บทที่ 19 Chapter 19

S PART

คอนโด S

ติ๊ด! ฉันกดรับสายสุรศักดิ์ทันที ไม่ปล่อยให้ปลายสายรอนานมากนัก เพราะถ้าปล่อยให้มันรอนานก็จะเป็นฉันเองนี่แหละที่โดนมันบ่นว่าทำไมรับช้าบ้าง ทำไมไม่สนใจโทรสัพท์บ้างแค่คิดก็เหนื่อยจะฟังแล้ว

“ว่าไง”

            ฉันกรอกเสียงไปตามสายทันที เพิ่งจะกลับมาถึงคอนโดไม่นานยังไม่ทันจะได้ทำอะไรเลยนี่มันติดเครื่องติดตามที่ตัวฉันรึเปล่าเนี่ย

            “ชะนีอยู่ไหนยะ”

            คนแบบฉันจะไปไหนได้สุรศักดิ์ที่ถามนี่คิดบ้างรึยัง

            “คอนโดไง มีอะไรพูดมาเลยย๊ะ”

            ฉันตัดบททันทีคืนปล่อยให้มันถามนู่นถามนี่ได้คุยกันทั้งคืนแน่ ๆ

“ตี้กัน”

            ตี้ของมันในที่นี้คงหมายถึงปาร์ตี้ซินะ แอลกอฮอล์ในเส้นเลือดที่กินเข้าไปวันก่อน ๆ มันหายไปหมดรึยัง

“ไม่เอา ฉันไม่ชอบแกก็รู้”

            ฉันปฏิเสธทันทีแบบไม่ต้องคิดนานเลยสถานที่แบบนั้นกับฉันคือห่างกันเท่าไหร่ยิ่งดี แต่ไม่ใช่ว่าไปไม่ได้เลยนะแค่ไม่ชอบมากกว่า

“โอ๊ยแก ไปเป็นเพื่อนหน่อยอิพวกตุ๊ดเพื่อนฉันมันเทกันหมดเลย แกจะปล่อยให้ผู้หญิงสวย ๆ อย่างฉันไปคนเดียวได้ยังไง ถ้าเกิดมีใครมาทำมิดีมิร้ายฉันล่ะ”

            โอ๊ยยยยย ร่ายมาซะยืดยาวเลยนะ แล้วใครมันจะมากล้าทำอะไรคนอย่างแกไม่ทราบคนอื่นสิต้องกลัวแกกล้ามโตขนาดนี้

“ใครเขาจะกล้าทำแก”

            ฉันสวนกลับไปในสิ่งที่ตัวเองคิดทันทีอย่างไม่รอช้า ทำเอาสุรศักดิ์แทบจะปี๊ดแตกกันเลยทีเดียว

            “เอ๊ะ นังนี่ตกลงจะไปไม่ไป”

            เฮ้ออออ!~ สุดท้ายฉันก็ต้องไปกับมันอยู่ดีจะปล่อยมันไปคนเดียวก็สงสาร

“มารับด้วยละกัน”

            สุดท้ายฉันก็ตอบตกลงไปกับมันจนได้ โอ้ยยยยยย ฉันอยากนอนจริง ๆ นะ

            “ดีมากค่ะที่รัก แต่งตัวรอเลยขอแบบแซ่บ ๆ นะย๊ะตุ๊ดไปแต่งหน้าต่อก่อน”

ติ๊ด! มันตัดสายฉันไปอย่างรวดเร็วหลังจากได้รับคำตอบที่ตัวมันเองพึงพอใจมากพอสมควรโดยที่ตัวฉันไม่มีโอกาสได้แทรกอะไรอีก

            โอ๊ยยย ฉันเพิ่งมาถึงห้องเองนะกะจะนอนสักหน่อย นังตุ๊ดนะนังตุ๊ดปกติมันก็ไม่ได้มากดดันหรือจิกเปียให้ฉันไปกับมันหรอกที่มันชวนฉันเพราะอะไรนะหรอ ก็เพราะคนแบบยัยพิงค์ไม่ไปกับมันแน่นอน ป่านนี้หมกตัวอยู่กับกองหนังสือหรือไม่ก็กองงานต่าง ๆ ไปละมั้ง

20.40 น.

ตอนนี้ฉันแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว สุรศักดิ์ก็ไม่โทรมาตามสักทีสรุป คือทำไมมันช้ากว่าฉันที่ไม่ได้อยากไปได้ล่ะ ระหว่างรอมันมารับฉันก็เล่นโทรศัพท์รอมันไปพร่าง ๆ ถ่ายรูปเล่นไปด้วยเพราะวันนี้รู้สึกสวยเป็นพิเศษ จริง ๆ ก็สวยทุกวันนะว่าไปนั่น

ผับ z

“คนเยอะมากวันนี้ ฉันต้องได้ผู้กลับไปแน่นอนค่ะชะนี”

            เสียงสุรศักดิ์ตะโกนพูดกับฉันแข่งกับเสียงเพลงที่ดังลั่นพร้อมกับลากฉันเขาไปภายในร้านเพื่อไปยังตะที่มันจองเอาไว้

            “เอาที่สบายใจจ้า”

            บางทีฉันก็อยากจะแนะนำมันให้ไปตรวจโรคบ้างเป็นห่วง - -! คือไม่ใช่ว่ามันมั่วหรืออะไรนะแต่เป็นห่วงบางทีป้องกันแล้วก็ใช่ว่าจะร้อยเปอร์เซ็น

“ไปค่ะชะนี ฉันจองโต๊ะไว้แล้ว”

            เหมือนคำพูดของฉันจะไม่ได้ทำให้มันฉุกคิดหรือรู้สึกว่าฉันประชดอะไรมันเลย เพราะจิตใจมันจดจ่อกับเสียงเพลงที่ทางร้านเปิด

ตอนนี้ฉันกับมันนั่งอยู่ที่ชั้น 1 โต๊ะตรงกลางเลย คนก็เยอะเบียดก็เบียด ฉันโคตรจะไม่ชอบเลยเสียงเพลงก็ดังจนปวดแก้วหูไปหมด ไปนจะแสงไฟที่มันวิบวับ ๆ น่าเวียนหัวนี่อีก

            “เออชะนีนี่แกบอกผัวแกยังว่ามาเนี่ย?”

            คำพูดของสุรศักดิ์ทำเอาฉันชะงักไปทันที

            “แฟนยะ ไม่ใช่ผัว”

            ก่อนจะตอบอะไรกลับไปฉันก็แก้สรรพนามที่มันเอ่ยถึงพี่คิงซะก่อน

“เออนั่นแหละ บอกยัง”

            สุรศักดิ์ถามย้ำอีกครั้งทำเอาฉันถึงกับนิ่งเงียบไปทันที เพราะคิดตามในสิ่งที่มันพูด

“ต้องบอกด้วยหรอวะ”

            แล้วคำตอบของฉันก็ทำเอามันอ้าปากค้างแล้วกรี๊ดร้องทันที

“ว๊ายยย ตายห่าอิชะนีนี่อย่าบอกนะว่าหนีผัวเที่ยว”

หนีเที่ยว??? ฉันเนี่ยนะหนีเที่ยว??? คือแกเป็นคนลากฉันออกมาไงมันจะเป็นฉันหนีเที่ยวได้ยังไงกันสุรศักดิ์!!!!

KING PART

ตอนนี้พวกผมอยู่ที่ร้านไอ้แซมแล้ว หลังจากที่ผมขับรถไปส่งยัยเปี๊ยกเสร็จผมก็เรียกรถกลับคอนโดทันทีก่อนจะโทรให้คนไปเอารถที่จอดทิ้งไว้ที่มหาวิทยาลัยมาไว้ที่คอนโดให้ ก่อนจะกลับไปเปลี่ยนชุดแล้วออกมาหาพวกเพื่อน ๆ เลย

“เห้ยไอ้คิง”

            น่ารำคาญจริงไอ้เวนนี่ จะใครล่ะไอ้ไทเกอร์ไง ขึ้นมาชั้นสามยังไม่ทันจะได้นั่งก็ได้ยินเสียงมันก่อนเลยกูอยากคุยกับมึงมั้ยคำถาม เห้อ ... ผมพ่นลมหายใจออกมาอย่างแรงก่อนจะปรายตามองหน้าเพื่อนสนิทที่เพิ่งจะเอ่ยปากทักทาย

“ว่า”

            ตอบมันกลับไปสั้น ๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาติดกระจกของห้องวีวีไอพี

“นั่นเมียมึงป่ะ?”

            มันพูดพร้อมกับมองไปที่ชั้น 1 โซนตรงกลางหน้าเวที ทำให้ผมต้องมองตามแล้วก็เจอกับคนตัวเล็กที่ดูคุ้นตากับเพื่อนสาวสองตัวใหญ่ของคนที่ไอ้ไทเกอร์พูดถึงอยู่

            “เหยดดดดด แจ่มว๊าวมาก”

            ผั๊วะ!! มือผมแม่งไปฟาดหัวไปเกอร์เองโดยอัตโนมัติแบบที่ผมก็ไม่รู้ตัวว่าผมพุ่งตัวไปตอนไหน

“โอ๊ย! ไอ้สัสหวงเหี้ยไรกับกู มึงดูตัวผู้ข้างล่างนู่นไป๊”

            มันหันมาด่าผมพร้อมกับลูบหัวตัวเอง ก่อนจะแหกปากออกมาแล้วยกนิ้วยกขึ้นมาแล้วชี้ไปยังพื้นข้างล่าง

“มึงก็ไปแหย่มันไงไอ้ควาย มันไม่กระทืบมึงก็บุญละ”

            มึงพูดถูกแล้วไอ้วิน ผมตวัดสายตาไปมองไอ้ไทเกอร์แบบหมายหัว เอาจริงผมแทบไม่เคยหวงผู้หญิงคนไหนมาก่อน แต่กับคนนี้มันไม่ใช่ มันควบคุมไม่ได้ไม่รู้เป็นบ้าอะไรเหมือนกันแต่ร่างกายมันไปเองอัตโนมัติ

“ไม่ลงไปดูหรอ”

            ไอ้แซมมันถามผมพร้อมกับยื่นแก้ววอสก้าที่มันถือมาให้กับผม ผมรับมาก่อนจะกรอกมันเข้าปากจนหมดแก้ว

“ไม่อ่ะ”

            ปล่อยให้แมวมันร่าเริงไปก่อนเถอะ หลังจากนี้อ่ะไม่แน่เสืออาจจะกินแมว หึ! มาเที่ยวทำไมไม่บอกวะแปลกคนชิพหายเลย ตอนแรกปากก็บอกว่าชอบผมแต่พอเป็นแฟนกันกลับไม่สนใจไรผมเลย คืออะไรวะ??? มีแต่ผมเนี่ยเป็นบ้าอยู่คนเดียว แม่งเอ้ย!!

“อ่าว ๆ ไอ้สัส ยกแบบนั้นเดี๋ยวก็เมาหรอก”

            ไอ้วินมันเห็นผมยกเหล้าดื่มทีเดียวหมดแก้ว ด้วยความเป็นห่วงหรือความเสือกของมันก็ไม่รู้มันเลยแย่งแก้วจากมือผมไป

“เอามากูจะดื่ม”

            ผมพูดพร้อมกับดึงแก้วกลับมาตามเดิม ก่อนจะยกมือเรียกเด็กเสิร์ฟให้ไปเอาเหล้ามาเปิดให้ผม

“แหม ๆ บอกไม่ลงไปแต่ตานี่โฟกัสแต่เขาเลยนะมึงอ่ะ บุญตาของกูจริงจรี๊งงงงงง ที่เห็นไอ้คิงเป็นบ้าเป็นบอเพราะผู้หญิง”

            เคร้ง!! ผมวางแก้วลงแล้วหันไปบอกมองหน้าไอ้วิน ไอ้เวนนี่วอนโดนตีนละมั้ย

“มึงก็ไปกวนตีนมันไอ้วิน”

            เสียงไอ้แซมดังขึ้นเมื่อมันเห็นท่าทีของผม

“กูรู้ว่ามึงก็คิดแบบกูนี่แหละไอ้แซม”

            ไอ้วินส่วนกลับไปพร้อมกับรอยยิ้มล้อเลียนปรากฎขึ้นที่มุมปากของมัน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป