บทที่ 15 เพลิงคลั่งรัก : 14
"ยังอยากเป็นอยู่ไหม มือขวาน่ะ"
แทงใจดำที่สุดก็ประโยคนี้แหละ
เล่นเอาสิ่งที่เขากลัวที่สุดในชีวิตว่าจะถูกไล่ออกมาขู่แบบนี้เลิกล้อแล้วก็ได้
"ผมไปหาน้องฟางเซียนก่อนดีกว่า"
หางคิ้วร่างกำยำสวมชุดสีดำกระตุกกึก ๆ เมื่อได้ยินสรรพนามแสลงหูนั้น
แต่ช่างเถอะ เขารู้นิสัยลูกน้องคนนี้ดีว่าชอบกวนโอ๊ยเขาแค่ไหน ยิ่งต่อความยาวสาวความยืดต่ออีกคนจะลูบหัวเล่นได้
ขายาว ๆ เลยก้าวไปข้างหน้าโดยมีฮาเทชิคอยตามหลังอยู่ไม่ห่าง
"นายชักจะแปลกใหญ่แล้ว"
คล้อยหลังผู้เป็นนาย ทัศน์เทพที่ชอบสังเกตคนบ่นพึมพำกับตัวเอง
ดูอย่างเมื่อเช้าสิ พอบอกว่ามีลูกค้ามาขอพบกลับบอกว่าไม่ว่างติดธุระทั้ง ๆ ที่ไม่มี แถมพอฟางเซียนออกจากบ้านไปแค่ครึ่งชั่วโมง เขากลับสั่งให้เอารถออกแล้วขับไปนั่งเฝ้าสาวน้อยที่มหาลัยจนเจอเหตุการณ์ไม่คาดคิดนั้นขึ้น
จะว่าไปแล้ว ยังไม่ได้ไปจ่ายค่ารักษาให้ไอ้เด็กที่โดนกระทืบจนเข้าโรงพยาบาลนั่นเลยนี่นะ
เมื่อคิดได้จึงรีบควักมือถือขค้นมากดโทร.สั่งลูกน้องต่ออีกทอด
"เดี๋ยวช่วยเคลียร์ค่ารักษาห้อง 309 ให้ที ใช้ชื่อ..."
ทัศน์เทพคิดอยู่ครู่หนึ่งว่าจะใช้ชื่อเจ้านายไปเลยดีไหมแต่กลับนึกอะไรสนุก ๆ ขึ้นมาได้จึงบอกคนปลายสายที่ถือสายรอ
"ใช้ชื่อว่า แด๊ดดี้ฟางเซียน"
ทัศน์เทพวางสายไปแล้ว เขาหัวเราะออกมาเบา ๆ แล้วเดินล้วงกระเป๋าผิวปากอย่างอารมณ์ดี
อยากรู้จัง สถานะ 'แด๊ดดี้' ที่เขาใช้วันนี้ จะมีความหมายแสลงในอนาคตหรือเปล่านะ
[End part]
.
.
.
:: ผู้หญิงของเจ้าบ้าน ::
Kantapol's part
หลังจากผมออกมาจากห้องนั่งเล่นก็ตรงดิ่งมาที่ห้องทำงานที่มีร่างบางของอีกคนรออยู่
"ทำไมช้าจังคะ"
ทันทีที่ผมเข้ามาในห้อง 'เคโกะ' ลูกสาวยากูซาอย่างอิจิโย เคนัตสึ ก็รีบโผเขามากอดผม
พลั่ก!
ผมรีบผลักอ้อมกอดนั้นออกทันที ไม่อยากให้ผู้หญิงคนไหนมาแตะต้องร่างกาย
...อีกแล้ว
"อ๊ะ! เย็นชาจังนะคะ ห่างกันแค่ครึ่งปีเอง"
จริง ๆ ถ้าเป็นคนอื่น ไม่ได้เจอหน้ากันนานขนาดนั้นก็ต้องหมางเมินเย็นชาใส่ไม่ต่างจากผมอยู่แล้ว
"รีบคุยธุระดีกว่า"
ผมเดินมานั่งบนเก้าอี้บุนวมตัวเขื่องที่มีพนักพิงหลังสูงเลยศีรษะ วางมือข้างหนึ่งลงบนที่พักแขนแสนนุ่มนิ่ม
ก่อนจะหยิบซิกก้าของดีขึ้นมาจุดสูบ
ปกติมุมนี้ผมไม่เคยปิดบังใคร ยกเว้นคนเดียวที่เธอยังไม่เคยเห็น
อืม... ทำไมต้องคิดถึงเนื้อกายหอม ๆ นั่นขึ้นมาอีกแล้วนะ
บอกเลยว่าเมื่อกี้ตอนที่ผมช่วยบันทึกเบอร์ตัวเองให้ฟางเซียน กลิ่นกายเธอฟุ้งมาก มันหอมยั่วจนผมแทบจะเก็บอาการไว้ไม่อยู่ แต่ยังดีที่ความอดทนผมสูงจึงผ่านมันมาได้
แต่พอมานั่งนึกอยู่ตอนนี้ ไอ้ที่ซ่อนอยู่ในกางเกงกลับเริ่มควบคุมไม่ได้นี่สิ
บ้าฉิบหาย!
"เพลิงหน้าแดง?"
เสียงเคโกะทำให้ผมหลุดออกจากภวังที่นึกถึงกลิ่นเย้ายวนนั้น
"ครั้งนี้หายไปนาน จะส่งเข้าหรือรับไป"
ผมเมินคำถามของเธอที่เหมือนแปลกใจในสิ่งที่เพิ่งเห็น
"เพลิงไม่สบายหรือเปล่าคะ"
เสียงพูดไทยของเธอยังฟังแปล่ง ๆ อยู่ แต่ก็ชัดเกินครึ่ง
"ฉันสบายดี"
เหมือนอีกคนยังไม่เชื่อ แต่เพราะรู้นิสัยผมดีเธอเลยปล่อยวางไม่ถามต่อ
"ชิจิ1ต้องการอาวุธครบมือ ขอแบบรุ่นเก่า ๆ เพราะที่นั่นให้ราคาสูง"
"แล้วทำไมนัตสึซังไม่มาคุยด้วยตัวเอง"
ปกติถ้าเป็นของลอตใหญ่พ่อของเธอจะเป็นคนจัดการเองตลอด หรือถ้ามาก็จะมาคู่กันไม่ใช่ส่งลูกสาวมาคนเดียวแบบนี้
"ชิจิไม่สบาย"
คนแข็งแรงอย่างยากูซ่าที่คลุมทุกย่านของคิวชูไม่สบาย ฟังยังไงก็ไม่ขึ้น
"งั้นคงต้องใช้เวลารวบรวมหน่อย ยิ่งของเก่ายิ่งนาน"
ผมส่งสายตาให้เทชิจดรายการทั้งหมดที่เคโกะยื่นมาให้
หมับ!
"ชิจิสั่งไว้ กระดาษแผ่นนี้ต้องให้ถึงมือเพลิงคนเดียว"
ผมจิ๊ปากไม่พอใจเล็กน้อย ยื่นมือไปหยิบกระดาษที่เธอยื่นให้ตรงหน้า แต่อีกคนกลับตุกติก พอผมจะหยิบ เธอกลับดึงกระดาษคืน
"เคโกะอยากให้แบบเป็นการส่วนตัวมากกว่าค่ะ"
ร่างระหงค่อย ๆ ยืนเต็มความสูง รองเท้าบูทสีดำหุ้มครึ่งแข้งกระทบกับพื้นจนเกิดเสียงดังตามจังหวะการเดินของเธอ
ตุบ...
เธอทิ้งตัวนั่งลงบนตักผมก่อนจะใช้สองมือโอบกอดรอบคอผมไว้
มือเรียวใช้เกลี่ยตามกรอบหน้าผมราวคนึงหาใบหน้านี้
"เคโกะคิดถึงลีลาแสนเร่าร้อนของเพลิงมากเลยนะคะ"
ริมฝีปากบางได้รูปกระซิบข้างใบหูผม เสียงเธอเซ๊กซี่ เย้ายวนจนผม...
พลั่ก!
"โอ๊ย!"
ร่างบางกระเด็นออกจากตักผมอย่างไม่รีรอให้เธอมาจับต้องร่างกายผมไปมากกว่านี้อีก
"เพลิง!"
ดวงตาเธอวาวโรจน์บ่งบอกว่าทั้งโกรธและเสียหน้าที่ถูกผมผลักไสต่อหน้าลูกน้องผมและลูกน้องเธอเอง
"อย่ารุ่มร่ามกับฉันอีก" ผมสั่งเธอเสียงเรียบเย็น จนอีกคนเบิกตากว้างราวไม่เชื่อหู
"นี่เพลิงกำลังโกรธที่เคโกะไม่มาหานานใช่ไหมคะ"
เธอยังปั้นหน้าและพูดเข้าข้างตัวเองต่อ
"ฉันไม่ได้โกรธ" ผมตอบพร้อมสบตาเธอ
"แต่ฉันไม่อยากให้ใครแตะต้องร่างกายนี้อีกแล้ว"
ผมเห็นสองมือแน่งน้อยของเธอกำหมัดแน่น ทว่าใบหน้าสวยยังคงมีรอยยิ้มผุดอยู่
"เพลิงโกรธจริง ๆ สินะ"
เคโกะเป็นพวกหัวแข็ง แถมยังมั่นใจในตัวเองสูง การที่ผมพูดแบบนั้นออกไปทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนตอนที่ร่วมธุรกิจกันใหม่ ๆ ผมไม่เคยหวงตัวแบบนี้ เธอเลยคิดว่าผมโกรธที่เราห่างกันจริง ๆ
