บทที่ 12 เพลิงคลั่งรัก : 11

"เป็นไรไหมพี่"

ชลรับพี่รหัสเธอไว้ทัน ทว่าฉันที่มัวแต่เป็นห่วงคนที่ยื่นมือมาช่วยเลยลืมดูแลตัวเอง

ข้อมือถูกรั้งให้เซไปข้างหน้าจนใบหน้าชนเข้ากับแผงอกเขา

"ปล่อยนะ!"

การกระทำของเขาทำให้ฉันนึกถึงพวกมาเฟียที่ป้าเหยาขายฉันให้พวกมัน

หัวเริ่มมึนตื้อ เปลือกตาเริ่มหนักอึ้ง รู้สึกลมหายใจเริ่มติดขัดจนต้องใช้ปากช่วยหายใจ

"ปะ...ปล่อย"

แม้แต่เสียงยังเหมือนมีแค่ลมพ่นออกไปเลย

หมับ!

"มึงเป็นใครวะ โอ๊ย!"

รู้สึกเหมือนถูกใครอีกคนกระชากร่างเข้าไปกอดไว้

ตามมาด้วยเสียงเหมือนคนโดนรุม เพราะมีเสียงร้องเหมือนเจ็บปวดดังขึ้น

อยากลืมตาขึ้นมองแต่ยิ่งได้ยินเสียงเอะอะโวยวายชกต่อยกันฉันยิ่งหายใจไม่ออก

"พอแล้ว!" เสียงคุ้นหูดังขึ้น

ร่างกายรู้สึกถึงการกอดรัดที่แน่นขึ้นแต่กลับรู้สึกอบอุ่น

"ครับนาย"

คำว่า 'นาย' จากเสียงที่คุ้นหูเช่นกันทำให้ฉันตัดสินใจเงยหน้าขึ้นมอง

สันกรามได้รูป ใบหน้าคมเข้มแววตาเย็นชาแบบนี้มีแค่คนเดียวเท่านั้น

"ค...คุณเพลิงกัลป์"

เขามาได้ไง?

"กลับกันเถอะ"

ยังไม่ทันได้ตอบตกลง ฉันก็ถูกโอบไหล่ให้เดินตามแรงนำพาของเจ้าของอ้อมกอดนั้นไปเสียแล้ว

.

.

:: กฏของเพลิงกัลป์ ::

ฉันถูกคุณเพลิงกัลป์พาขึ้นรถหรูของเขาขับออกมาจากมหาลัย

ไม่รู้ว่าบังเอิญไปหาฉันที่มหา'ลัย แล้วเจอเหตุการณ์นั้นพอดี หรือว่าเขาตั้งใจตามไปตั้งแต่แรก แต่ที่แน่ ๆ คือ ฉันไม่กล้าถามความจริงเขาแน่นอน

"พวกนั้นเป็นใคร"

ความเงียบที่ปกคลุมมานานถูกคนตัวโตผมสีเงินถามขึ้น

"..." ฉันก้มหน้างุด สองมือพันกันไปมาด้วยความกลัวส่วนหนึ่งและไม่รู้ว่าเขาหมายถึงใครอีกส่วนเลยยังไม่ตอบ

"ผู้ชายพวกนั้น"

เขาคงเพิ่งนึกได้ว่าคำถามตัวเองมันดูกว้างไปเลยถามอีกครั้งแบบระบุตัวตน

"หนูไม่รู้ค่ะ แต่พี่แก้มกับชลเรียกพวกเขาว่าอันธพาล"

"ต่อไปฉันคงต้องให้ใครสักคนตามประกบเธอ"

"ไม่ได้นะคะ!"

แย่แล้ว! ทำไมถึงกล้าปฏิเสธเขาเสียงแข็งแบบนั้นนะ

ดูสิ! คุณเพลิงกัลป์คิ้วขมวดแล้ว

"คือ... หนูไม่อยากให้คนอื่นมองหนูแบบเป็นลูกมาเฟียอะไรพวกนั้นค่ะ"

ถ้าเขาให้คนตามประกบฉันจริงขอเลือกนอนอยู่บ้านไม่ต้องออกไปเรียนดีกว่า

"อึดอัด?"

"..." ข้อนี้ถามตรง ฉันเลยพยักหน้าเบา ๆ แต่ยังไม่กล้าสบตาเขา

"นายจะกลับเพนท์เฮาส์เลยไหมครับ" เสียงคุณเทชิถามขึ้น

"ไปห้าง"

แต่คำตอบผู้เป็นนายทำฉันขมวดคิ้วเป็นหนที่เท่าไหร่ไม่รู้

"ฉันเคารพการตัดสินใจของเธอ แต่หลังจากนี้เราต้องมีกฏที่ต้องตกลงกัน"

กฏเหรอ?

คงไม่มีอะไรยากหรอกมั้ง

อย่างฉันจะทำอะไรได้นอกจากตอบตกลง "ค่ะ"

เอาจริง ๆ มาอยู่ที่นี่ได้ห้าเดือน ฉันนับจำนวนครั้งที่ออกมาเดินห้างแบบนี้ได้เลย

นี่เป็นครั้งที่สามในรอบห้าเดือนที่ฉันได้ออกมาเปิดหูเปิดตา

"เอาเครื่องที่แพงที่สุด"

สงสัยไหมว่าเขากำลังทำอะไร

คุณเพลิงกัลป์พาฉันมาร้านโทรศัพท์มือถือ เขาสั่งพนักงานให้หยิบเครื่องที่แพงที่สุดมาให้ฉันเลือก

"ชอบเครื่องไหน"

ฉันเล่นไม่เป็น ไม่รู้ว่าเครื่องไหนดีกว่ากัน เลยจิ้มมั่ว ๆ

"สีม่วง เขาบอกสีของคนอกหัก"

เขาพูดพร้อมกับเปลี่ยนเครื่องเป็นสีขาวแทน

"เอาสีนี้เหมาะกับเธอดี"

เขากำลังจะสื่อว่าสีขาวบริสุทธิ์หรือเปล่า

"ค่ะ"

ก็ไม่น่าให้เลือกแต่แรกก็จบไหม?

"เฮียเพลิง!"

เสียงนี้ค่อนข้างคุ้น พอหันตามทิศทางที่คุณเพลิงกัลป์มองก็เจอกับผู้หญิงคนหนึ่งที่สวยเฉี่ยว แต่งตัวเปรี้ยวจัด ต่างจากตอนที่เจอกันที่โรงพยาบาลอย่างสิ้นเชิง

"วันนี้ไม่ทำงาน"

เขาถามน้องสาวเขาหรือก็คือหมอลิลณาที่เคยรักษาฉัน

"หยุดยาววววว"

เธอลากเสียงก่อนจะสะดุดตอนที่สบตาฉันพอดี

"อ้าว วันนี้ไปเรียนวันแรกไม่ใช่เหรอ"

หมอลิลณาถามขึ้น เธอมองฉันสลับพี่ชายเธอแถมยังเห็นมุมปากที่แย้มขึ้นนิด ๆ เหมือนคิดอะไรอยู่

"เลิกแล้ว"

คนที่ตอบก็เป็นคนที่ยืนข้างฉันนี่แหละ

"แล้วนี่มาทำไรกันอะ เดตเหรอ?"

"ยัยแสบ!"

"อุ๊ย! ปากไวไปหน่อย" เธอยกมือปิดปาก ท่าทางแบบนี้เหมือนแกล้งพี่ชายเธอมากกว่าพูดจริง

แต่ดูอีกคนจะไม่ค่อยมีอารมณ์ขันใด ๆ กับเขาเลยนะ

"ชื่อฟางเซียนใช่ไหม"

"ค่ะ" ฉันพยักหน้า ทว่ายังไม่กล้าสู้สายตาที่มองมาแบบแปลก ๆ ของหทอลิลณา

"นี่ก็ใกล้เที่ยงแล้ว ไปทานข้าวเป็นเพื่อนเจ้หน่อยสิ"

มือบางเรียวจับเข้าที่ข้อมือฉันเบา ๆ พร้อมดึงให้เดินตาม

หมับ!

อีกข้างก็ถูกคว้าไว้ด้วยมือหนาของคนที่มองตาขวางใส่น้องสาวเขาเช่นกัน

"ไม่มีมารยาท ฉันยังทำธุระไม่เสร็จ"

เสียงคุณเพลิงกัลป์ออกไปทางดุอีกคน แต่เหมือนหมอลิลณาจะไม่สะทกสะท้านทั้งสายตาเย็นชาและน้ำเสียงดุ ๆ นั่นของพี่ชายเธอเลยสักนิด

"ฟางเซียนไม่มีเงินจ่ายของพวกนั้นหรอก เฮียจัดการเสร็จค่อยตามพวกเรามาแล้วกัน"

"อ๊ะ!"

ร่างฉันเกือบจะลอยตามแรงกระชากของเธอ แต่ไม่ใช่กระชากให้เจ็บตัวอะไรนะ เธอแค่ดึงฉันให้เดินตามปกติ ผิดที่ฉันมัวแต่เหม่อจนเดินตามไม่ทันเอง

"ตกลงนี่คบกันเหรอ?"

"คะ?"

ไม่เข้าใจความหมายของคำถามนั้นจนคิ้วขมวดยุ่น

"ไม่มีอะไรหรอก"

หรือว่าเมื่อกี้ฉันจะหูแว่วไปเอง?

"อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม"

เราสองคนหยุดยืนอยู่ใจกลางโซนร้านอาหารที่มีให้เลือกหลากหลายร้านหลากหลายสไตล์

"นั่นเป็นไง"

หมอลิลณาชี้ไปยังร้านที่เป็นป้ายชื่อภาษาจีน

ฉันรีบขืนแรงไว้เพราะไม่อยากนึกถึงตัวตนของตัวเอง

"หนูว่ารอคุณเพลิงกัลป์ก่อนดีไหมคะ"

ยื้อเวลาไว้ก่อนฟางเซียน ไม่ใช่ว่ารังเกียจที่จะอยู่กับหมอลิลณาคนสวย แต่ฉันแค่รู้สึกว่าเธอมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ ถึงแม้จะไม่ได้รู้สึกถึงเจตนาไม่ดี แต่เธอกำลังมีลับลมคมนัยอะไรสักอย่างแน่ ๆ

"ห่างกันไม่ได้เลยนะ"

กำลังจะปฏิเสธสิ่งที่เธอว่า แต่อีกคนก็ขำพรืดออกมาทำลายบรรยากาศอึดอัดของฉัน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป