บทที่ 11 บท 7.1

ไม่ใช่แค่แคลร์เท่านั้นที่ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่เจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ รวมไปถึงศาสตราจารย์หลุยส์ก็ค่อนข้างตกใจกับเหตุการณ์เหล่านี้อยู่พอสมควร เนื่องจากการจู่โจมของมาร์คัสและเซอร์เรียสมันบ้าบิ่นมากเกินไป

พวกมันพุ่งใส่กระจกอย่างแรง ทั้งที่พวกมันก็รู้ดีว่าพวกมันจะต้องบาดเจ็บกับการกระทำที่แสนบ้าเหล่านี้

“เท้าของนายมีแผล ฉันว่าระหว่างนี้นายควรจะพักผ่อน”

“นี่ศาสตราจารย์กำลังจะสั่งพักงานผมใช่ไหมครับ”

“โอ้… อย่าเข้าใจผิด”

“…”

“แต่ฉันก็แค่คิดว่าแผลของนาย มันอาจจะสร้างปัญหาระหว่างการทำงานให้แก่นายได้ เพราะนายอย่าลืมนะว่านายต้องทำงานกับน้ำ” ศาสตราจารย์หลุยส์ที่แวะมาเยี่ยมแคลร์ที่ห้องพักสำหรับเจ้าหน้าที่รีบอธิบายเหตุผลของตัวเอง ก่อนที่แคลร์จะเข้าใจผิดมากกว่านี้

แต่ถึงแม้อีกฝ่ายจะบอกเหตุผลกลับมาแบบนั้นแล้ว แต่แคลร์ก็ยังคิดว่าเจ้าตัวต้องการสั่งพักงานเขาทางอ้อมอยู่ดี

และเพราะแคลร์ยังคงปักใจเชื่ออย่างนั้นอยู่ นั่นจึงทำให้สีหน้าของเขาในเวลานี้มันดูไม่ค่อยดีขึ้นเลย เขายังคงแสดงสีหน้าที่บ่งบอกถึงความหนักใจออกมา ซึ่งศาสตราจารย์หลุยส์เองก็คงรู้ว่าแคลร์ยังไม่เชื่อในคำพูดของเจ้าตัว นั่นจึงทำให้อีกฝ่ายต้องพูดอะไรเพิ่มเติม

“ตอนนี้ฉันให้คนไปเช็กกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่ตรงนั้นมาแล้ว”

“…”

“สำหรับฉัน… นี่มันเป็นเรื่องที่น่าแปลกมากนะที่สัตว์ทั้งสองชนิดนี้ทะเลาะกัน แต่ถึงอย่างนั้น… มันก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ว่าฉันประมาทต่อสิ่งนี้เอง ทั้งที่ตามธรรมชาติพวกเพนกวินเป็นหนึ่งในของกินเล่นของพวกนั้น” ศาสตราจารย์หลุยส์พูดเพิ่มเติม เนื่องจากแต่ก่อนเพนกวินกับมาร์คัสและเซอร์เรียสไม่ได้ถูกย้ายให้มาเผชิญหน้ากันแบบนี้ แต่เพราะสระน้ำในส่วนของมาร์คัสกับเซอร์เรียสกำลังอยู่ในช่วงปรับปรุงสถานที่นี่แหละ นั่นจึงทำให้เจ้าวาฬเพชฌฆาตทั้งสองตัวต้องถูกย้ายมาเผชิญหน้ากับเหล่าเพนกวินแบบนี้

โดยเดิมทีเพนกวินกับวาฬเพชฌฆาตก็สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างไม่มีปัญหา มาร์คัสกับเซอร์เรียสไม่เคยแสดงพฤติกรรมที่อยากกินเพื่อนร่วมอควาเรียมแบบนี้มาก่อน อย่างมากสุดพวกมันก็แค่ว่ายมามองนิ่ง ๆ และจากไปแบบงง ๆ มันไม่เคยทำท่าจะจู่โจมเช่นนี้ แต่การกระทำวันนี้ของมันทำให้แคลร์ต้องเปลี่ยนความคิดของตัวเองเสียใหม่

“ว่าแต่เจ้าพวกนั้นเป็นยังไงบ้างครับ ทั้งเพนกวิน ทั้งเจ้าตัวใหญ่สองตัวนั้นน่ะ” แคลร์ถามศาสตราจารย์หลุยส์ เมื่อเขาไม่รู้ว่ามันมีเพนกวินตัวไหนถูกงาบหรือไม่ เนื่องจากเหตุการณ์ในตอนนั้นมันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและค่อนข้างวุ่นวายเอามาก ๆ

“เรื่องนั้นนายไม่ต้องเป็นห่วง เพราะไม่มีตัวไหนตาย และที่บาดเจ็บอย่างมากสุดก็แค่รอยถลอกจากเศษกระจกบาดเท่านั้น ซึ่งพวกที่โดนก็คือมาร์คัสกับเซอร์เรียส และบาดแผลแค่เท่านั้นไม่สามารถทำให้พวกมันถึงแก่ชีวิตได้” ศาสตราจารย์ให้คำตอบกลับมา และหลังจากที่อีกฝ่ายบอกกันเช่นนั้น แคลร์ก็ลอบพ่นลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอก หลังในตอนแรกเขานึกว่าตัวเองจะไม่สามารถปกป้องเหล่านกอ้วนของเขาได้เสียแล้ว

“หรือเจ้าพวกนั้นมันไปประท้วงมาร์คัสกับเซอร์เรียสเหรอ” ศาสตราจารย์หลุยส์เอ่ยขึ้นอีกครั้ง โดยคำพูดเหล่านั้นของอีกฝ่ายก็ทำให้แคลร์ เมอร์ตันต้องเงยหน้าขึ้นมองคนพูดอย่างไม่เข้าใจ

“ครับ?” นั่นคือเสียงของแคลร์ เมื่อเขาไม่เข้าใจว่าศาสตราจารย์หลุยส์กำลังพูดเรื่องอะไรอยู่

“ฉันกำลังสงสัยว่าสาเหตุที่เพนกวินไปยืนทำแบบนั้นกัน มันเป็นเพราะว่าพวกมันไม่พอใจเรื่องที่ฉันย้ายให้นายไปดูแลเจ้ามาร์คัสกับเซอร์เรียสหรือเปล่า”

“แต่พวกนั้นคือสัตว์นะครับ” แคลร์ทักท้วงกลับไป เมื่อเขาไม่คิดว่าเหล่านกอ้วนพวกนั้นจะแสนรู้ขนาดนั้น

“นายอย่าคิดไปเองว่าเจ้าสัตว์พวกนี้มันไม่มีความคิด มันฉลาดทุกตัวนั่นแหละ เพียงแต่ว่าเรากับพวกมันไม่ได้สื่อสารเป็นภาษาเดียวกัน” ศาสตราจารย์หลุยส์บอกกลับมา คล้ายกับเจ้าตัวรู้ว่าแคลร์กำลังคิดอะไรอยู่

“…”

“ฉันว่าตอนนี้นายนอนพักเถอะ เพราะนายกินยาไปแล้วนี่มันคงจะทำให้นายง่วง ส่วนเจ้ามาร์คัสกับเซอร์เรียสเดี๋ยวฉันคงต้องย้ายพวกมันให้ไปอยู่แท็งก์ฉลามที่ไม่ได้ใช้งานแทน ระหว่างที่รอให้แท็งก์จริง ๆ ของพวกมันปรับปรุงเสร็จน่ะนะ” นั่นคือคำพูดสุดท้ายที่ศาสตราจารย์หลุยส์พูดกับแคลร์ ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินออกไปจากห้องพักสำหรับเจ้าหน้าที่ เพื่อให้เขาได้พักผ่อนอย่างเต็มที่

“เฮ้อ…” ทันทีที่เสียงเปิดปิดประตูห้องดังขึ้น และแคลร์ก็ได้อยู่ในห้องพักสำหรับเจ้าหน้าที่เพียงลำพังแล้ว เขาก็ถึงกับถอนหายใจแรง หลังวันนี้เขาอุตส่าห์ใจชื้นคิดว่ามันจะเป็นวันที่ดีสำหรับเขาแล้วแท้ ๆ แต่ที่ไหนได้ วันนี้มันกลับกลายเป็นวันที่แย่ยิ่งกว่าเมื่อวานนี้เสียอีก

“มันทำแบบนั้นไปเพื่ออะไรนะ” แคลร์พึมพำกับตัวเอง เมื่อเขาไม่ค่อยเข้าใจความคิดของเหล่านกเพนกวินเลย ต่อให้มันจะเคยอยู่ในความดูแลของเขามานานเกินปีแล้วก็ตาม

บทก่อนหน้า
บทถัดไป