักฉันมาก่อน ไม่จริงอ่ะ เรื่องแบบนี้มันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเพราะที่ผ่านมาคือฉันเป็นคนทักหาพี่เขามาตลอด
“โอ๊ยยย!”
เสียงฉันเองแหละ ฉันหยิกตัวเองเจ็บอ่ะ แสดงว่าฉันไม่ได้ฝัน กรี๊ดดดด!!! ฉันกำลังทำบ้าอะไรกลางร้านก๋วยเตี๋ยวเนี่ย จะบ้าตาย เสียงโอดครวญของฉันเรียกทุกสายตาที่อยู่ตรงนี้หันมามองฉันทันทีจนฉันถึงกับต้องส่งยิ้มขอโทษขอโพยกันเลยทีเดียวที่ส่งเสียงดังลั่นขนาดนั้นออกไป
S : คะ?
ฉันตอบพี่คิงกลับไปสั้น ๆ คือไม่ได้จะตอบสั้นคืออะไรนะแต่ยังมู้จะตอบอะไร เพราะพี่เขาทักมาแค่ชื่อฉัน และทันทีที่ส่งไปมันก็ขึ้นว่าอ่านแล้ว อ่านไวมากกกกก ตึกตัก ๆ โอ๊ยยย แกจะตื่นเต้นทำไมฉันได้ยินเสียงหัวจัวเองเต้นรัวมากตอนที่เห็นว่าแชทที่ส่งไปถูกเปิดอ่าน
King.k : อยู่ไหน
S : ร้านก๋วยเตี๋ยวค่ะ
King.k : ที่ไหนล่ะ
S : ก็แถวคอนโด
King.k : เดี๋ยวไปหาที่คอนโด
ห๊ะ!! พี่คิงจะมา มาทำไมวะ??? บทสนทนาของเราทั้งคู่ค่อนข้างจะแปลกไปสักนิดกับสถานการณ์ที่เพิ่งจะเกิดขึ้นในตอนบ่ายที่ผ่านมา
S : คะ?? มาทำไม??
King.k : รีบกิน รีบกลับ เจอกันหน้าคอนโดขับรถก่อน
S : เดี๋ยวพี่
ไม่อ่านไม่ตอบด้วย โอ๊ยยย ฉันรีบกินก๋วยเตี๋ยวทันทีที่ป้าเจ้าของร้านยกเสิร์ฟเป็นการกินก๋วยเตี๋ยวที่เร่งรีบที่สุดแล้วในชีวิด ไม่เคยรู้สึกว่าต้องรีบกินทั้ง ๆ ที่มันร้อนขนาดนี้เลย ทำไมเราต้องฝืนตัวเองขนาดนี้
หลังจากที่ฉันกินเสร็จแล้วก็เดินตรงกลับคอนโดทันทีอย่างคนรีบร้อน ไม่รู้พี่คิงมาถึงรึยัง แต่พี่เขาจะมาหาฉันทำไมล่ะแต่ว่าเลิกคิดเถอะไปถึงเดี๋ยวก็รู้เองแหละ - -
ฉันเดินเตร่มาเรื่อย ๆ จนถึงหน้าคอนโดของตัวเอง ก่อนจะเจอเข้ากับพี่คิงที่กำลังยืนพิงรถมอเตอร์ไซต์บิ๊กไบค์ราคาหลายล้านของพี่เขาอยู่ ถ้าผู้หญิงมาเห็นก็กรี๊ดสลบหมดอ่ะขนาดฉันเห็นบ่อย ๆ ยังใจสั่นอยู่เลยใครจะไปมีแรงต้าน คนอะไรหล่อไม่เผื่อแผ่ หล่อไม่แบ่งปัน - - ฉันเพ้อเจ้ออะไรอยู่เนี่ย ตอนนี้ฉันเดินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าพี่คิงแล้ว เราสองคนมองหน้ากันแต่ไม่มีใครพูดอะไรออกมา ... ฉันก็ยังคงยืนเงียบอยู่แบบนั้นแหละ เหมือนเราสองคนกำลังเล่นสงครามประสาทกันอยู่
5 นาทีผ่านไป …
โอเค ฉันยอมแพ้แล้วทั้ง ๆ ที่เขาเป็นคนทักมาก่อน เป็นคนเสนอตัวมาหา เป็นคนที่บอกมีเรื่องจะคุยแต่กลับมายืนเงียบต่อหน้าฉันเนี่ยนะ จะบ้าตาย ...
“พี่คิงมาที่นี่มีอะไรรึป่าวคะ?”
สุดท้ายก็เป็นฉันเองที่ทนไม่ไหวตัดสินใจเปิดปากก่อนถามพี่เขาออกไป เพราะถ้าฉันไม่ถาม เราสองคนอาจจะยืนมองหน้ากันจนถึงพรุ่งนี้เช้าก็ได้แต่คนบ้าที่ไหนมันจะยืนจนถึงพรุ่งนี้เช้ากันล่ะจะบ้าหรอ ...
“ถ้าไม่มีมาไม่ได้?”
เอ้า เอาจริงถ้าไม่มีแล้วพี่เขาจะมาหาฉันทำไมถูกมั้ย?
“อ่าว พี่จะบอกว่าพี่ขี่รถคันใหญ่นี่มาตั้งไกลเพื่อมายืนมองหน้าหนูแค่นั้นอะนะ...”
นี่ฉันป่าวกวนตีนนะฉันพูดพร้อมกับชี้ไปที่รถสลับกับชี้ตัวเองด้วยความสับสน ก็มีอะไรทำไมไม่พูด ก็รู้ว่าไม่ชอบพูดแต่บางเรื่องถ้าเงียบฉันก็ไม่สามารถไปตรัสรู้ได้หรอกนะว่าเขาคิดอะไรอยู่
“...”
อ่ะเงียบ เงียบมันเข้าไป โอเค ... ถ้าไม่พูดก็จะไม่ทนละนะ ยุงกัดจนจะเป็นไข้เลือดออกอยู่แล้วเนี่ย
“โอเค ถ้าพี่ไม่พูดก็ไม่พูด หนูก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าพี่ต้องการอะไร คิดอะไรอยู่ ถ้าไม่มีอะไรแล้วหนูขอตัวนะคะ”
ฉันพูดจบแล้วหันหลังพร้อมกับเดินออกมา แต่ยังไม่ทันได้เดินไปไหนพี่เขาก็คว้าแขนฉันเอาไว้ซะก่อน จนตัวฉันแทบจะปลิวไปชนกับพี่เขา
หมับ!!!
“อื้อออ!!”
พี่เขากระตุกแขนฉันอีกรอบจนตัวฉันมันหมุนกลับแล้วหันหน้าไปชนกับแผงอกของเขา แต่ฉันยังไม่ทันได้โวยวายอะไรพี่เขาาก็ปิดปากฉันด้วยการกดริมฝีปากของตัวเองลงมาบนริมฝีปากของฉันอย่างแรง เหมือนต้องการจะลงโทษที่ฉันเดินหนีเขาอย่างงั้นแหละ
“อื้มมม!!”
แรงกดหนัก ๆ หายไปจนความรู้สึกเจ็บแปล๊บที่ปากหายไปตอนไหนก็ไม่รู้ แล้วฉันก็ไม่รู้ว่าตัวเองปล่อยให้พี่เขาจูบอยู่นานแค่ไหน รู้ตัวอีกทีมือฉันก็คล้องที่คอของเขาเอาไว้แล้ว ขาฉันหมดแรงไปหมดแล้ว ถ้าพี่คิงไม่เอาแขนของเขามาโอบเอวฉันไว้ ฉันคงได้ทรุดลงไปกองอยู่ที่พื้นแล้วล่ะ
หลังจากที่เขาจูบจนพอใจแล้ว เขาก็ค่อย ๆ ผละริมฝีปากออกไปแต่เรายังกอดกันอยู่ ฮืออออ จูบแรกของฉันเป็นของพี่คิง โอ๊ยยย จะเป็นลม ฉันได้แต่มองพี่เขาก็ไม่รู้จะพูดอะไร อยู่ ๆ ก็โดนจูบ พี่เขาคิดอะไรอยู่กันแน่
“พี่ ...”
ฉันกำลังจะถามว่าเขาจูบฉันทำไม แต่ยังไม่ทันได้ถามพี่เขาก็พูดแทรกขึ้นมาซ่ะก่อน มันเป็นคำที่ฉันไม่คิดว่าจะได้ยินจากปากของเขาเลย ไม่เคยคิดมาก่อนว่าพี่เขาจะเป็นคนพูดมันก่อนแทนที่จะเป็นฉัน
“คบกันมั้ย!?”
