บทที่ 21 บท 14.1

“ศาสตราจารย์หลุยส์ครับ ไม่ว่ายังไงผมก็ขอยืนยันคำเดิมนะครับว่าอควาเรียมนี้ยังต้องการวาฬออร์ก้าตัวเมียอยู่”

“แคลร์ฟังฉันให้ดีนะ… ถ้าเป็นสัตว์น้ำชนิดอื่น มันคงจะง่าย”

“…”

“แต่สิ่งที่นายเพิ่งบอกฉันมันคือวาฬออร์ก้านะ”

“แล้วยังไงครับ? ผมว่าสิ่งนี้มันไม่น่าจะเกินความสามารถของศาสตราจารย์นะ” แคลร์เอ่ยเสียงจริงจัง เมื่อเขามั่นใจมากว่าศาสตราจารย์หลุยส์สามารถหาวาฬเพชฌฆาตตัวเมียสักสองตัวมาไว้ในอควาเรียมแห่งนี้ได้

อีกฝ่ายสามารถทำได้แน่ ถ้าเจ้าตัวคิดจะทำมัน

“ไม่ได้ เพราะพื้นที่ที่พวกเรามีอยู่ในตอนนี้มันจำกัดเกินไป” ศาสตราจารย์หลุยส์ปัดตกข้อเสนอของแคลร์โดยที่เจ้าตัวไม่จำเป็นต้องเสียเวลาคิดนานด้วยซ้ำ

“และอีกอย่าง… ฉันไม่มีความคิดที่จะเลี้ยงวาฬเพชฌฆาตตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่ที่อควาเรียมมีมาร์คัสกับเซอร์เรียสโผล่มา นั่นก็เพราะมันเป็นเหตุสุดวิสัย” ศาสตราจารย์หลุยส์พูดเสียงจริงจัง โดยในวินาทีนั้นแคลร์ที่คิดว่าข้อเสนอของตัวเองมันมีโอกาสเป็นไปได้ก็ถึงกับพ่นลมหายใจออกมาอย่างแรง

“แต่ศาสตราจารย์ครับ…”

“พวกมันทำอะไร?” ยังไม่ทันที่แคลร์จะอ้าปากพูดโน้มน้าวอีกฝ่ายตามที่คิดด้วยซ้ำ ทันใดนั้นศาสตราจารย์หลุยส์ที่ตั้งท่าจะเดินหนีกันไปในตอนแรกก็พูดขึ้นมาเสียก่อน

“…”

“เซอร์เรียสกับมาร์คัสมันทำอะไรนาย?” อีกฝ่ายถามซ้ำ เมื่อเห็นว่าแคลร์มีท่าทีชะงักไป โดยสาเหตุที่ทำให้เขาต้องนิ่งไปนั่นก็เป็นเพราะแคลร์ไม่คิดว่าศาสตราจารย์หลุยส์จะเดาออกว่าเขาไปเจออะไรมา

“พวกมัน… พวกมันแสดงออกว่ามันอยากผสมพันธุ์ครับ” และแทนที่แคลร์จะเล่าเหตุการณ์ที่อยู่ใต้น้ำให้คนตรงหน้าของเขาฟัง เขาก็เลือกที่จะพูดออกไปแบบนั้นแทน เมื่อแคลร์คิดว่าคำตอบแค่เท่านี้ มันก็น่าจะทำให้ศาสตราจารย์หลุยส์รู้แล้วว่าพวกมันทำอะไร

“พวกมันพยายามผสมพันธุ์กับนายเหรอ” ศาสตราจารย์หลุยส์เอ่ยออกมาทั้งหน้าตาย ซึ่งก็ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้ตกใจนัก หากว่าสิ่งนั้นมันเกิดขึ้นจริง ๆ

“ไม่ใช่ครับ” แคลร์รีบส่ายหน้าปฏิเสธกลับไปให้อีกฝ่ายโดยพลัน เมื่อศาสตราจารย์หลุยส์กำลังเข้าใจอะไรผิดไป จากนั้นเขาก็เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ

“แต่พวกมันก็แค่พยายามแสดงออกว่าพวกมันต้องการที่จะผสมพันธุ์”

“…”

“ยังไงก็ตาม… การที่มันไม่สามารถทำพฤติกรรมตามธรรมชาติของมันได้ มันอาจจะทำให้พวกนั้นหงุดหงิดและมีนิสัยก้าวร้าวกว่าเดิมนะครับ” แคลร์พูดเพิ่มเติม ซึ่งเขาก็คิดว่าศาสตราจารย์หลุยส์เองก็น่าจะรู้เรื่องนี้ดีที่สุด เนื่องจากทั้งตัวเขาและอีกฝ่ายก็ต่างรู้กันดีว่าตอนปีก่อนเจ้ามาร์คัสและเซอร์เรียสได้สร้างความปั่นป่วนให้กับอควาเรียมมากแค่ไหน

“ยังไงเดี๋ยวฉันจะลองเก็บเรื่องนี้ไปคิดอีกทีก็แล้วกัน” นานเกือบนาทีกว่าที่ศาสตราจารย์หลุยส์จะบอกกันแบบนั้น ซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่ได้พูดเพียงอย่างเดียว แต่เจ้าตัวยังหมุนตัวเดินหนีแคลร์ไป คล้ายกับเจ้าตัวไม่ต้องการที่จะสนทนากับเขาอีกต่อไป

“เฮ้อ… แล้วจะได้เรื่องไหมเนี่ย” และเพียงแค่แคลร์เห็นว่าศาสตราจารย์หลุยส์ทำแค่รับปากกันแบบส่ง ๆ เท่านั้น เขาก็ถึงกับต้องพ่นลมหายใจออกมาอย่างแรง หลังแคลร์คิดว่าศาสตราจารย์หลุยส์คงปัดตกเรื่องนี้ไปแน่

เวลาต่อมาหลังจากที่แคลร์กับศาสตราจารย์หลุยส์แยกย้ายกันเรียบร้อยแล้ว แคลร์ที่ตั้งใจจะแวะไปหาสัตว์ที่เคยอยู่ในความดูแลของเขามาก่อนอย่างเจ้าเพนกวิน ก็ได้เดินไปยังที่นั่นตามความตั้งใจแรกเริ่มของเขา และเพราะทางเดินไปที่นั่นแคลร์จะต้องเดินผ่านแท็งก์วาฬเพชฌฆาตอย่างเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากมันเป็นเส้นทางเดียวที่สามารถใช้ได้ นั่นจึงทำให้เขาต้องเดินผ่านพวกนั้นอีกครั้งหลังจากที่พวกมันทำแบบนั้นกับเขา

“ให้ตายเถอะ… เล็งกันมาแต่ไกลเลย” ในวินาทีก่อนที่แคลร์จะเดินไปถึงแท็งก์ของพวกมัน ทันใดนั้นเขาก็ต้องชะงักฝีเท้าของตัวเองกะทันหัน เมื่อแคลร์เห็นว่าเจ้ามาร์คัสกับเซอร์เรียสกำลังมองเขาอยู่

ซึ่งพวกมันกำลังคิดอะไรอยู่นั้น แคลร์ก็ไม่อาจทราบได้

และพอเขาเห็นว่าพวกมันทั้งสองตัวกำลังจ้องมองมาทางเขา แคลร์ก็เกิดอาการก้าวเท้าไม่ออกเสียอย่างนั้น เขาจ้องมองพวกมันกลับไปด้วยสายตาหวาดระแวง หลังภาพจู๋ของพวกมันที่เขาเกือบลืมไปแล้วด้วยซ้ำ ตอนนี้มันยังคงติดตรึงอยู่ในหัวของเขายากที่จะสลัดออก

ใจเย็นเข้าไว้… แคลร์พยายามบอกกับตัวเองเช่นนั้น ซึ่งในวินาทีเดียวกันคำพูดของศาสตราจารย์หลุยส์ที่เคยบอกกันว่าเขาห้ามแสดงออกว่าเขากลัวพวกมันเด็ดขาด ก็ได้ผุดขึ้นมาในความคิดของแคลร์อย่างได้จังหวะ โดยคำพูดเหล่านั้นมันก็เป็นเหมือนกับลูกกุญแจที่ปลดล็อกความกลัวให้แก่เขา ทำให้แคลร์สามารถก้าวเท้าเดินต่อไปข้างหน้าได้ เมื่อเขาจะต้องแสดงออกว่าเขาไม่ได้กลัวพวกมันเลยแม้แต่นิด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป