บทที่ 11 เพลิงคลั่งรัก : 10
"เดี๋ยว!"
หันหลังให้เขาได้ยังไม่เต็มตัวดี คนตัวสูงก็เหมือนเดินมายืนอยู่ด้านหลังเพราะฉันรู้สึกเหมือนระยะห่างเรามันใกล้ลง
"เอานี่ไป ไว้ใช้จ่ายที่มหา'ลัย"
เงินจำนวนหนึ่งถูกยื่นมาให้ทั้ง ๆ ที่ฉันยังหันหลังให้เขา
พอเห็นจำนวนแบงค์ที่ค่อนข้างหนากว่าการให้ไปเรียนธรรมดาทำฉันรีบดันมือเขาพร้อมเงินนั้นกลับไป
"นี่มันเยอะไปค่ะ"
ถึงฉันจะเพิ่งมาอยู่ที่ไทยเกือบห้าเดือน แต่ฉันก็รู้จักศึกษาค่าเงินบาทรวมถึงมารยาทต่าง ๆ ที่นอกเหนือจากแม่ที่เป็นคนจีนสอนไว้เป็นอย่างดี
"นี่เรียกเยอะ?"
ใช่สิ ก็เขารวย เงินแบงค์สีเทาแค่ 5-6 ใบ คงเรียกเยอะสำหรับเขาไม่ได้
"ที่นั่นคงไม่ต้องพกเงินเยอะขนาดนี้มั้งคะ"
ฉันยังไม่ยื่นมือไปรับเงินก้อนนั้น ซ้ำยังก้าวถอยหลังเว้นระยะห่างออกมาอีกหนึ่งก้าว
"เอาไป ควักออกมาแล้วขี้เกียจเก็บเข้าที่เดิม"
แบบนี้ก็ได้เหรอ?
แค่เอาเงินเก็บไว้ในกระเป๋าสตางค์เหมือนเดิมมันยากขนาดนั้นเลย
"แต่ว่า..."
พึ่บ!
ยังไม่ทันได้ค้านอะไรออกไปอีกรอบ เงินจำนวนนั้นก็ถูกยัดเข้าที่มือฉันเรียบร้อยแล้ว
"ใช้ให้หมดเลยก็ได้นะ"
นี่เขาประชดฉันอยู่ไหม?
เงินตั้งเยอะแยะจะให้ฉันที่ไปเรียนใช้ให้หมดในเวลาไม่กี่ชั่วโมงใครจะไปทำได้
อีกอย่าง...
คุณค่าของเงิน ไม่มีใครรู้ซึ้งเท่าฉัน ฟางเซียน คนนี้แล้ว
"ไปเถอะ ตอนเที่ยงค่อยเจอกัน"
นี่ถ้าเขารวบฉันเข้าไปกอดจะได้ฟิวเหมือนพ่อส่งลูกไปเรียนเลยนะ
"หนูไปนะคะ"
ยกมือไหว้คนตรงหน้าอีกรอบ ยัดเงินนั้นเข้ากระเป๋าอย่างจำใจ เดินออกมาด้านนอกก็เจอคุณเทชิยืนเปิดประตูรถหรูรอแล้ว
ไม่ว่าจะตบหน้าตัวเองกี่ทีต่อกี่ที เรื่องราวทั้งหมดนี้ก็คือความจริงไม่ใช่ความฝัน
"วันนี้มีนักศึกษาย้ายมาเรียนกลางเทอม ใครใจดีก็ช่วยบอกงานเพื่อนให้ตามเก็บด้วยนะ"
อาจารย์ประจำคลาสแนะนำฉัน ก่อนจะบอกให้หาที่นั่งเองตามสบาย
ด้วยความที่เพิ่งเคยเจอบรรยากาศในห้องเรียนแบบกลิ่นไอผู้ใหญ่แบบนี้ก็รู้สึกเกร็งนิดหน่อย
พอหาที่นั่งได้ก็รู้สึกเหมือนใครสะกิดจากทางขวามือ พอหันไปมองเจอผู้หญิงคนหนึ่งหน้าตาน่ารัก ผมสั้นกำลังดี รับกับกรอบหน้ารูปไข่ของเธอได้เป็นอย่างดี
"หวัดดี พูดไทยได้ไหม"
ทำไมเธอทักฉันแบบนั้นนะ ทั้ง ๆ ที่อาจารย์ไม่ได้บอกด้วยซ้ำว่าฉันมาจากที่ไหน
"สวัสดีค่ะ"
"คนไทยเหรอเนี่ย!"
เหมือนเธอจะตกใจมากที่เห็นฉันพูดไทยฉะฉานแบบนั้น
"เรานึกว่าสาวเกาหลีไรงี้"
ไหงไปทางนั้นได้นะ...
"เราชื่อชล"
เธอยื่นมือมาเหมือนขอจับ
"เราชื่อฟางเซียน"
"ชื่อเหมือนคนจีนเลย"
"อืม"
ฉันไม่ได้เล่าต่อว่าตัวเองมีแม่เป็นคนจีนและพ่อเป็นคนไทย
"มหาลัยเราต้องมีพี่รหัสนะ เดี๋ยวจบคลาสนี้เราพาเธอไปหาพี่รหัสเราก่อน เดี๋ยวให้เขาช่วยจัดการเรื่องนี้ให้"
"..." ได้แต่พยักหน้าหงึก ๆ
ดีจัง มาเรียนวันแรกก็ได้เพื่อนใหม่หนึ่งคนแล้ว
เราใช้เวลาเรียนคลาสแรกจนถึงสิบโมงเช้า ก็เป็นการพักเบรกอิสระประมาณครึ่งชั่วโมงเพื่อเรียนคลาสสุดท้ายของวันนี้
ชลที่เป็นเพื่อนใหม่เธอเลยพาฉันมาหาพี่รหัสของเธอ
"พี่แก้ม"
ผู้หญิงที่ถูกชลเรียกหันมามองก่อนจะทักทายเหมือนสนิทกันมาก
"ยัยแสบมาไงไปไงวันนี้"
ว่าชลสวยแล้ว ผู้หญิงที่ชื่อแก้มก็สวยไม่ต่างกัน แต่ดูมีความเป็นกุลสตรีมากกว่าเพื่อนใหม่ที่ยืนข้าง ๆ ฉันหลายเท่าตัว
"นี่ฟางเซียน เพื่อนใหม่เพิ่งย้ายมาค่ะ"
รีบยกมือไหว้ตามมารยาท
"น่ารักจัง"
"ใช่ม้า!"
"คงไม่ใช่พามาหาพี่เพื่อแนะนำเพื่อนใหม่แค่นี้ใช่ไหม"
ฉันยืนมองชลกับพี่รหัสของเธอคุยกัน พลางเริ่มมองไปรอบบริเวณที่ยืนอยู่ เห็นเหล่านักศึกษาหลายชั้นปีหลากหลายคณะเดินขวักไขว่ไปมา
บ้างก็มองมาทางฉันแล้วซุบซิบอะไรกัน บ้างก็เดินมองแบบชนิดที่ลืมมองทางเดินก็มี
"แฮ่ ๆ รู้ทัน คืองี้นะ พี่แก้มพอจะรู้จักใครที่ยังไม่มีน้องรหัสหรือเปล่า ชลจะหาให้ฟางเซียนน่ะ"
เพราะได้ยินอีกคนเหมือนเรียกชื่อตัวเองเลยหันไปมอง
"ไม่รู้สิ เดี๋ยวพี่ลองสืบ ๆ ให้นะ เข้ากลางคันก็แบบนี้แหละ อาจจะมีหรือไม่มีพี่นหัสจนจบเลยก็ได้"
ตอนแรกเธอคุยกับชล แต่ประโยคท้ายหันมาบอกฉันอย่างเป็นมิตร
"แล้วนี่ไม่มีเรียนเหรอ"
"พวกเราพักเบรกค่ะ"
"งั้นไปร้าค้ากันไหม น้องรหัสมาหาทั้งที่ พี่ต้องเทคแคร์หน่อย"
"เย่! ไปกันฟางเซียน"
ข้อมือฉันถูกคว้าจากชล เธอดึงฉันให้เดินตามพี่คนสวยที่ชื่อแก้ม
ตลอดทางฉันเอาแต่เดินก้มหน้าเพราะไม่อยากสบตากับคนรอบข้างที่เอาแต่มองเหมือนฉันเป็นตัวประหลาด
วี้ดวิ้ว~
เสียงผิวปากดังลอยมาแต่ไกล จากนั้นก็ปรากฏกลุ่มผู้ชาย สูงยาวเข่าดี หน้าตาจัดว่าดีแต่ไม่เท่าลูกน้องคุณเพลิงกัลป์ที่ฉันรู้จัก
"พาสาวสวยที่ไหนมาเอ่ย"
ผู้ชายรูปร่างสูงผิวติดคล้ำนิด ๆ กระโดดมาขวางทางพวกเรา
"ถอยไปเลยอันธพาล"
ขอกลับคำนิดนึง
ตอนแรกบอกว่าพี่แก้มแกเหมือนกุลสตรี แต่ตอนนี้ฉันว่าไม่ใช่แล้วล่ะ เธอดูห้าวนิด ๆ แต่ไม่ถึงกับดีดกะโหลก
"น้องแก้มก็ตอบพี่เอสมาก่อนสิครับ"
ชลที่จับมือฉันอยู่รีบปล่อยทันทีแล้วเดินไปดึงพี่รหัสเธอถอยห่างคนกลุ่มนั้น
"พวกพี่ช่วยมีมารยาทหน่อยสิคะ"
ฉันไม่ค่อยชอบสถานการณ์แบบนี้เลย
"พี่ไม่มีมารยาทตรงไหน เมื่อกี้ก็ถามพวกเราดี ๆ"
ประโยคน่ะดี แต่การกระทำยอดแย่เลยล่ะ
"โอ๊ะโอ... นั่นใครหนอ พี่เอสสุดหล่อไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลย"
คนที่เรียกตัวเองว่าเอส เปลี่ยนเป้าหมายมาทางฉันแทน
"นี่! อย่ามายุ่งกับเพื่อนน้องรหัสฉันนะ"
พี่แก้มรีบเข้ามาขวางไว้ แต่เหมือนอีกคนจะไม่ค่อยกลัวเกรง เขาผลักไหล่เธอจนเกือบเซล้ม
อันธพาลอย่างที่พี่เขาเรียกตอนแรกเลย
