บทที่ 15 Chapter 15
S PART
“คบกันมั้ย!?”
ประโยคสั้น ๆ ประโยคเดียวทำเอาตัวฉันชาไปหมด สมองเหมือนมีแสงไฟกระพริบขึ้นจนมันรู้สึกพร่ามัวไปหมด หัวใจเต้นแรงจนรู้สึกได้แล้วฉันก็คิดว่าพี่เขาก็ได้ยินมันเหมือนกันเพราะเราสองคนแทบจะยืนสิงกันอยู่แล้วไม่มีทางที่เขาจะไม่ได้ยิน
พี่เขาขอคบกับฉัน คบกับฉันเนี่ยนะก็ไหนบอกไม่ชอบไง เขาต้องล้อฉันเล่นแน่ ๆ มันไม่มีทางเป็นไปได้ที่คำนี้จะหลุดออกจากปากของเขาได้
“ว่าไง?”
พี่เขากดดันฉันอีกครั้งทันทีเมื่อเห็นว่าฉันยืนนิ่งไปไม่ตอบคำถามของเขา
“พะ ... พี่ พี่อย่ามาล้อหนูเล่นนะ”
โอ๊ย แกจะตื่นเต้นทำไมเนี่ย ฉันอยากจะยกมือตีปากตัวเองให้รู้แล้วรู้รอดเมื่อเปร่งเสียงตอบกลับไปอย่างตะกุกตะกัก ฉับรับรู้ได้ทันทีว่าหน้าฉันต้องแดงมากแน่ ๆ เลย เพราะไอร้อนที่ปะทุขึ้นมาจนสัมผัสได้
“หน้าพี่เหมือนคนล้อเล่นหรอคะ!?”
ขุ่นพระ!!!! ฉันสัมผัสได้เลยว่าตัวเองตอนนี้กำลังช็อคจนตาค้างพร้อมกับปากที่อ้าเพราะความตกใจกับสรรพนามที่เปลี่ยนไปของเขา แทนตัวเองว่าพี่ แถมยังพูดคะขาอีก ไม่จริงอ่ะ นี่ไม่ใช่พี่คิงแน่ ๆ หรือไม่พี่เขาต้องไปโดนตัวไหนมาแน่ ๆ พอเห็นว่าฉันยืนงงไม่ยอมตอบพี่เขาก็ดึงสติฉันด้วยการถามขึ้นมาอีกครั้ง
“ว่าไงคะ”
ฉันยังคงไม่เชื่อในตัวเขาอยู่ดี ถึงแม้เขาจะถามย้ำขึ้นมาอีกครั้งก็ยังคงไม่เข้าใจอยู่ดีว่าสิ่งที่กำลังเจอมันจริงหรือเปล่า
“พี่ พี่ไม่สบายตรงไหนรึป่าว? ไปหาหมอมั้ยหนูพาไป”
ฉันว่าพี่เขาต้องไม่สบายแน่ ๆ แน่ ๆ เลย ฉันพยายามจะเอามืออังหน้าผากของเขาเพื่อวัดอุณหภูมิแต่ก็ต้องหยุดเอาไว้แค่นั้น เพราะเขาคว้ามือฉันไปจับเอาไว้ซะก่อน
“ไม่พี่สบายดี ตกลงว่าไงคบไม่คบ พี่มีช้อยส์ให้เลือกสองข้อ”
มีตัวเลือกให้เลือกด้วย โอ้ว ฉันเอียงคอมองหน้าเขาด้วยความสงสัยทันทีเมื่อเขาบอกว่ามีตัวเลือกให้ฉันเลือกสองข้อ
“ช้อยส์!??”
ฉันทวนคำของเขาทันที ก่อนจะรอให้เขาพูดมันออกมาอย่างใจจดใจจ่อ
“ใช่! มีให้เลือกว่า จะคบ หรือ ตกลง”
ว๊อททททท!!???? นี่มันมัดมือชกชัด ๆ ฉันทำหน้าอึ้งไปเลยจนเขาถึงกับหลุดขำออกมาในลำคอ หน้าตาฉันต้องตลกมากแน่ ๆ
“แล้วหนูเลือกอะไรได้เนี่ย”
ฉันย้อนถามกลับไปถึงแม้ในใจจะตอบตกลงไปตั้งแต่แรกแล้วก็ตาม ก็ขอเล่นตัวหน่อยสิมันควรจะเป็นสถานการณ์ที่โรแมนติกสิ นี่อะไร ... มัดมือชกแบบที่ฉันเต็มใจอ่ะ โอ้ยยย โรแมนติกก็ได้
“ก็เลือกสิ ว่าไงคะ?”
งื้ออออ พูดคะ ใจน้องงงงงงง ตายอย่างสงบฉันกลั้นยิ้มจนแก้มจะแตกเมื่อได้ยินคำพูดชวนหวานหูนั่นอีกรอบ แงงง
“มัวแต่ยิ้มอยู่นั่นแหละ สรุปเราคบกันแล้วนะ”
เอ้าแบบนี้ก็ได้หรอคะ ฉันได้แต่กระพริบตาปริบ ๆ เมื่ออยู่ ๆ ฉันก็กลายเป็นแฟนของตัวท็อปวิศวะฯ สรุปพี่เขาเป็นคนแบบไหนกันแน่เนี่ย ... ฉันได้แต่ยืนมองหน้าเขาอย่างพิจารณา
“ไปกินข้าวกัน”
เดี๋ยวววว!! ฉันเพิ่งกินมา ยังไม่ทันได้ย่อยเลยย
“หนูกินมาแล้ว”
ฉันตอบกลับไปในทันทีทันใด เพราะถ้าให้กินอีกรอบฉันท้องแตกตายแน่ ๆ
“เชื่อรสน้ำตก แต่เฮียยังไม่ได้กินไปกันป่ะ”
กรี๊ดดดด รสน้ำตกอะไร น่าเกลียดมากผู้ชายคนนี้ เขาตั้งใจพูดให้ฉันอายชัด ๆ แต่ช่างเรื่องนั้นไปก่อนเอาตอนนี้ก่อนไปก็ไปเป็นแฟนละนี่ ดีไม่ต้องเหนื่อยอ่อยแล้ว พี่คิงเป็นฉันค๊าาาาาา ทุกคนได้ยินมั้ยยยยย!!!!
“ฝันไรอยู่ ขึ้นรถดิเห่ย!”
เสียงแข็งกระด้างดังขึ้นอีกครั้งเมื่อคนตัวโตขึ้นคร่อมรถไปแล้ว แต่ฉันยังยืนเพ้ออยู่ที่เดิมไม่ยอมขึ้นรถไปกับเขาสักที
“อุ๊ย!! แหะ ๆ ค่าาาาขึ้นละค่าาา”
ฉันพยายามปีนขึ้นรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ของพี่เขา โอ๊ยยยย! จะสูงไรขนาดนี้เนี่ยขาก็ยิ่งสั้น ๆ อยู่ลำบากแท้ล่ะ สุดท้ายฉันก็ปีนขึ้นมานั่งได้สำเร็จ พอขึ้นมานั่งได้ถึงสัมผัสได้ว่ามันสูงมากพอสมควรปาดเหงื่อกันเลยทีเดียว นั่งก็ลำบาก อันตรายก็อันตราย อึ๊ยยยยยย
“กอดเอวดิ เดี๋ยวก็ร่วงลงไปคอหักตายหรอก”
เอ้าาาา เมื่อกี้ยังพูด คะ ขา อยู่เลย พอเป็นแฟนละดูพูดเข้า มาแช่งฉันไมเนี่ย ไบโพล่ารึไง! ฉันกัดฟันกรอดทันทีแต่ก็ยอมกอดเอวพี่เขาเอาไว้แน่นเพราะกลัวว่าตัวเองจะปลิวหล่นลงไปคอหักตายซะก่อนจะได้ใช้ชีวิตเป็นแฟนพี่เขา
“ค่ะ!”
พอฉันทำตามที่เขาบอกด้วยความรวมเร็ว เขาก็บิดคันเร่งออกไปทันทีจนหน้าฉันหงายไปตามแรงกระชากของรถอย่างแรง กรี๊ดดด จะรีบไปไหนเนี่ยขี่รถเร็วเกินไปแล้ว ฮืออออ พ่อจ๋าแม่จ๋าช่วยลูกด้วยยยย ฉันได้แต่สวดมนต์ภาวนาให้ตัวเองไปถึงที่หมายอย่างปลอดภัย
ในที่สุดช่วงเวลาที่ฉันรอคอยก็มาถึงเมื่อรถมอเตอร์ไซต์คันใหญ่หยุดลงที่หน้าร้านอาหารไม่ไกลจากคอนโดของฉันสักเท่าไหร่ หัวฉันฟูหมดแล้วเนี่ย หึ๊ยยยย ฉันปีนลงจากรถคันใหญ่นี้อยความยากลำบากก่อนจะเอามือลูบผมตัวเองไปด้วย ผมฉันพันกันจนมันยุ่งไปหมดแล้วเนี่ย
“เดี๋ยวคราวหลังซื้อหมวกให้”
โอ้โหหห ฉันควรจะซึ้งมั้ยกับคำพูดนี้ของพี่เขา แต่คือฉันไม่ได้อยากนั่งรถแบบนี้ ไม่ใช่ว่ารังเกียจหรืออะไรนะ ตั้งแต่เกิดมาคือนับครั้งได้เลยที่ฉันนั่งรถสองล้อ พูดตรง ๆ ก็กลัวหล่นนั่นแหละ
“ไม่เอาค่ะ”
ฉันตอบปฏิเสธกลับไปทันทีพร้อมกับทำท่าโบกไม้โบกมือว่าไม่เอาเด็ดขาด ไม่มีทางที่ฉันจะขึ้นรถคันนี้กับพี่คิงอีกแล้ว
“ทำไมอ่ะ?”
คุณพี่ทำไมกล้าถามมมมมมม เป็นหนูหนูไม่ถามแล้วนะคะในเมื่อคุณพี่เป็นคนเปิดประสบการณ์น่ากลัวให้หนูเอง
“ไม่เอา หนูไม่นั่งแล้ว”
ฉันตอบกลับไปตามตรง ยืนยันหนักแน่นว่าไม่นั่งมันอีกเด็ดขาด
“จะไม่นั่งได้ไง”
แงงง น้ำเสียงกดดันมันกลับมาอีกแล้วค่ะทุกคน
“ไม่เอาแล้ว หนูกลัว”
ฉันพูดจบก็เดินเข้ามาในร้านทันทีโดยที่มีพี่เขาเดินตามมา พอได้โต๊ะที่ถูกใจเขาก็จัดการสั่งอาหาร พอสั่งเสร็จก็ไม่ได้พูดอะไรกับฉันอีก ฉันก็ไม่ได้พูดอะไรเพราะตัวฉันเองเริ่มง่วงแล้วเวลาอิ่มมาก ๆ ฉันจะหนังตาหย่อนทันที
ฉันนั่งรอพี่เขาทานข้าวจนเสร็จ หลังจากเช็คบิลแล้วเขาก็ขี่รถคันเดิมมาส่งฉันที่คอนโด ตั้งแต่หน้าร้านตอนที่ไปถึงหลังจากที่บอกว่าฉันกลัวเขาก็ไม่พูดอะไรกับฉันสักคำ จนถึงตอนที่มาส่งฉันหน้าคอนโดนนี่แหละ ฉันพูดไรไม่เข้าหูพี่เขารึป่าวเนี่ย …
“ขอบคุณนะคะที่มาส่ง”
หลังจากลงรถด้วยความทุลักทุเลอีกรอบ ฉันก็เอ่ยปากขอบคุณเขากลับไปอย่างมีมารยาท สภาพฉันตอนนี้ดูไม่จืดเลยทั้งง่วงทั้งหัวเหนียวเพราะผมโดนลมจากการซ้อนรถ
“อืม”
คำตอบที่ได้รับมีเพียงคำสั้น ๆ ที่ลอดออกมาจากใต้หมวกนิรภัยใบใหญ่ที่เขาสวมอยู่ก่อนที่รถคันใหญ่จะพุ่งตัวออกไปด้วยความเร็วอีกเช่นเคย ฉันมองตามไฟสีแดงท้ายรถจนมันหายลับสายตาไปถึงตัดสินใจเดินขึ้นห้อง
