บทที่ 6 บท 4.2
“ฉันไม่รู้ว่าศาสตราจารย์คิดอะไรอยู่ ทำไมเขาถึงเลือกให้ฉันไปดูแลเซอร์เรียสกับมาร์คัส แทนที่จะเป็นคนอื่นที่เคยมีประสบการณ์ดูแลสัตว์ขนาดใหญ่มาก่อน” หลังพนักงานได้นำเบียร์แก้วยักษ์มาเสิร์ฟให้พวกเขาแล้ว แคลร์ที่ช่วงนี้ค่อนข้างเครียดกับเรื่องงานมากเป็นพิเศษก็เป็นฝ่ายขยับปากพูดเปิดบทสนทนาก่อน
“ตอนนั้นที่ศาสตราจารย์หลุยส์นัดนายไปคุย เขาไม่ได้ให้เหตุผลหรือไง” ลูซี่ถามกลับมาพลางยกแก้วเบียร์ในส่วนของเธอขึ้นจิบไปด้วย
“อ้อ ถ้าฉันจำไม่ผิด… ดูเหมือนเขาจะเคยพูดเรื่องนี้อยู่เหมือนกันนะ” แคลร์ตอบกลับไป จากนั้นเขาก็นิ่งไปครู่หนึ่ง เมื่อเขากำลังนึกย้อนไปถึงบทสนทนาระหว่างตนเองกับศาสตราจารย์หลุยส์
“…”
“เขาบอกว่ามาร์คัสกับเซอร์เรียสเลือกฉัน” แคลร์บอกเพื่อนตัวเอง ซึ่งพอลูซี่ได้ยินแบบนั้น เพื่อนร่วมงานของเขาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกันก็ถึงกับหลุดเสียงหัวเราะออกมาโดยพลัน
“ศาสตราจารย์หลุยส์ชอบทำตัวแปลกอยู่เรื่อย” เธอแสดงความคิดเห็น
“ใช่ แล้วเพราะเขาเป็นคนแปลก ๆ แบบนั้นแหละ ฉันเลยไม่ค่อยได้ใส่ใจคำพูดของเขาเท่าไร” แคลร์เอ่ยกลับไป เพราะถึงแม้เขาจะยกย่องศาสตราจารย์คนนี้เนื่องจากอีกฝ่ายได้อุทิศตนให้กับสัตว์น้ำในท้องทะเลตลอดชั่วชีวิตของเจ้าตัว อีกทั้งสิ่งคิดค้นของศาสตราจารย์หลุยส์ก็มีประโยชน์ต่อระบบนิเวศในท้องทะเลอย่างมหาศาล แต่เขาก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่านิสัยส่วนตัวของศาสตราจารย์หลุยส์มันค่อนข้างแปลก
ซึ่งก็อาจเป็นเพราะว่าเจ้าตัวเอาแต่หมกมุ่นอยู่กับงานวิจัยของตนเองและยังทุ่มเททุกอย่างให้กับอควาเรียมที่เป็นศูนย์ความรู้ทางทะเลขนาดใหญ่ของประเทศก็เป็นได้ นั่นจึงทำให้ศาสตราจารย์หลุยส์ดูเป็นคนแปลก ๆ เช่นนี้
“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ แต่ทางที่ดีพวกเราอย่าไปพูดถึงศาสตราจารย์ในแง่นั้นเลยดีกว่า” ก่อนที่แคลร์จะคิดอะไรไปไกลกว่านี้ ทันใดนั้นเขาก็ตัดสินใจหยุดยั้งความคิดของตัวเองที่เกี่ยวข้องกับศาสตราจารย์หลุยส์ไปเสียดื้อ ๆ เมื่อเขาคิดว่ามันคงไม่เหมาะสมเท่าไรนัก ต่อให้แคลร์ในตอนนี้จะยังไม่เข้าใจเหตุผลของศาสตราจารย์หลุยส์ก็ตาม
“นายกำลังรู้สึกผิดกับเขาหรือไง” ลูซี่ที่ได้ยินแบบนั้นเอ่ยถามกลับมาพร้อมยิ้มจาง ๆ คล้ายต้องการแซวกัน
“นิดหน่อย” แคลร์ยอมรับกลับไปแล้วว่าต่อ “ฉันว่าพวกเรากลับมาที่เรื่องของฉันกันดีกว่า”
“โอเค ตามที่นายต้องการ” ลูซี่ยักไหล่กลับมาให้กันคล้ายกับเธอยังไงก็ได้อยู่แล้ว จากนั้นลูซี่ก็พูดต่อ “ศาสตราจารย์หลุยส์เขาชอบทำเหมือนตัวเองสามารถสื่อสารกับสัตว์ได้อยู่เรื่อย นายคิดว่ามันแปลกหรือเปล่า?”
“แปลกเหรอ…” แคลร์ทวนคำพูดของเพื่อนแล้วนิ่งไปพักหนึ่ง เมื่อเขากำลังคิดอะไรบางอย่างถึงค่อยตอบกลับไป
“ฉันคิดว่าไม่นะ บางทีมันอาจจะเหมือนกับเวลาที่เรามีสัตว์เลี้ยงสักตัวและสามารถเดาใจพวกมันได้ผ่านการสบตาแหละมั้ง”
“อ้าว… นี่ฉันแค่คิดไปเองหรอกเหรอ” ลูซี่เอ่ยกลับมา
“ใช่ เธอแค่คิดไปเอง”
“…”
“เธอลองคิดดูสิ ถ้ามาร์คัสกับเซอร์เรียสสามารถสื่อสารภาษามนุษย์ได้ เธอคิดว่าศาสตราจารย์หลุยส์จะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับหรือไง” แคลร์ถามกลับไป เพื่อให้เพื่อนร่วมงานของเขานึกภาพตาม ซึ่งพอลูซี่เริ่มมีอาการคล้อยตามความคิดของเขาแล้ว นาทีนั้นเขาถึงค่อยพูดต่อ
“ถ้ามาร์คัสกับเซอร์เรียสมีความสามารถแบบนั้น เม็ดเงินมหาศาลจะไหลเข้าสู่อควาเรียมเลยนะ เพราะงั้นมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่ศาสตราจารย์หลุยส์จะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ”
“แต่บางทีเขาอาจจะมีเหตุผลเป็นของตัวเองก็ได้นะ”
“…”
“ไม่รู้สิ… มาร์คัสกับเซอร์เรียสดูเหมือนจะฟังภาษามนุษย์ออกมากกว่าจะแค่จดจำคำสั่ง แถมพวกมันยังมีความคิดที่ค่อนข้างซับซ้อนอีกด้วย ถ้าเกิดมันฟังภาษามนุษย์ออกจริง ๆ บางทีพวกมันก็อาจจะมีความสามารถพิเศษอีกอย่างหนึ่งคือสื่อสารภาษามนุษย์ก็ได้นะ”
“ฉันว่าเธอหยุดพูดเถอะ แค่ฉันนึกภาพที่พวกมันในร่างนั้นพูดภาษามนุษย์ มันก็ดูสยองแล้ว” แคลร์ที่จินตนาการนึกภาพตามคำพูดของลูซี่รีบยกมือขึ้นมาห้ามทันที เมื่อภาพที่วาฬเพชฌฆาตตัวใหญ่พูดคุยกับมนุษย์ในภาษาเดียวกัน มันค่อนข้างสยดสยองสำหรับเขามาก
“ทำไมล่ะ น่าตื่นเต้นดีออก… เวลาที่สัตว์ในศูนย์เจ็บป่วย เราก็จะได้ให้พวกมันเป็นล่ามให้ไง ไม่ต้องไปนั่งวิเคราะห์เองว่าพวกมันเจ็บปวดตรงไหน” ลูซี่พูดกลับมา คล้ายกับว่าสิ่งนี้มันเป็นเรื่องที่น่าสนุกในความคิดของเธอมาก
“พวกมันจะไปเป็นล่ามหรือจะไปกินเขากันแน่ เธอเองก็น่าจะรู้ไม่ใช่เหรอว่ามาร์คัสกับเซอร์เรียสไม่ได้น่ารักเหมือนหน้าตาหรอกนะ” แคลร์ท้วงติงเพื่อนของตัวเองกลับไป เผื่อว่าลูซี่จะลืมไปว่าในโลกความเป็นจริงมาร์คัสกับเซอร์เรียสมีนิสัยแบบไหน
“อ่า… จริงด้วยแฮะ พวกมันไม่ได้น่ารัก” ลูซี่ที่ได้ยินแบบนั้นพึมพำในลำคอ ราวกับเธอลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท
“…”
“จริงสิ แล้วนายว่าสิ่งนั้นมันเป็นปัจจัยที่ทำให้ศาสตราจารย์หลุยส์ตัดสินใจเปลี่ยนผู้ดูแลหรือเปล่า?” ท่ามกลางความเงียบที่กำลังแผ่ปกคลุมระหว่างทั้งคู่ ทันใดนั้นเสียงของลูซี่ก็ดังขึ้นอีกครั้ง เมื่อเธอเพิ่งฉุกคิดอะไรบางอย่างได้
“อะไร” แคลร์ถามกลับไปอย่างไม่เข้าใจ
“ก็ช่วงนี้มันกำลังเข้าสู่ฤดูผสมพันธุ์ของพวกออร์ก้าไม่ใช่เหรอ?”
“…”
“ถ้างั้นมันมีความเป็นไปได้ไหมที่ศาสตราจารย์หลุยส์จะพยายามตามใจพวกมัน เพื่อให้พวกมันหงุดหงิดน้อยลงเพราะตอนปีก่อน… เจ้าพวกนี้มันหงุดหงิดมากจนช่วยกันชนกระจกให้ร้าวเลยนะ” ลูซี่ขยายความ โดยคำพูดของเธอก็ทำให้แคลร์ต้องเป็นฝ่ายนิ่งไปบ้าง เมื่อเขาลืมนึกถึงเรื่องนี้ไป
“แล้วทำไมต้องเป็นฉันด้วยล่ะ ศาสตราจารย์หลุยส์จะให้ฉันไปผสมพันธุ์กับพวกมันหรือไง ในเมื่อฉันไม่ใช่วาฬออร์ก้าสักหน่อย” พอตั้งสติได้ แคลร์ก็ถามกลับไปโดยพลัน เมื่อเขาไม่รู้สึกถึงความเชื่อมโยงเหล่านั้นเลย
