บทที่ 15 บท 9

เพราะความตกใจที่แคลร์มี นั่นจึงทำให้ความโกลาหลเกิดขึ้นแทบจะทันที เขาลืมความหวาดกลัวที่ตนเองมีต่อมาร์คัสและเซอร์เรียสไปชั่วขณะหนึ่ง หลังเขากลัวว่าเจ้าวาฬออร์ก้าทั้งสองตัวนี้จะกินเพื่อนร่วมอควาเรียมเดียวกันมากกว่าจะกลัวว่าพวกมันจะทำอันตรายต่อเขาเสียอีก

“ตัวนี้ไม่มี แล้วตัวนี้ล่ะ… ได้กินหรือเปล่า” พอเขาลองจับวาฬเพชฌฆาตที่อยู่ใกล้มือมากที่สุดมาอ้าปาก เพื่อมองหาเศษซากแมวน้ำที่น่าจะหลงเหลือและเขาก็ไม่พบความผิดปกติใด ๆ ในปากของมัน แคลร์ก็ไม่รอช้า เขารีบหันหน้าไปหาวาฬอีกตัวแล้วจับมันอ้าปากเพื่อเช็กเช่นกัน ซึ่งมันก็ให้ความร่วมมือกับเขาเป็นอย่างดี

“ตัวนี้ก็ไม่มีเหมือนกัน ถ้าอย่างนั้นของเล่นชิ้นนี้มันมาจากไหน”

“เพราะของเล่นชิ้นนี้มันเป็นของพวกแมวน้ำนี่ แต่ทำไมของเล่นชิ้นนี้ถึงมาอยู่กับพวกแกได้” แคลร์คาดคั้นเอาคำตอบกับพวกมันราวกับเจ้าสัตว์ตัวใหญ่ที่อยู่ในความดูแลเขาสามารถสื่อสารกลับมาเป็นภาษามนุษย์ได้อย่างไรอย่างนั้น

และเพราะเจ้าวาฬเพชฌฆาตทั้งสองตัวไม่สามารถให้คำตอบแก่แคลร์ได้ แทนที่เขาจะคาดคั้นถามหาความจริงจากพวกมัน แคลร์ที่ควรจะให้อาหารมันได้แล้วก็รีบวิ่งหน้าตั้งออกไปจากบริเวณนั้น แล้วตรงดิ่งไปยังแผนกกล้องวงจรปิดเสียก่อน เมื่อเขาจำเป็นต้องหาที่มาของของเล่นชิ้นนี้ให้ได้

“ดูเหมือนพวกแมวน้ำจะเล่นกันแล้วโยนมาตกที่แท็งก์ของพวกมันนะ”

“จริงเหรอครับ” แคลร์ถามเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในห้องควบคุมกล้องวงจรปิดอย่างไม่ค่อยเชื่อนัก

“ถ้านายยังไม่เชื่อ ก็ลองดูนี่สิ” พูดจบ เจ้าหน้าที่ก็เบี่ยงตัวเล็กน้อยเพื่อให้แคลร์ได้ดูภาพเคลื่อนไหวที่ว่าด้วยที่มาของของเล่นชิ้นนี้ ซึ่งมันก็ช่างเป็นเรื่องบังเอิญเหลือเกินที่แมวน้ำพากันออกแรงเล่นของเล่นแรงเกินไป และดันมาตกอยู่ในแท็งก์ที่ไม่ควรตกมากที่สุด

“แท็งก์ก็ไม่ได้อยู่ใกล้กันขนาดนั้นสักหน่อย แล้วดูสิ… พอเจ้าพวกนี้เห็นว่าเป็นของเล่นของเพื่อนบ้านก็รีบเอาไปซ่อนใหญ่เลย” แคลร์พึมพำตามภาพที่เห็น หลังภาพตรงหน้าเขามันคือภาพที่เจ้ามาร์คัสกับเซอร์เรียสรีบช่วยกันคาบของเล่นลงไปใต้น้ำ เมื่อมันรู้แล้วว่าใครเป็นเจ้าของของเล่นชิ้นนี้

“สงสัยคงอยากล่อให้พวกแมวน้ำมาเอาของเล่นแหละมั้ง พวกมันถึงได้พยายามเอาไปซ่อนแบบนี้” เจ้าหน้าที่คนเดิมแสดงความคิดเห็น โดยนั่นก็ทำให้แคลร์ต้องพ่นลมหายใจออกมาอย่างแรง เมื่อดูเหมือนว่าความฉลาดปนเจ้าเล่ห์ของพวกมันจะถูกใช้ผิดที่ผิดทางไปเสียหน่อย

“ยังไงก็ขอบคุณมากเลยนะครับ” เพราะเขาได้รู้ที่มาของของเล่นชิ้นนี้แล้ว แคลร์ที่ในตอนแรกเขากลัวแค่ว่าเจ้าวาฬเพชฌฆาตได้สวบเพื่อนร่วมอควาเรียมไปแล้วถึงค่อยเอ่ยออกมาแบบนั้นด้วยความโล่งอก แล้วรีบเดินออกมาจากห้องควบคุมกล้องวงจรปิดโดยพลัน เมื่อเขายังให้อาหารเหล่าวาฬออร์ก้าไม่เสร็จ

ซึ่งพอเขาเดินกลับมาหาเจ้าเซอร์เรียสและมาร์คัสที่แท็งก์ของพวกมันแล้ว เจ้าวาฬเพชฌฆาตทั้งสองตัวก็รีบเอาหางตีลงบนผิวน้ำอย่างแรงพร้อมกันด้วยความไม่พอใจ และการกระทำเหล่านั้นของพวกมันก็ทำให้แคลร์เปียกชุ่มไปทั้งตัว

“ไอ้พวกนี้นี่” แคลร์ที่กำลังยืนตัวเปียกโชกราวกับลูกหมาตกน้ำถึงกับต้องเอ่ยออกมาแบบนั้น พลางใช้มือข้างหนึ่งลูบน้ำที่เกราะอยู่ตามผิวหน้าของตัวเองออก

อันที่จริงเขาก็อยากจะแสดงท่าทีไม่พอใจต่อพวกมันมากกว่านี้เหมือนกัน แต่เพราะแคลร์ให้อาหารพวกมันช้านี่แหละ เขาที่มีส่วนผิดในเรื่องนี้จึงทำได้แค่นั้น

“เอาล่ะ อ้าปากเร็ว” หลังเขาหยิบที่ตักอาหารมาได้แล้ว แคลร์ก็ตะโกนบอกพวกมันแบบนั้นพร้อมตักปลาแช่แข็งขึ้นมารอพวกมัน

โดยครั้งนี้แคลร์ก็ได้ตักปลาใส่ปากของเจ้าเซอร์เรียสเป็นตัวแรกก่อน หลังมันอ้าปากไวกว่ามาร์คัส จากนั้นเขาถึงค่อยตักปลาใส่ปากของเจ้ามาร์คัสเป็นอันดับถัดไป แคลร์ก้ม ๆ เงย ๆ คอยตักปลาป้อนใส่ปากเหล่าวาฬเพชฌฆาตอยู่แบบนั้นพักใหญ่ จนกระทั่งปลาหมดกระบะแล้วนี่แหละ นาทีนั้นเขาถึงค่อยกลับมายืนแบบปกติอีกครั้ง

“ของเล่นชิ้นนั้นอยู่ไหน?” เพราะคิดว่าตนเองควรจะคืนของเล่นของแมวน้ำให้แก่เจ้าของที่แท้จริง แคลร์จึงถามพวกมันแบบนั้น หวังจะให้หนึ่งในสองช่วยลงไปหยิบเอาของเล่นเจ้าปัญหาขึ้นมาให้ตนเองอีกครั้ง หลังแคลร์พบว่าของเล่นแมวน้ำที่ควรจะอยู่ตรงขอบสระเนื่องจากเขาเป็นคนวางไว้เองได้หายไปแล้ว

ซึ่งมันก็มีความเป็นไปได้สูงที่สิ่งมีชีวิตในแท็งก์นี้จะเป็นคนคาบลงไปเก็บไว้

“เอาของเล่นชิ้นนั้นมาให้ฉันเร็ว” แคลร์บอกเจ้าวาฬออร์ก้าทั้งสองซ้ำอีกครั้ง ซึ่งเขาก็ไม่แน่ใจนักว่ามันเป็นเพราะทั้งสองฟังภาษามนุษย์ไม่ออกหรือเป็นเพราะพวกมันไม่อยากเชื่อฟังคำพูดของเขากันแน่ นั่นจึงทำให้ทั้งคู่ทำตัวเมินเฉยต่อคำพูดของแคลร์แบบนี้

“อะไรกัน… ทำไมถึงยังมาทำตาแป๋วใส่กันแบบนี้ล่ะ?” เพราะแคลร์ยังต้องทำความรู้จักและเรียนรู้นิสัยใจคอของพวกมันอีกเยอะ นั่นจึงทำให้เขายังไม่รู้ว่าอาการแบบนี้ของพวกมันคือการเมินเฉยต่อคำสั่งหรือเป็นเพราะพวกมันไม่อยากคืนของเล่นให้แมวน้ำกันแน่ พวกมันถึงได้ทำหูทวนลมใส่เขา

“เอามา…. ของเล่นชิ้นนั้นอยู่ไหน เอามาเดี๋ยวนี้นะ” คราวนี้แคลร์เริ่มพูดกับพวกมันด้วยน้ำเสียงที่ดังกว่าเดิม โดยเขาก็ไม่ได้พูดเปล่า แต่แคลร์ยังย่อตัวแล้วใช้มือตีเข้าที่ผิวน้ำอย่างแรงจนเกิดเสียง เพื่อเรียกร้องความสนใจจากพวกมัน

โดยหลังจากที่พวกมันเห็นว่าแคลร์เริ่มมีน้ำโหแล้ว พวกมันก็จ้องแคลร์ด้วยสายตานิ่ง ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่สุดท้ายจะมีหนึ่งในสองว่ายลงไปเอาของเล่นเจ้าปัญหากลับขึ้นมาให้แคลร์ด้วยท่าทีอิดออด คล้ายกับพวกมันไม่ค่อยอยากคืนสิ่งนี้ให้เหล่าแมวน้ำนัก

“ก็แค่นั้นแหละ” พอหนึ่งในสองได้คาบเอาของเล่นมาวางไว้ตรงหน้าแคลร์เรียบร้อยแล้ว เขาก็เอ่ยออกมาแบบนั้นพร้อมหยิบมันขึ้นมาดู

โดยแคลร์ก็ไม่ได้พูดพร่ำอะไรทั้งนั้น พอเขาหยิบของเล่นเจ้าปัญหาขึ้นมาได้แล้ว แคลร์ก็รีบถือของเล่นชิ้นนั้นเดินไปยังแท็งก์แมวน้ำที่อยู่ไม่ไกลจากแท็งก์วาฬเพชฌฆาตมากนักและเจ้าหน้าที่อย่างเขาก็สามารถเดินไปหาได้ง่าย ๆ

ซึ่งทันทีที่เขาเดินไปถึงแท็งก์แมวน้ำ แคลร์ก็ได้เห็นว่าตอนนี้มันมีแมวน้ำตัวหนึ่งกำลังนั่งประจิ้มประเจ๋อทำตัวไม่ถูกอยู่ข้าง ๆ ขอบแท็งก์พอดี

อ๋อ… ตัวนี้เองสินะที่ทำของเล่นตกใส่แท็งก์วาฬเพชฌฆาต แคลร์คิดสิ่งเหล่านั้นในใจ ก่อนที่เขาจะพูดกับแมวน้ำด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความเป็นมิตร

“ชิ้นนี้ของสาวสวยเหรอครับ?” เพราะเห็นว่าแมวน้ำที่อยู่ข้าง ๆ ขอบแท็งก์เป็นตัวเมีย แคลร์จึงเรียกมันว่าสาวสวยพร้อมชูของเล่นที่เขาถือไว้ในมือให้มันดู

ซึ่งพอมันเห็นของเล่นในมือแคลร์ สาวสวยพุงพลุ้ยที่กำลังอยู่ในอาการทำตัวไม่ถูกก็ถึงกับมีอาการตาลุกวาวแล้วรีบสไลด์ตัวมาหาแคลร์ด้วยความรวดเร็ว คล้ายกับมันต้องการที่จะได้สิ่งนี้คืนกลับไป

“อะ… เอาคืนให้น้า” พอเห็นแบบนั้น แคลร์จึงรีบยื่นของเล่นส่งไปให้มันพร้อมพูดไปด้วย

โดยทันทีที่ของเล่นของแมวน้ำถูกส่งคืนกลับไปแล้ว มันก็ส่งเสียงร้องในลำคอราวกับดีใจมาก ทำเอาแคลร์เห็นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาอย่างนึกเอ็นดู ก่อนที่เขาจะเดินออกมาจากบริเวณนั้น เมื่อมันหมดหน้าที่ของเขาแล้ว

เอี๊ยดดดดด~ ทันทีที่แคลร์เดินกลับมายังแท็งก์วาฬเพชฆาตที่อยู่ในความดูแลของเขาอีกครั้ง เสียงร้องแหลม ๆ ในคลื่นความถี่ที่มนุษย์อย่างเขาสามารถรับรู้ได้ก็ดังขึ้นโดยพลัน ก่อนจะตามมาด้วยการใช้หางตีลงบนผิวน้ำ เพื่อแสดงความไม่พอใจออกมา

นี่แคลร์ต้องขอโทษเจ้าพวกนี้หรือเปล่านะที่เขามองพวกมันในแง่ร้ายไปเองและคิดไปว่าพวกมันกินแมวน้ำ แคลร์ขบคิดสิ่งเหล่านั้นในใจ ก่อนที่วินาทีต่อมาเขาจะย่อตัวลงอีกครั้งพร้อมเรียกให้เจ้ามาร์คัสกับเซอร์เรียสว่ายเข้ามาหาเขาอีกรอบ หลังแคลร์คิดว่าเขาต้องทำอะไรบางอย่างแล้ว

“มาร์คัส เซอร์เรียสมานี่เร็ว…” เขาเรียกพวกมันเสียงดังพร้อมใช้มือตีเข้าที่ผิวน้ำอีกครั้ง เพื่อส่งสัญญาณเรียกทั้งคู่ ซึ่งพอเจ้าโลมาในคราบวาฬทั้งสองตัวได้ยินเสียงของเขา พวกมันก็มีท่าทีอิดออดเหมือนไม่อยากมาอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายพวกมันทั้งคู่ที่ชอบทำตัวเหมือนแฝดแต่ไม่ใช่แฝดจะยอมว่ายมาหาแคลร์จนได้

“ขอโทษน้า” เขาบอกพวกมันทั้งคู่พร้อมใช้มือลูบตรงบริเวณหัวลื่น ๆ ของพวกมันเบา ๆ ตั้งใจจะขอโทษเรื่องที่เขากล่าวหาว่ามันกินแมวน้ำและจับพวกมันอ้าปากอย่างไม่มีเหตุผล

บทก่อนหน้า
บทถัดไป