บทที่ 23 บท 15.1
หลังจากที่แคลร์เดินหนีออกมาจากห้องของเหล่านกอ้วนแล้ว เสียงร้องโวยวายของเจ้านกพวกนั้นก็ดังตามหลังมาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่สุดท้ายมันจะหายไป เมื่อพวกมันไม่เห็นแคลร์อยู่ในกรอบสายตาแล้ว ดังนั้นมันจึงไม่มีเหตุผลที่พวกมันจะส่งเสียงโวยวายให้เปลืองพลังงานของตัวเองอีกต่อไป
“เจ้าพวกนี้นี่ เหมือนเด็กอนุบาลเลยแฮะ” ระหว่างที่แคลร์เดินมาถอดชุดคลุมและรองเท้าบูทออก เขาก็พูดกับตัวเองเสียงแผ่ว เมื่อทุกครั้งเวลาที่แคลร์อยู่กับเหล่าเพนกวิน เจ้าพวกนั้นก็มักจะให้ความรู้สึกเหมือนพวกมันเป็นเด็กตัวเล็กตัวน้อยเสมอ
และแน่นอนว่าแคลร์ต้องรับบทเป็นพี่เลี้ยงเด็กเล็กของพวกมันอย่างไม่ต้องสงสัย
“ฉันอุตส่าห์เดินตามหานายตั้งนาน ที่แท้นายก็มาอยู่นี่เองสินะ” ในจังหวะที่แคลร์กำลังแขวนชุดคลุมเอาไว้ ทันใดนั้นเขาก็ต้องหันหน้าไปตามเสียงของคนที่เพิ่งเข้ามาใหม่เสียก่อน เมื่ออีกฝ่ายได้เดินมาหาเขาที่ห้องเปลี่ยนชุดของเจ้าหน้าที่
“มีอะไรเหรอครับ?” แคลร์ที่ถูกทักแบบนั้นหันไปถามเสียงงง
“นายใส่เสื้อไซซ์อะไรเหรอ”
“ผมใส่ไซซ์Lครับ” แคลร์ให้คำตอบแบบงง ๆ และเป็นฝ่ายถามกลับไปบ้าง เมื่อจู่ ๆ เขาก็ถูกอีกฝ่ายถามไซซ์เสื้อกันเสียอย่างนั้น
“อันนี้คือเสื้ออะไรเหรอครับ”
“อ๋อ เสื้อรุ่นใหม่ของอควาเรียมน่ะ หัวหน้าสั่งให้ฉันไล่จดไซซ์เสื้อของเจ้าหน้าที่เอาไว้” คนตรงหน้าแคลร์ที่กำลังง่วนอยู่กับการเขียนข้อมูลลงบนกระดาษตอบกลับมา จากนั้นอีกฝ่ายก็เงยหน้าขึ้นมามองแคลร์อยู่ครู่หนึ่งถึงค่อยถามกัน
“แต่นายไม่ใช่ผู้ชายตัวใหญ่นะ ฉันว่านายใส่แค่ไซซ์Mก็น่าจะได้มั้ง”
“ผมชอบใส่เสื้อตัวใหญ่ ๆ ครับ ใส่Lดีกว่า” แคลร์ยืนกรานกลับไป เมื่อเขาไม่ชอบใส่เสื้อที่มีขนาดพอดีกับร่างกายของเขามากนัก เนื่องจากแคลร์เป็นผู้ชายที่ไม่ได้ตัวใหญ่นักเมื่อเทียบกับคนอื่น ๆ ดังนั้นเพื่อไม่ให้ตัวเองรู้สึกแตกต่างมากเกินไป เขาจึงชอบใส่เสื้อผ้าที่มีขนาดใหญ่มากกว่าความเป็นจริงหนึ่งไซซ์เป็นอย่างต่ำ
“โอเค งั้นก็ตามที่นายต้องการ” อีกฝ่ายพยักหน้ากลับมา
“ว่าแต่รอบนี้เสื้อเป็นลายอะไรเหรอครับ คุณเห็นลายใหม่ของปีนี้หรือยัง?” แคลร์ถามต่อ เมื่อเสื้อยืดที่ระลึกที่เป็นสินค้าขายดีของทางอควาเรียมที่ถูกนำออกมาวางจำหน่ายอยู่เกือบทุกปี ในแต่ละปีลายเสื้อก็จะถูกออกแบบใหม่เสมอ ซึ่งลายเสื้อมันก็จะขึ้นอยู่กับว่าในช่วงเวลานั้น ๆ สัตว์ตัวไหนในอควาเรียมที่ได้รับความสนใจจากเหล่านักท่องเที่ยวมากที่สุด
“ตราบใดที่ซีแอตยังคงลาพักร้อนอยู่ เจ้ามาร์คัสกับเซอร์เรียสก็คงมีหน้าไปติดอยู่บนเสื้อนั่นแหละ” อีกฝ่ายให้คำตอบกลับมา
“เจ้าพวกนี้อีกแล้ว มันน่ารักตรงไหนก็ไม่รู้… ผมว่าเพนกวินน่ารักกว่าตั้งเยอะ” แคลร์ที่ได้ยินแบบนั้นพูดในสิ่งที่คิดออกมา โดยความน่ารักที่เขาหมายถึง มันก็ไม่ใช่ลักษณะภายนอกของพวกมันแต่อย่างใด แต่แคลร์หมายถึงนิสัยของพวกมันต่างหาก
ยิ่งวันนี้มันทำพฤติกรรมแปลก ๆ ใส่เขา พวกมันก็ยิ่งดูไม่น่ารักในสายตาของเขามากกว่าเดิมเสียอีก
“ถึงมันจะเป็นแบบนั้น แต่นายก็ต้องยอมรับนะว่าพวกวาฬออร์ก้ามันได้รับความนิยมมากกว่า” คนตรงหน้าแคลร์บอกกลับมา
“ถ้าเกิดเพนกวินสามารถทำโชว์แบบพวกมันได้ พวกมันก็ได้รับความนิยมเหมือนกันนั่นแหละครับ” แคลร์โต้เถียงกลับไป
โดยสาเหตุที่ทำให้เหล่าวาฬเพชฌฆาตกลายเป็นดาวเด่นแทนที่ซีแอต ทั้งที่พวกมันไม่ได้มีนิสัยน่ารักเลยแม้แต่นิด ส่วนหนึ่งแคลร์ก็คิดว่าเป็นเพราะเจ้าพวกนี้มันสามารถทำโชว์ที่แสดงออกถึงความแสนรู้ของพวกมันได้ ประกอบกับลักษณะภายนอกของพวกมันที่ดูเป็นมิตร น่ารักเหมือนตัวการ์ตูนในสายตาของเด็ก ๆ นั่นจึงทำให้เจ้ามาร์คัสและเซอร์เรียสกลายเป็นดาวเด่นดวงใหม่ของทางอควาเรียมโดยที่พวกมันไม่จำเป็นต้องทำอะไรด้วยซ้ำ
“แต่พวกเพนกวินมันทำโชว์ไม่ได้ไง” คนตรงหน้าแคลร์โต้แย้งกลับมา
“…”
“เผลอ ๆ ถ้าให้ไปทำโชว์ พวกมันน่าจะไปยกพวกตีกับครูฝึกมากกว่าจะได้เรื่องอีกมั้งนั่น” อีกฝ่ายพูดต่อด้วยน้ำเสียงติดตลก ทำเอาแคลร์ที่อยากปกป้องลูกสมุนของตัวเองออกอาการไปไม่เป็นอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเขาคิดว่ามันคงจะเป็นแบบนั้นจริง ๆ
อาจเป็นเพราะเจ้าเพนกวินทั้งหลายมันรู้ว่าพวกมันตัวเล็กตัวน้อยเมื่อเทียบกับสัตว์ตัวอื่น ๆ ที่อาศัยอยู่ในอควาเรียมเดียวกันก็เป็นได้ นั่นจึงทำให้พวกมันมักจะทำอะไรร่วมกันแบบเป็นกลุ่มเป็นก้อนมากกว่า
ยกตัวอย่างเช่นการยกพวกไปมีปากเสียงกับเหล่าวาฬเพชฌฆาตจนพวกมันเกือบเอาชีวิตไม่รอด
โอเค งั้นฉันไปก่อนนะ ส่วนนายเองก็รีบกลับบ้านได้แล้วเพราะได้เวลาเลิกงานแล้ว” อีกฝ่ายไม่พูดเปล่า แต่เจ้าตัวยังชี้ไปยังนาฬิกาบอกเวลาที่ถูกติดเอาไว้ข้างฝาผนังอีกด้วย ซึ่งในนาทีนั้นแคลร์ถึงค่อยรู้ว่าตอนนี้มันเป็นเวลาที่ทางอควาเรียมปิดทำการเรียบร้อยแล้ว
