บทที่ 7 Chapter 7

S PART

ตอนนี้ฉันกลับมาถึงที่คอนโดของตัวเองแล้วหลังจากแยกกับเพื่อน ๆ เหนื่อยเป็นบ้าเลยวันนี้ แล้วตอนนี้ฉันเองก็กำลังนอนคิดเรื่องพี่คิงอยู่ ฉันตามส่องพี่เขามาตั้งนานแต่ก็ไม่เคยกดติดตามหรือกดแอดเพื่อนพี่เขาไปเลย เพราะแอคเคาท์โซเชียลมีเดียของพี่เขาเปิดเป็นสาธารณะ แต่ว่าถ้าเราอยากได้ก็ต้องเดินหน้าใช่มั้ย ใช่!! ถ้าฉันยังแค่ตามส่องเฉย ๆ อยู่แบบนี้ฉันก็ไม่มีวันได้เขามาครอบครองหรอก

ถึงฉันจะไม่เคยมีแฟนมาก่อนแต่ฉันก็พอจะรู้หรอกน่า ว่าการจะจีบใครสักคนมันควรจะต้องทำยังไง อยู่ที่ความใจกล้าหน้าด้านล้วน ๆ เลยค่ะ เอาวะ ด้านได้อายก็อด!!! ถ้าเราชอบใครเราก็ควรเอาตัวไปอยู่ในจุดที่เขาสามารถมองเห็นเราได้ง่าย ๆ สิ ถ้าไม่พาตัวเองไปอยู่ในจุดที่เขามองเห็นมันก็ไม่มีวันที่เขาจะมองเห็นเราได้หรอกนะ

KING PART

ผับ z 21.40 น.

ตอนนี้ผมอยู่ร้านของไอ้แซมก็เหมือนเดิม ๆ มาเพื่อสนองความต้องการของไอ้วินและไอ้ไทเกอร์มัน ส่วนผมมันก็มีบ้างแต่ไม่มั่วเท่าไอ้สองตัวนั่นหรอก ขี้เกียจมีปัญหาตามมาผู้หญิงน่ารำคาญเกินไปบางคนนะ

“เบาหน่อยไอ้เกอร์ เดี๋ยวติดโรคตายหรอกมึง”

ไอ้แซมมันคงทนอุจาดตาไม่ไหวเมื่อเห็นว่าไอ้ไทเกอร์มันแทบจะเอากับผู้หญิงที่แม่งหิ้วมาจากแถวนี้อยู่แล้ว ถ้าจะขนาดนี้แม่งไม่ไปเปิดห้องให้จบ ๆ วะ ไอ้ห่านี่

“นี่มึงแช่งกูรึเปล่าวะ?”

มันเงยหน้าที่ซุกอยู่ตรงหน้าอกขนาดมหึมาที่มันซุกอยู่เพื่อถามไอ้แซมออกไปอย่างเอาเรื่อง

“เออ ไอ้สัสหยุดนัวสาวละสนใจพวกกูก่อน”

ไอ้แซมตอบกลับไปอย่างเอาเรื่องเช่นเดียวกัน และท่าทางจริงจังของมันก็ทำให้ไอ้ไทเกอร์ต้องหยุดความเงี่ยนของมันลงด้วยเช่นกัน เพราะไม่งั้นมันอาจจะไม่มีโอกาสได้ระบายความใครอีกเลยก็เป็นได้

“เออ ๆ มีไรก็ว่ามาครับคุณเพื่อนแซม”

คำถามของไอ้ไทเกอร์เรียกความสนใจจากผมและไอ้วินด้วยเหมือนกัน ผมเงยหน้าขึ้นไปสบตากับไอ้แซมอย่างตั้งคำถามกับสิ่งที่มันกำลังทำอยู่ตอนนี้

“น้องเอสชอบมึงหรอไอ้คิง”

หือ? สรุปเรื่องที่แม่งจะคุยคือเรื่องของผมหรอ ผมเลิ่กคิ้วใส่มันอย่างไม่เข้าใจทันที

“กูว่าใช่” “กูด้วย”

ไอ้เกอร์กับไอ้วินตอบไอ้แซมพร้อมกับหันมาจ้องผมมองทำห่าไร กูจะรู้มั้ยยัยเด็กนั่นจะชอบไม่ชอบกู ผมได้แต่คิดแบบนั้นในใจพร้อมกับเอนตัวไปพิงโซฟาขนาดใหญ่ที่กำลังนั่งอยู่อย่างไม่ยีระ

“แล้วมึงอ่ะไอ้คิง สนใจป่ะ”

แต่ดูเหมือนว่าความสนใจที่มีต่อเรื่องนี้ของไอ้แซมจะยังคงอยู่

“...”

แต่ก็เหมือนเดิมผมไม่ได้ตอบไรพวกมัน แต่นั่งกระดกเหล้าเงียบ ๆ ต่อไปอีกเหมือนเดิม

“มึงคาดหวังคำตอบไรจากมันวะไอ้สัส กว่าจะพูดได้แต่ละคำ กลัวดอกพิกุลจะร่วงออกจากปากมั้งไอ้เวน”

ไอ้วินมันพูดกับไอ้แซม ไม่วายหันมากัดผม ไม่ใช่ว่าผมไม่พูดนะแต่บางทีขี้เกียจพูด แค่ไอ้ไทเกอร์กับไอ้วินพูดกันสองคนก็ปวดหัวจะแย่อยู่ละ นั่งฟังเฉย ๆ ดีกว่า ว่ามั้ยล่ะ

“กูก็ไม่อะไรหรอก แค่อยากบอกไว้ว่าน้องเขาชอบมึง”

กึก! เสียงแก้วเหล้ากระทบกับโต๊ะกระจกกลางที่ตั้งอยู่ด้านข้างตัวทันที พร้อมกับผมที่ชะงักไปนิดหน่อยกับคำพูดของไอ้แซม แต่ก็แค่นิดเดียวเท่านั้นก่อนที่ผมจะหันไปมองทางกระจกบานใหญ่ที่สามารถมองเห็นด้านล่างที่มีผู้คนกำลังโยกย้ายไปตามเสียงเพลงที่ดีเจเปิด พร้อมกับคำถามมากมายที่เกิดขึ้นภายในใจแต่กูไม่อยากจะเอ่ยถามออกไป

 “มึงรู้ได้ไงไอ้แซม”

ไอ้วินมันถามคำถามที่ผมอยากรู้แทนผมแล้ว มึงทำดีมากนะรอบนี้แต่กูก็ไม่ได้อยากได้คำตอบในตอนนี้เหมือนกันครับไอ้เหี้ย

“กูใคร กูแซมครับ”

ไอ้แซมตอบกลับมาพร้อมกับยักไหล่อย่างคนมั่นอกมั่นใจในตัวเอง

“ถุ่ย! ไอ้สัส สรุปมึงรู้ได้ไงเอาดี ๆ”

เยี่ยมมากไอ้ไทเกอร์ มึงสู้ชีวิตมากในการเสือกเรื่องของกู ความเสือกของมึงมีประโยชน์แค่ตอนกูอยากรู้แต่ไม่อยากถามแค่นั้นจริง ๆ

“ถามน้องกูมาไง กูเห็นน้องเอสแม่งมองไอ้คิงขนาดนั้น”

คำตอบของไอ้แซมทำให้ผมนึกไปถึงวันที่เจออีกฝ่ายที่ร้านของมันพร้อมกับลูกพี่ลูกน้องของมันเมื่อหลายอาทิตย์ก่อน

“ขี้เสือกเหมือนกันนะมึง”

ไอ้ไทเกอร์มันด่าไอ้แซมออกไปแบบนั้น แล้วพวกมันก็นั่งกัดกันเหมือนเด็กพวกเหี้ยนี่ไร้สาระชิพหาย

ผมเลือกที่จะไม่สนใจพวกมันแล้วนั่งดื่มไปเงียบ ๆ พร้อมกับสายตาที่มองออกไปนอกบานกระจกใสเพื่อมองผู้คนที่อยู่ท่ามกลางแสงสีและเสียงดนตรี ท่าทีของบางคนบ่งบอกว่ากำลังเมาได้ทีเลย

“กูกลับละ”

ผมดื่มต่อจนหมดแก้วอีกพักนึงก็ตัดสินใจบอกพวกมันว่าจะกลับก่อน ผมบอกพวกมันไปแค่นั้นแล้วลุกเดินออกมาเลย แต่ก็ยังคงได้ยินเสียงพวกมันโวยวายตามมา ขี้เกียจฟัง กลับไปนอนดีกว่า

ติ๊ง!!

ผมเดินมาถึงลานจอดรถที่รถผมจอดอยู่บริเวณหน้าร้านของไอ้แซมเพื่อที่จะขับรถกลับคอนโด แต่ยังไม่ทันจะได้ไปไหนก็ดันมีเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์เครื่องหรูสีดำสนิทของผมซะก่อน ใครวะ? ผมคิดได้แบบนั้นก็ล้วงไปหยิบโทรศัพท์เจ้าปัญหาจากกระเป๋ากางเกงขึ้นมาดู ปลดล็อคหน้าจอแจ้งเตือนไอจีของผมมันก็เด้งขึ้นมาทันที

s.sarunn start following you

แจ้งเตือนที่โชว์หน้าจอทำเอาผมกระตุกยิ้มมุมปากทันที หึ! ผมจ้องหน้าจอที่แสดงแจ้งเตือนนั้นอยู่สักพักใหญ่ ๆ ก่อนที่ผมจะ ...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป