บทที่ 19 บท 13.1
“นายจะลงไปจริง ๆ เหรอแคลร์”
“…”
“ฉันว่าถ้าสภาพจิตใจนายยังไม่พร้อมก็อย่าเสี่ยงดีกว่านะ”
“ไม่เป็นไร ฉันคิดว่าฉันไหว” เวลาต่อมาหลังจากที่แคลร์หายไปเปลี่ยนชุดเตรียมที่จะลงไปหยิบเอาอุปกรณ์สำคัญกลับขึ้นมาให้เพื่อนของเขา แคลร์ก็ได้หันหน้าไปให้คำตอบลูซี่แบบนั้น เมื่อเขาตัดสินใจแล้วว่าจะให้ความช่วยเหลือเธอ
โดยระหว่างที่ปากของแคลร์กำลังพูดให้คำตอบเพื่อนของเขาอยู่นั้น สายตาของเขาก็จ้องมองผืนน้ำตรงหน้าตัวเองตาไม่กะพริบ เมื่อเจ้ามาร์คัสและเซอร์เรียสคอยผลัดเปลี่ยนกันโผล่หัวขึ้นมาจากน้ำ เพื่อมามองมนุษย์ทั้งสองคนที่กำลังยืนอยู่ตรงขอบแท็งก์
“โอเค ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวฉันจะตามคนอื่นมาช่วย” เนื่องจากการลงแท็งก์สัตว์น้ำในแต่ละครั้ง เจ้าหน้าที่จำเป็นจะต้องแบกถังออกซิเจนลงไปด้วย มันเป็นถังที่ค่อนข้างมีน้ำหนักอยู่พอสมควร ดังนั้นมันจึงกลายเป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องมีผู้ช่วยในการส่งคนลงไปในน้ำเพื่อปฏิบัติงานในแต่ละครั้ง
ซึ่งหลังจากที่ลูซี่บอกกันแบบนั้นแล้ว เธอก็เดินหายไปทันที ทิ้งให้แคลร์ยืนทำใจอยู่ที่ขอบแท็งก์ของเหล่าวาฬเพชฌฆาตเพียงลำพัง แคลร์จึงตัดสินใจใช้ช่วงเวลานั้นในการพูดคุยกับเหล่าสัตว์น้ำที่อาศัยอยู่ในแท็งก์แห่งนี้ เมื่อพวกมันเป็นอุปสรรคเพียงหนึ่งเดียวของเขา
“นี่พวกแกรู้อยู่แล้วใช่ไหมว่าฉันกำลังจะทำอะไรน่ะ”
“เพราะงั้นพวกแกช่วยว่ายลงไปคาบขึ้นมาให้ฉันไม่ได้เหรอ ฉันจะได้ไม่ต้องเหนื่อย” แคลร์บอกพวกมัน ขณะที่มือของเขาก็คอยลูบหัวของพวกมันไปด้วย
โดยเขาก็เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าเจ้ามาร์คัสกับเซอร์เรียสมันรู้เรื่องนี้ดี เนื่องจากพวกมันค่อนข้างฉลาด ดังนั้นมันคงรู้ว่าแคลร์กำลังจะทำอะไร เขาถึงได้หายไปเปลี่ยนมาใส่ชุดดำน้ำพร้อมสวมใส่อุปกรณ์แปลก ๆ เอาไว้แบบนี้ แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างของพวกมัน บางที… มันอาจจะต้องการให้แคลร์ลงไปหามันก็เป็นได้ นั่นจึงทำให้เจ้าวาฬเพชฌฆาตทั้งสองตัวทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้และรอให้แคลร์ลงไปหาพวกมัน
“แคลร์ นายจะลงไปจริง ๆ เหรอ” หลังลูซี่เดินกลับมาพร้อมกับเพื่อนร่วมงานที่เป็นผู้ชายจำนวนสองคนแล้ว หนึ่งในสองคนที่เพิ่งเดินมาใหม่ก็ถามแคลร์แบบนั้นทันที
“ใช่ ก็ฉันเปลี่ยนชุดแล้วนี่นา” แคลร์บอกกลับไป
“…”
“ฟังนะ… ไม่ช้าก็เร็ว ยังไงฉันก็ต้องลงแท็งก์ของพวกมันอยู่ดี เพราะในวันศุกร์หน้าสัตวแพทย์จะเข้ามาตรวจสุขภาพของพวกมันด้วย ดังนั้นมันคงจะดีหากฉันกับพวกมันเริ่มคุ้นเคยกันก่อนที่จะถึงวันนั้นที่พวกมันน่าจะเครียดง่ายมากกว่าปกติ” แคลร์บอกเพื่อนร่วมงานของเขา พลางยื่นมือออกไปรับไม้ที่มีน้ำหนักเบามาจากลูซี่ เมื่อเขาจำเป็นต้องใช้มันเพื่อดันร่างของเหล่าปลาตัวใหญ่ให้ออกห่างตัว ยามที่พวกมันว่ายเข้ามาใกล้เขามากเกินไป
โดยหลังจากที่แคลร์ยืนกรานกับเพื่อนร่วมงานของเขาแล้วว่าเขาจะลงไปในแท็งก์ของเจ้ามาร์คัสและเซอร์เรียส เพื่อไม่ให้เป็นการก้าวก่ายการตัดสินใจและการทำงานของคนอื่น สุดท้ายเพื่อนร่วมงานของเขาจึงจำเป็นต้องพยักหน้าจำยอมกลับมาให้กัน
“ถ้านายตัดสินใจดีแล้วก็ตามใจ” ผู้ชายอีกคนบอกกับแคลร์ จากนั้นแคลร์ก็หยิบเอาแว่นตากันน้ำมาสวมใส่ทันที ซึ่งก่อนที่แคลร์จะลงไปในแท็งก์ของเหล่าวาฬเพชฌฆาตที่กำลังให้ความสนใจเขาอยู่นั้น แคลร์ก็มีการสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อรวบรวมสติของตัวเองด้วย และในจังหวะที่เจ้ามาร์คัสและเซอร์เรียสถอยห่างออกไปแล้ว แคลร์ก็ไม่รอช้า เขารีบลงไปในแท็งก์ของพวกมันโดยปราศจากความลังเล
เอาล่ะ… ใจเย็น ๆเมื่อถังออกซิเจนเริ่มทำงานและแคลร์ก็ได้ลงมาอยู่ในน้ำที่มีเหล่าวาฬเพชฌฆาตทั้งสองตัวอาศัยอยู่ในนี้เรียบร้อยแล้ว เขาก็รีบพูดกับตัวเองแบบนั้น เมื่อแคลร์รู้สึกว่าหัวใจของเขามันเต้นแรงเอามาก ๆ ราวกับจะหลุดออกมาข้างนอกเสียให้ได้
มันอาจเป็นเพราะว่าแคลร์ไม่ได้ลงน้ำเพื่อปฏิบัติงานแบบนี้มานานแล้วก็เป็นได้ ต่อให้เขากับเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ จะมีการฝึกซ้อมการลงน้ำเพื่อปฏิบัติงานกับเหล่าปลาที่อยู่ในความดูแลเกือบทุกเดือนก็เถอะ แต่งานที่แคลร์ทำส่วนใหญ่มันไม่ใช่การลงน้ำเหมือนอย่างคนอื่น ๆ เนื่องจากเพื่อนร่วมงานของเขาคือเพนกวิน
ดังนั้นระดับน้ำในห้องที่มีเจ้าเพนกวินอาศัยรวมกันเป็นฝูงใหญ่ และพวกมันก็มักจะทำงานเป็นทีมจึงไม่ได้ลึกแบบที่ใช้เลี้ยงดูวาฬเพชฌฆาตเช่นนี้
แต่ถึงแม้ระดับน้ำของที่นี่จะค่อนข้างลึก แต่ก็โชคดีที่มาร์คัสกับเซอร์เรียสมันฉลาดมากพอ นั่นจึงทำให้พวกมันไม่ได้ว่ายเข้ามาหาแคลร์อย่างที่เขากังวล ตรงข้ามกัน… พวกมันทั้งสองว่ายแบบรักษาระยะห่างกับแคลร์เอาไว้
ทั้งสองพยายามรักษาระยะห่างกับเขาเท่าที่พวกมันทั้งคู่จะสามารถทำได้ ราวกับพวกมันรู้ว่าเขากลัวพวกมันอย่างไรอย่างนั้น แคลร์ที่ไม่เคยลงแท็งที่มีสัตว์น้ำขนาดใหญ่อาศัยอยู่จึงรู้สึกรับได้ในสถานการณ์ตอนนี้
ตอนนี้แคลร์ต้องหาอุปกรณ์ที่ลูซี่ทำตกเอาไว้ได้แล้ว หลังสถานการณ์ใต้น้ำค่อนข้างโอเค และแคลร์ก็สามารถประคับประคองสติของตัวเองได้แล้ว เขาที่ต้องลงน้ำเพราะมีธุระจึงรีบเคลื่อนตัวไปยังแนวปะการังตามพิกัดที่ลูซี่แจ้งเอาไว้ทันที
แคลร์พยายามกวาดสายตามองหาอุปกรณ์ที่ว่า แต่เพราะแสงในน้ำมันค่อนข้างสลัวดูมืดกว่าปกติ มันจึงเป็นเรื่องที่ยากสำหรับเขามากที่จะหาอุปกรณ์ที่ต้องการตามหาเจอได้โดยง่าย
มันไปตกอยู่ตรงไหนล่ะ?เขาพูดแบบนั้นในใจพร้อมพยายามจะเพ่งสายตามองตรงบริเวณที่อุปกรณ์ชิ้นนั้นน่าจะตกอยู่อย่างละเอียดอีกครั้ง แคลร์ใช้เวลามองหาเจ้าเครื่องวัดความเค็มของน้ำอยู่พักใหญ่ ก่อนที่แคลร์จะเบิกตากว้างเล็กน้อย เมื่อเขามองเห็นในสิ่งที่ตัวเองตามหาแล้ว
