บทที่ 1 บทนำ
“พวกแกเองก็เศร้าเหมือนกันเหรอ? นี่คงรู้กันแล้วใช่ไหมว่าฉันจะดูแลพวกแกวันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้ว”
ฮื้ก ๆ พรึ่บ ๆ!
“อย่าเสียใจไปเลยนะ ไว้ฉันจะแวะมาเยี่ยมพวกแกบ่อย ๆ” ขณะที่แคลร์ เมอร์ตันกำลังอยู่ในโซนเพนกวินที่เป็นสัตว์ที่อยู่ในความดูแลของเขา เขาก็พยายามพูดปลอบใจเหล่านกอ้วนที่บินไม่ได้ของตัวเองไปด้วย หลังวันนี้มันเป็นวันสุดท้ายที่เขาจะได้ทำงานกับพวกมันแล้ว
“โอ๋ ๆ พวกแกไม่ต้องเสียใจไปหรอกน่า เพราะฉันก็แค่ย้ายไปทำงานตรงข้ามพวกแกนี่แหละ ไม่ได้หนีไปไหนหรอก” แคลร์พยายามพูดปลอบพวกมันอีกครั้ง เมื่อยังมีเพนกวินบางตัวที่พยายามเข้ามาคลอเคลียเขาราวกับมันรับรู้ทุกอย่าง
รับรู้แม้กระทั่งเรื่องภายในองค์กรว่าอควาเรียมแห่งนี้กำลังมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง
ซึ่งก็อาจเป็นเพราะว่าแคลร์คลุกคลีกับพวกมันมานานเกินสองปีก็เป็นได้ เขาถึงได้หลงตัวเองคิดว่าเขามีความสามารถพิเศษสามารถเดาใจของพวกมันออกว่ามันกำลังดีใจหรือกำลังอยู่ในห้วงอารมณ์ไหนกันแน่
หรือไม่ก็อาจเป็นเพราะว่าพวกมันมักจะแสดงอารมณ์ของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา ไม่ค่อยมีความซับซ้อนเหมือนสัตว์ตัวอื่น ๆ ก็เป็นได้ เขาถึงสามารถอ่านใจพวกมันออกอย่างง่ายดายเช่นนี้
เจ้าพวกเพนกวินที่อยู่ในความรับผิดชอบของแคลร์พวกมันทั้งเป็นเด็กดี น่ารักและเชื่อฟังเขาเป็นที่หนึ่ง พวกมันมักจะเดินตามแคลร์ต้อย ๆ เป็นลูกเป็ดเสมอ ยามที่เขาเข้ามาทำความสะอาดที่อยู่ให้พวกมัน จนบางทีเพื่อนร่วมงานของเขาก็มักจะพูดแซวกันว่าเขามีลูกเป็นนกอ้วนหนึ่งโขยงอะไรทำนองนั้น
“ไว้เจอกันใหม่นะ ถ้าว่าง ๆ ฉันจะมาเล่นกับพวกแกบ่อย ๆ” แคลร์พูดกับพวกมันพลางยื่นมือออกไปลูบหัวเจ้านกตัวใหญ่ที่พยายามจะรั้งเขาเอาไว้ด้วยการเอาหัวมาดันที่มือของเขาเบา ๆ เพื่อออดอ้อนกัน
โดยหลังจากที่แคลร์ยืนร่ำลากับเหล่าเพนกวินของตัวเองเสร็จแล้ว เขาก็รีบเดินออกมาจากโซนนั้นทันที เมื่อแคลร์ไม่อยากร้องไห้ต่อหน้าพวกมัน
อันที่จริงเขาควรจะสนใจเรื่องงานที่น่าหนักใจของตัวเองในวันพรุ่งนี้มากกว่า เมื่อเขาถูกมอบหมายจากศาสตราจารย์หลุยส์ผู้เป็นเจ้าของอควาเรียมแห่งนี้ให้ไปดูแลมาร์คัสกับเซอร์เรียสวาฬเพชฌฆาตตัวผู้สองตัวที่เป็นดาวเด่นใหม่ของอควาเรียม โดยพวกมันก็ชอบทำตัวเหมือนเป็นฝาแฝดกัน ทั้งที่ความจริงแล้วมันไม่ใช่เลย
ซึ่งวาฬสองตัวนี้มันก็ค่อนข้างมีความฉลาดและเจ้าเล่ห์พอตัว อาจเพราะยีนส์ที่ถ่ายทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษของพวกมันก็เป็นได้ พวกมันถึงได้มักจะสร้างความปวดหัวให้เจ้าหน้าที่ในอควาเรียมอยู่เสมอ มันเป็นสัตว์ในอควาเรียมที่ถูกเปลี่ยนผู้ดูแลบ่อยที่สุด และสุดท้ายก็เวียนมาถึงแคลร์จนได้
“อะไรกัน… นี่พวกแกกำลังพยายามว่ายตามมาดูหน้าฉันหรือไง?” หลังเขาเดินออกมาจากห้องของเพนกวินแล้ว แคลร์ที่กำลังจะเดินออกไปจากโซนก็ต้องหยุดเดินกะทันหัน เมื่อเขารู้สึกเหมือนกำลังถูกอะไรบางอย่างว่ายตามกันอย่างเงียบ ๆ
พอเขาสัมผัสได้ถึงการติดตามเหล่านั้น แคลร์จึงลองหันไปมองมาร์คัสกับเซอร์เรียสที่อยู่ตู้ฝั่งตรงข้ามกับนกเพนกวินแทน และมันก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ เมื่อแคลร์กำลังถูกวาฬเพชฌฆาตตัวใหญ่ทั้งสองตัวพยายามว่ายตามกัน คล้ายมันต้องการดูหน้าว่าที่คนดูแลคนใหม่ของพวกมันอย่างไรอย่างนั้น
โดยในวินาทีที่เขาหยุดเดิน พวกมันก็หยุดว่ายแล้วมองเขาเช่นกัน ซึ่งการกระทำเหล่านั้นมันก็ทำให้แคลร์ที่ปกติไม่ค่อยสนใจพวกมันนัก เพราะพวกมันไม่ใช่สัตว์ที่อยู่ในความดูแลของเขาต้องตั้งคำถามกับพฤติกรรมของพวกมัน
หรือว่ามาร์คัสกับเซอร์เรียสเองก็รู้เหมือนกันว่าแคลร์เป็นว่าที่ผู้ดูแลคนใหม่ของพวกมัน?นั่นคือคำถามใหม่ที่ผุดขึ้นมาในหัว ก่อนที่แคลร์จะรีบเร่งฝีเท้าแล้วเดินออกมาให้ไกลจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด เมื่อจู่ ๆ เขาก็รู้สึกกลัวยามที่ตนเองถูกวาฬเพชฌฆาตทั้งสองรุมจ้องกันแบบนั้น โดยแคลร์ก็ไม่อาจทราบได้เลยว่าระหว่างที่พวกมันกำลังมองเขา พวกมันกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่
แต่มันก็มีความเป็นไปได้สูงที่พวกมันกำลังมองเขาเป็นอาหาร เพราะไม่ว่ายังไงต่อให้มันจะถูกเลี้ยงดูโดยมนุษย์ตั้งแต่ยังเด็ก พวกมันก็ยังเป็นนักล่าแห่งท้องทะเลอยู่วันยังค่ำ และในสายตาของพวกมันบางทีมนุษย์อาจจะไม่ต่างจากแมวน้ำก็เป็นได้
