บทที่ 5 Chapter 5

S PART

หลังจากคืนวันนั้นมันก็ก็ผ่านมาเกือบ ๆ สองอาทิตย์แล้ว ฉันเองก็ไม่ได้เจอพี่คิงอีกเลยเหมือนเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนั้นเป็นแค่ความฝัน เพราะเราสองคนแทบไม่มีทางจะมาเจอกันได้เลยฉันถึงได้เอาแต่ส่องไอจีส่องเฟสเขาแต่ก็แทบจะไม่มีอะไรเคลื่อนไหวเลย เพราะเขาเป็นประเภทไม่อัพเดตโซเชี่ยล เหมือนมีแค่เพราะเพื่อน ๆ บอกให้มี ก็นอกจากพวกเพื่อน ๆ ของพี่เขาจะแท๊กสเตตัสหรือรูปภาพมาก็แทบจะไม่มีอะไรอัพเดตเลยทั้งไทม์ไลน์ แล้วช่วงนี้ยิ่งเป็นช่วงรับน้องก็ยิ่งไม่มีอะไรเลยนอกจากตารางกิจกรรมของคณะวิศวะฯ ที่พี่เขากดแชร์เพื่อให้พวกรุ่นน้องหรือเพื่อน ๆ ในคณะที่ติดตามเขาอยู่ได้รับรู้ข่าวสาร ขนาดฉันที่อยู่แค่ปีสองยังแทบจะไม่มีเวลาว่างไปทำอะไรเลยนอกจากเตรียมงานรับน้อง กิจกรรมของนักศึกษาก็เยอะมาก ๆ เหนื่อยจะตายอยู่แล้ววันนี้ตอนเย็นฉันก็ต้องไปช่วยเพื่อน ๆ ดูพวกรุ่นน้องปีหนึ่งอีก

เอสอยากนอนเหลือเกินเจ้าค่ะ แงงงงง!!! ฉันนอนไม่เคยเต็มอิ่มเลยตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา ทั้งเรียนทั้งกิจกรรมเยอะแยะจนแทบไม่มีเวลานอนเลย ฮือออ

“เอส”

“เอส”

ใครมันมาเรียกเนี่ยคนยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่นะ เหนื่อยก็เหนื่อยคิดถึงพี่คิงด้วยชีวิตของเอสมันช่างน่าเศร้าเหลือเกิน ฉันก่นด่าเสียงเรียกในใจด้วยความหงุดหงิด

“อิเอสโว๊ยยยย!!”

เสียงตะโกนเรียกชื่อของฉันดังลั่นทำเอาฉันสะดุ้งโหยงอย่างแรงกับเสียงเรียกที่ดังลั่นแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย จะบ้าตายมันเรียกดี ๆ ไม่ได้เลยรึไง

“ห๊ะ!! อะไรของแกสุรศักดิ์เรียกซะเสียงดังเลย”

เสียงโวยวายที่เกิดขึ้นเมื่อกี้เกิดจากยัยเพื่อนตุ๊ดของฉันเองค่ะ โวยวายอะไรของมันก็ไม่รู้เสียงดังไม่เกรงใจชาวบ้าน

“ก็ฉันเรียกแกตั้งหลายรอบแล้วเนี่ย เพ้อไรอยู่ย๊ะ!! เรียกตั้งนาน”

สุรศักดิ์มันถึงกับเท้าสะเอวพร้อมกับแว๊ด ๆ ใส่ฉันทันทีเมื่อเห็นว่าฉันหันไปวีนใส่มัน

“แหะ ๆ ไม่มีไรหรอก ว่าแต่แกเถอะมีไร”

ฉันตอบเพื่อนรักของตัวเองกลับไปเสียงแห้งเพราะกลัวว่ามันจะจิกเปียฉัน

“อาจารย์เลิกคลาสแล้วย๊ะ เพื่อนเขาไปกันหมดแล้วยัยพิงค์มันไปประชุมกรรมการชั้นปีแล้ว ตอนนี้เหลือแค่แกกับฉันนี่แหละที่ต้องไปดูน้อง ๆ กับคนอื่น ๆ”

อีกแล้วหรอไม่อยากไปเลยดูรุ่นน้องอีกแล้วทำไมรุ่นน้องไม่ดูแลตัวเอง ฉันเชื่อนะว่าพวกรุ่นน้องเองก็ไม่ได้อยากให้พวกฉันไปสนใจอะไรนักหรอก เพราะฉะนั้นเรา ...

“ไม่ไปไม่ได้หรอแก?”

ฉันเอ่ยถามออกไปทั้ง ๆ ที่รู้คำตอบอยู่แล้วว่ามันจะออกมาแบบไหน

“ไม่ได้ อินังนี่ หัดออกสังคมบ้างเถอะแล้วแกเป็นดาวคณะยังไงวันนี้ก็ต้องไป เพราะต้องไปคัดตัวดาวเดือน อ่อ! แล้วก็อีกอย่างนะวันนี้เรานัดกันที่ลานเกียร์วิด’วะจ๊ะ”

OMG! ฉันอ้าปากค้างตาเบิ่กโพรงออกมาทันทีเมื่อได้ยินชื่อสถานที่ที่จะต้องไป

“เอ้าแกทำไมไม่รีบบอกฉันล่ะ เราสายแล้วเนี่ย”

ฉันบ่นยัยสุรศักดิ์ไปทันทีพร้อมกับรีบหยิบทุกอย่างใส่กระเป๋าผ้าใบใหญ่อย่างรวดเร็ว จนสุรศักดิ์อดไม่ได้ที่จะเบะปากใส่ฉัน

“แหม่!!! นังชะนีน้อย ให้มันน้อย ๆ หน่อยเถอะ”

แล้วแกจะรออะไรล่ะะคะ ยังไงวันนี้ก็ต้องเห็นหน้าพี่คิงให้ได้ คิดได้ดังนั้นฉันก็รีบดึงแขนล่ำ ๆ ของสุรศักดิ์ให้เดินมาอย่างรวดเร็ว

ลานเกียร์วิศวะกรรมศาสตร์ 16.40 น.

ฉันกับสุรศักดิ์เดินมาจนถึงตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แล้วคือเราสองคนมาสายสุดเลย เพราะเพื่อน ๆ ในคณะของฉันสั่งเรียกรวมแถวน้องปีหนึ่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีพวกเด็กคณะวิศวกรรมศาสตร์นั่งรวมตัวกันอยู่ด้วย เกิดอะไรขึ้นนะทำไมถึงได้มานั่งรวมกันสองคณะแบบนี้ได้

“แก ๆ ทำไมน้อง ๆ นั่งรวมกันอ่ะ”

ฉันสะกิดแขนสุรศักดิ์พร้อมกับถามออกไปอย่างสงสัยกับปรากฎการณ์รวมตัวของนักศึกษาทั้งสองคณะที่ดูไม่น่าจะมารวมตัวกันได้เลย

“เอ้าแกไม่รู้หรอชะนี”

สุรศักดิ์หันมาพูดกับฉันพร้อมกับทำหน้าเหลือเชื่อที่ฉันไม่รู้เรื่องอะไรกับชาวบ้านเขาบ้างเลย

“อะไรอ่ะ”

ฉันทำหน้างุนงงก่อนจะถามย้ำกับสุรศักดิ์อีกครั้ง แต่มันก็ยังไม่ทันได้ตอบฉันหรอกก็มีเสียงเรียกฉันทั้งสองคนก็แทรกเข้ามา

“เอส ซูซี่ มาแล้วหรอรีบมาตรงนี้เลยน้อง ๆ รออยู่”

เสียงของแหวนเพื่อนร่วมคณะของพวกฉันทั้งสองคนนั่นเอง พร้อมทั้งพ่วงตำแหน่งเป็นประธานรุ่นของชั้นปีที่สองอีกด้วย

“จ้าาาา”

ฉันกับสุรศักดิ์ตอบกลับไปพร้อมเดินไปร่วมวงกับพวกเพื่อน ๆ ที่กำลังทำกิจกรรมร่วมกับรุ่นน้องปีหนึ่งอยู่

“เอสเดี๋ยวเอสมาช่วยคัดดาวกับเดือนคณะเราหน่อยนะ”

ห๊าาาาา!!!

ฉันหันซ้ายหันขวาอย่างเลิ่กลั่กทันทีเพื่อขอความช่วยเหลือจากเพื่อน ๆ คนอื่น ๆ ที่ยืนอยู่บริเวณนี้เมื่อได้ยินประโยคที่ดังออกมาจากปากของแหวน

“เราเนี่ยนะแหวน คือคัดดาวคณะก็เข้าใจอะแหละแต่เดือนเราต้องเป็นคนเลือกด้วยหรอ”

ฉันถามออกไปอย่างสงสัยในเรื่องของการคัดตัวเดือนคณะ ที่จริง ๆ แล้วมันคือหน้าที่ของเดือนปีที่แล้วก็คือบาส เพื่อร่วมคณะของฉันอีกเช่นเคย

“ใช่เพราะไอ้บาสมันไม่มาวันนี้ พวกเราเลยตัดสินใจให้เอสเลือกเองเลย”

บาส คือ เดือนคณะปีเดียวกันกับฉันนี่แหละ บาสชอบหายตัวบ่อยฉันนี่ยังเคยแอบคิดเลยว่าบาสยังเรียนอยู่มั้ย โอ๊ยยยยย เพลีย ช่างบาสไปก่อนตอนนี้ความลำบากลำบนได้ตกมาอยู่ที่ฉันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“แต่เราเลือกไม่เป็นหรอกนะ คนไหนสวยคนไหนหล่อเราดูไม่เป็นนะ ให้ซูซี่เลือกสิ มันทำได้”

ฉันที่พยายามโบ่ยไปทางสุรศักดิ์ทำเอามันหันมาหยิกต้นแขนฉันอย่างแรงแทบจะทันที

“เอ้านังชะนีน้อย”

กรี๊ดด!! ฉันเด้งตัวหนีฝ่ามือของสุรศักดิ์อย่างรวดเร็วก่อนที่จะโดนมันจิกเปีย

“นะแกนะ น๊าาาา”

ฉันที่ขยับมายืนห่างจากสุรศักดิ์เกือบเมตรกำลังอ้อนวอนขอร้องเพื่อนรักของตัวเองอยู่ ท่ามกลางสายตาของเพื่อน ๆ ที่พากันขบขันกับการกระทำของฉันกับเพื่อนสาวสองสุดที่รัก

“เออ ๆ ก็ได้ เดี๋ยวเราช่วยมันเองแหวน”

สุดท้ายสุรศักดิ์ก็ยอมตอบตกลงที่จะช่วยฉัน เพราะตัวของมันเองก็คงไม่มั่นใจในการเลือกของตัวเองสักเท่าไหร่หรอก ตัวมันเองรู้ดีว่าเรื่องแบบนี้ฉันทำออกมาได้แย่ขนาดไหน

“โอเคจ๊ะ ขอบใจมากนะ”

พวกฉันยืนคุมน้อง ๆ กันเฉย ๆ ยังไม่ได้คุยเรื่องที่จะประชุมกันวันนี้ เพราะเห็นเพื่อนบอกยังไม่ครบ พวกรุ่นพี่ของเด็ก ๆ คณะวิศวะฯ ยังมาไม่ครบน่ะสิ ช่วงเวลานี้เลยเป็นช่วงสันทนาการน้อง ๆ ไปโดยปริยาย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป