บทที่ 17 บท 11
“อะไรกัน… ทำไมพวกแกถึงพากันจ้องฉันแบบนั้นล่ะ ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดนะ” หลังแคลร์เดินมาถึงแท็งก์ของวาฬเพชฌฆาตแล้ว เขาก็ต้องพูดออกมาแบบนั้นแทบจะทันที เมื่อแคลร์ในตอนนี้กำลังถูกทั้งมาร์คัสและเซอร์เรียสรุมจ้องกันราวกับเขาเพิ่งทำความผิดมาอย่างไรอย่างนั้น
โดยท่าทางและสายตาของพวกมันที่กำลังจ้องแคลร์อย่างนิ่ง ๆ ยากที่จะคาดเดาอารมณ์และตีความทางภาษากายออก นั่นก็ทำให้แคลร์หวนนึกไปถึงวันที่พวกมันคอยว่ายตามเขาอย่างเงียบ ๆ เหมือนต้องการจะดูหน้ากัน แต่สุดท้ายพวกมันก็ถูกเขาจับได้อยู่ดี
มันให้ความรู้สึกชวนให้น่าขนลุกแบบเดียวกันเลย
“พวกแกไม่พอใจที่ฉันแวะไปเล่นกับแมวน้ำเหรอ” เขาถามในสิ่งที่คิดออกไป เมื่อแคลร์คิดว่าสิ่งนี้มันน่าจะมีความเป็นไปได้ที่สุดแล้ว
“แต่ว่า… พวกแกจะมาโวยวายไม่ได้นะ เพราะพวกแกก็แย่งฉันมาจากเพนกวินเหมือนกัน” แคลร์พูดเพิ่มเติม โดยในวินาทีที่เขาเอ่ยออกไปแบบนั้น แคลร์ก็รู้สึกเหมือนตัวเองหายใจไม่ออกเสียดื้อ ๆ ซึ่งก็อาจเป็นเพราะว่าตอนนี้เขากำลังถูกเจ้ามาร์คัสและเซอร์เรียสรุมจ้องกันหนักกว่าเดิมก็เป็นได้
“อึดอัดชะมัด” แคลร์พูดในสิ่งที่เขารู้สึกออกมาเสียงแผ่ว หลังจากนั้นเขาก็หมุนตัวเดินออกมาจากบริเวณขอบแท็งก์ เมื่อมันถึงเวลาที่แคลร์ต้องเข้าไปรับปลาแช่แข็งมาจากแผนกอาหารสัตว์แล้ว
โดยระหว่างทางเดินไปเอาอาหารของพวกมัน แคลร์ก็ได้มีการพยักพเยิดหน้าเพื่อทักทายลูซี่ที่ดันบังเอิญมาเจอกันพอดี หลังตัวเธอเองก็ต้องแวะมาเอาอาหารของปลาไหลมอเรย์สัตว์ที่อยู่ในความดูแลของเธอเช่นกัน
“นายไม่สบายเหรอ ทำไมถึงหน้าซีดขนาดนั้น” ลูซี่ถามกัน
“เปล่า ไม่มีอะไร” แคลร์ส่ายหน้าปฏิเสธกลับไป หลังเขาไม่คิดจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ให้เพื่อนร่วมงานของตัวเองฟัง เหตุเพราะแคลร์มองว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระ
“หรือว่าพวกเขาพูดจาไม่ดีกับนายเหรอ” ลูซี่ซักไซ้กัน ซึ่งคราวนี้คำพูดของเธอก็ทำให้แคลร์ต้องเอียงคอมองอีกฝ่ายด้วยความฉงน เมื่อเขากำลังไม่เข้าใจว่าเธอกำลังพูดถึงเรื่องอะไรอยู่
“ใครพูดจาไม่ดีกับฉันกัน เธอหมายถึงเยลเหรอ?” เขาถามกลับไปทั้งคิ้วขมวด หลังตลอดทั้งวันนี้นอกจากสาวสวยพุงพลุ้ยตัวนั้นแล้ว ก็มีแค่เยลนี่แหละที่แคลร์ได้สนทนาด้วย
“ก็ทีมงานของช่องMSCไง”
“…”
“สายตาว่างเปล่าแบบนี้ นี่อย่าบอกนะว่านายไม่รู้เรื่องที่วันนี้มีช่องมาทำข่าวเรื่องศึกระหว่างเพนกวินกับวาฬออร์ก้าน่ะ” ลูซี่ถามเพิ่มเติม เมื่อเธอมองเห็นความว่างเปล่าในดวงตาของแคลร์
‘แปลกจังแฮะ พวกเขาไม่ได้มาสัมภาษณ์นายเหรอ’
‘ถ้าเธอไม่พูด เห็นทีตลอดทั้งวันนี้ฉันก็คงไม่รู้ว่ามีช่องดังมาทำข่าว’
‘สงสัยศาสตราจารย์หลุยส์คงอนุญาตให้แค่มาทำข่าวได้ แต่ไม่อนุญาตให้มาสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่เพราะกลัวว่าจะรบกวนการทำงานแหละมั้ง’ นั่นคือบทสนทนาครั้งสุดท้ายก่อนที่แคลร์กับเพื่อนร่วมงานของเขาจะต้องแยกย้ายกัน หลังต่างฝ่ายต่างมีหน้าที่ให้ต้องไปทำต่อ ดังนั้นทั้งคู่จะมาเสียเวลายืนสนทนาแบบนี้กันไม่ได้
ตู้ม!
“โอ้… โอ๊ย พวกแกใจเย็น ๆ กับฉันหน่อยสิ” ขณะที่แคลร์กำลังยืนอยู่ตรงขอบแท็งก์เตรียมจะตักอาหารป้อนถึงปากเจ้ามาร์คัสและเซอร์เรียส ทันใดนั้นเขาก็ต้องส่งเสียงร้องโวยวายออกมาเสียก่อน เมื่ออาการเหม่อของแคลร์ได้ไปสร้างความไม่พอใจให้แก่สัตว์ที่อ้าปากคอยกันอยู่
โดยสิ่งที่พวกมันทำกับแคลร์ มันก็คือการใช้ปลายหางฟาดลงบนผิวน้ำอย่างแรงพร้อมกัน ส่งผลทำให้นอกจากมันจะเกิดเสียงดังจนทำให้แคลร์หลุดจากภวังค์แล้ว ตัวเขาเองก็ต้องเปียกโชกเต็มไปด้วยน้ำอีกครั้ง
เพราะแบบนั้นแคลร์จึงค่อย ๆ ใช้มือข้างหนึ่งลูบไล้น้ำออกจากใบหน้าของตัวเองอย่างช้า ๆ ก่อนที่เขาจะหลุบตาจ้องมองสัตว์ที่ตกมาอยู่ในความดูแลของตัวเองด้วยอารมณ์โกรธเคือง ขณะที่ตัวของพวกมันเองก็ทำหน้าใสซื่อ ทำตาแป๋วใส่กันราวกับพวกมันไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น
“ท่องไว้ นี่คือสัตว์…” แคลร์เอ่ยกับตัวเองเสียงแผ่วพร้อมสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อระงับความหงุดหงิดของตัวเอง จากนั้นเขาก็หันหลังไปหยิบที่ตักเพื่อมาตักปลาใส่ปากวาฬเพชฆาตตามหน้าที่ของเขา
“ไอ้พวกนี้นี่… กินให้พอใจเลยนะ” เขาบอกพวกมันด้วยน้ำเสียงประชดประชันพร้อมยัดอาหารใส่ปากของพวกมันที่อ้าปากคอยอยู่แล้ว ซึ่งตัวของพวกมันเองก็ดูจะพอใจมาก ๆ ที่ถูกแคลร์ยัดปลาแช่แข็งใส่ปากของพวกมันในปริมาณที่มากผิดปกติแบบนี้
เวลาต่อมาหลังจากที่แคลร์ให้อาหารมื้อสุดท้ายสำหรับวันนี้ของพวกมันเสร็จ เขาก็ไม่ได้ปลีกตัวเดินแยกไปเล่นกับแมวน้ำพุงพลุ้ยที่มาชะเง้อชะแง้มองเขาเหมือนมันเองก็ต้องการจะเล่นกับเขาแต่อย่างใด แต่แคลร์เลือกที่จะมาหยุดเล่นกับเจ้าเซอร์เรียสและมาร์คัสเสียก่อน เมื่อแคลร์คิดว่าหากความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเจ้าพวกนี้มีแค่การให้อาหารกันไปวัน ๆ เห็นทีมันคงต้องใช้เวลานานแน่กว่าที่แคลร์จะสามารถสนิทสนมกับพวกมันได้
“ตกใจเหรอ” เพราะจู่ ๆ แคลร์ก็รวบรวมความกล้าที่มีอยู่เพียงน้อยนิดมานั่งหย่อนขาในแท็งก์ของพวกมันอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน นั่นจึงทำให้พวกมันที่เข้าใจว่าแคลร์คงจะจากไปทันทีที่เขาให้อาหารพวกมันเสร็จแล้ว ก็รีบโผล่หัวขึ้นมาจากน้ำพร้อมกัน คล้ายกับพวกมันต้องการตรวจสอบว่ามนุษย์ผู้กล้าที่กำลังนั่งหย่อนขาอยู่ในแท็งก์ของมันในขณะนี้ใช่แคลร์ เมอร์ตันหรือไม่
และหลังจากที่พวกมันเห็นว่าเป็นแคลร์ เจ้าวาฬเพชฌฆาตทั้งสองตัวที่เคยว่ายวนอยู่ไกล ๆ ไม่กล้าเข้าใกล้เขาก็ค่อย ๆ ว่ายเข้ามาหากันอย่างช้า ๆ ก่อนที่เซอร์เรียสที่มีนิสัยเป็นมิตรมากกว่าเหมือนอย่างที่ศาสตราจารย์หลุยส์เคยบอกเอาไว้ จะพยายามเสนอหน้าด้วยการเอาคางของตัวเองมาเกยไว้บนขอบแท็งก์
“ฮ่า ๆ แล้วดูทำเข้า เหมือนหมาเลย” เพราะขณะที่เซอร์เรียสกำลังเอาคางมาเกยไว้ที่ขอบแท็งก์ ปลายหางขนาดใหญ่ของมันก็โบกสะบัดไปมาในน้ำ แคลร์จึงอดไม่ได้ที่จะเปรียบเทียบมันกับสุนัขตัวหนึ่ง เมื่อมันกำลังทำตัวเหมือนหมาจริง ๆ
“ถ้าพวกแกไม่อยากเปลี่ยนเจ้าหน้าที่บ่อย ๆ พวกแกก็ต้องทำตัวน่ารัก ๆ เอาไว้นะรู้ไหม เพราะเจ้าหน้าที่ในศูนย์เขาพากันกลัวพวกแกหมดแล้ว” แคลร์บอกมันราวกับพวกมันสามารถรับรู้ทุกถ้อยคำของเขาได้
โดยแคลร์ก็ไม่ทำแค่พูดเพียงอย่างเดียว แต่เขายังทำใจดีสู้เสือยื่นมือออกไปลูบหัวเจ้าเซอร์เรียสเบา ๆ เหมือนอย่างที่แคลร์เคยทำกับเหล่าสัตว์ที่เขามอบความเอ็นดูให้เสมอ หลังตอนนี้มันมีแค่เจ้าเซอร์เรียสเท่านั้นที่เสนอหน้ามาหาเขา เหมือนกับมันต้องการเล่นกับแคลร์
ทว่าในช่วงเวลาเดียวกันแคลร์ เมอร์ตันก็ต้องย่นคิ้วเข้าหากันโดยพลัน เมื่อเขารู้สึกเหมือนบางอย่างที่อาศัยอยู่ใต้น้ำกำลังดึงกางเกงของเขาลง
ราวกับมันพยายามจะถอดกางเกงกันอย่างไรอย่างนั้น
ซึ่งแคลร์ก็สามารถเดาได้ทันทีว่านี่คงเป็นฝีมือของเจ้ามาร์คัสแน่ เมื่อมันเป็นวาฬเพชฌฆาตเพียงตัวเดียวที่หายไปจากกรอบสายตาของเขา
“แกอย่ามาดึงกางเกงของฉันนะ” พอตั้งสติได้ก่อนที่มันจะดึงกางเกงเขาได้สำเร็จ แคลร์ก็รีบส่งเสียงห้ามมันพร้อมพยายามจะลุกขึ้นจากขอบแท็งก์
“มาร์คัส!” เขาเรียกชื่อมันเสียงดังลั่น เมื่อเจ้ามาร์คัสที่ตอนนี้มันกำลังพยายามหามุมเพื่อใช้ฟันแหลมดึงกางเกงของแคลร์ลงก็ใช่ว่าจะยอมปล่อยเขาไปง่าย ๆ แล้วเพราะแบบนั้นในจังหวะที่หัวของเจ้ามาร์คัสโผล่พ้นน้ำขึ้นมา หลังมันเอาแต่ง่วนอยู่กับการดึงกางเกงเขา แคลร์จึงทำบางอย่างเพื่อลงโทษมัน
ตุ้บ!
“นี่แน่ะ ฉันบอกแล้วไงว่าอย่าดึงกางเกงฉัน” แคลร์เอ่ยเสียงแผ่วพร้อมตีเข้าที่หัวของมันเบา ๆ พอให้มันรู้ตัว โดยในวินาทีที่เจ้ามาร์คัสโดนตบหัวมันก็มีอาการสะดุ้งเล็กน้อย คล้ายกับตัวมันเองก็ตกใจเช่นกัน ก่อนที่สุดท้ายมันจะยอมล่าถอยและว่ายหายลงไปในน้ำ ทิ้งให้เซอร์เรียสอยู่กับแคลร์เพียงลำพัง
“แล้วตัวนี้ล่ะ อยากจะเอาแบบเพื่อนของตัวเองหรือเปล่า?” แคลร์หันไปถามเจ้าเซอร์เรียสเสียงเข้ม เมื่อทั้งสองตัวนี้ชอบทำอะไรด้วยกัน และบางทีพวกมันอาจจะพากันวางแผนให้เจ้าเซอร์เรียสมาดึงความสนใจจากแคลร์ ขณะที่เจ้ามาร์คัสกำลังพยายามดึงกางเกงของเขาก็เป็นได้
ทว่าพอแคลร์ถามเจ้าเซอร์เรียสออกไปแบบนั้น มันก็ทำตาใสซื่อใส่กันโดยพลัน ก่อนที่มันจะยื่นลิ้นออกมาแล้วเลียเข้าที่ข้อเท้าของแคลร์อย่างระมัดระวังพร้อมสังเกตท่าทางและอารมณ์ของเขาไปด้วย
