บทที่ 7 บท 5.1
แม้แคลร์จะพยายามปัดข้อสันนิษฐานของลูซี่ออกไปจากหัวของเขาแล้ว เนื่องจากเขามองไม่เห็นความเชื่อมโยงเหล่านั้นจริง ๆ ทว่าพอแคลร์กลับมาถึงบ้านพักของตัวเองที่เป็นบ้านเช่า เนื่องจากเขาไม่ใช่คนอเมริกันจึงต้องมาเช่าบ้านอยู่เช่นนี้ ระหว่างที่แคลร์กำลังหยิบแฟ้มของศาสตราจารย์หลุยส์ออกมาอ่านตามที่ตั้งใจเอาไว้ ในหัวของแคลร์ก็ยังคงนึกถึงคำพูดของเพื่อนร่วมงานไม่หยุด
“หยุดคิดสักที” แคลร์พูดกับตัวเองอย่างมีน้ำโห เมื่อเขาอยากหยุดให้ความสนใจกับเรื่องนี้ได้แล้ว เพราะในความคิดแคลร์นอกจากมันจะไร้สาระแล้ว มันยังทำให้แคลร์ไม่มีสมาธิจดจ่อกับเอกสารตรงหน้าเขาอีกด้วย
“เอาล่ะ เราต้องมีสมาธิ” เขาพูดกับตัวเองอีกครั้ง จากนั้นแคลร์ก็พยายามดึงความสนใจกลับมายังข้อความและรูปภาพของมาร์คัสและเซอร์เรียสที่ถูกกางเอาไว้อยู่ตรงหน้าเขา เมื่อเขาตั้งใจแล้วว่าไม่ว่ายังไงคืนนี้เขาจะต้องแยกเซอร์เรียสและมาร์คัสออกให้ได้ เพราะศาสตราจารย์หลุยส์เคยบอกเขาว่าสองตัวนี้นิสัยไม่เหมือนกัน ดังนั้นวิธีเข้าหาและตีซี้กับทั้งสองจึงต้องแตกต่างเช่นกัน
ในตอนแรกแคลร์คิดว่าแฟ้มเอกสารที่เขาได้มาจากศาสตราจารย์หลุยส์มันคงไม่มีอะไร นอกจากอุปนิสัย ข้อมูลทั่ว ๆ ไปของพวกมันที่เขาอาจสามารถรู้ได้ด้วยตัวเองในอนาคต แคลร์คิดเช่นนั้น ทว่าพอเขาได้ลองอ่านข้อมูลในแฟ้มอย่างตั้งใจและลองดูรูปของมันประกอบกับคำอธิบายไปด้วย นั่นก็ทำให้เขาได้รู้ว่านี่คือคู่มือการเลี้ยงดูวาฬเพชฌฆาตที่มีนามว่ามาร์คัสและเซอร์เรียสโดยแท้
“อ่า… โอเค งั้นแสดงว่าเราต้องเข้าหาเซอร์เรียสก่อนสินะ” ขณะที่สายตาของแคลร์กำลังจดจ่อกับข้อความตรงหน้าเขา แคลร์ก็พูดกับตัวเองไปด้วย เมื่อเขาจำเป็นต้องวางแผนวิธีเข้าหาเจ้าพวกนี้ให้ดี หากว่าเขาอยากทำงานร่วมกับพวกมันได้อย่างไม่มีปัญหา
พวกมันได้อย่างไม่มีปัญหา
ส่วนสาเหตุที่ทำให้แคลร์ตัดสินใจเข้าหาเซอร์เรียสก่อนนั้น นั่นก็เป็นเพราะว่ามันดูใจดีมากกว่ามาร์คัส และถ้าเกิดมาร์คัสจะพุ่งมาทำร้ายเขา แคลร์ก็คิดว่าเจ้าเซอร์เรียสนี่แหละจะช่วยปกป้องกัน หากว่าเขาสามารถผูกมิตรกับเจ้าเซอร์เรียสได้สำเร็จน่ะนะ
โดยแคลร์ก็คิดว่าเขาน่าจะสามารถเข้าหาเซอร์เรียสได้ด้วยการให้อาหารมัน เพราะตอนนั้นที่เขาไปทำความรู้จักกับพวกวาฬออร์ก้าโดยที่เขาอยู่ในความดูแลของศาสตราจารย์หลุยส์ เซอร์เรียสก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยสนใจสิ่งอื่นใดนัก นอกจากปลาแช่แข็งที่อยู่ในถังโลหะ
เวลาต่อมาหลังจากที่แคลร์ตั้งใจอ่านข้อมูลของเจ้าวาฬเพชฌฆาตที่กำลังจะตกมาอยู่ในความดูแลของเขาในอีกไม่ช้าอย่างละเอียดเรียบร้อยแล้ว
เขาก็รีบทำการบ้านต่อด้วยการจดคำถามที่เขาต้องการถามอดีตเจ้าหน้าที่ของอควาเรียมที่เคยมีประสบการณ์ดูแลกระเบนยักษ์ที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลกมาก่อนทันที หลังแคลร์คิดว่าอีกฝ่ายในอดีตกับเขาในตอนนี้คงกำลังตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน นั่นก็คือการที่พวกเขาต้องทำงานร่วมกับสัตว์ที่สามารถปลิดชีพมนุษย์ได้หากพวกมันต้องการทำแบบนั้น
แต่พอแคลร์ได้มานั่งอ่านข้อมูลของมาร์คัสและเซอร์เรียสอย่างละเอียดดูแล้ว เขากลับพบว่าตัวเองไม่มีเรื่องอะไรที่ต้องการถามอดีตเจ้าหน้าที่ของอควาเรียมเสียอย่างนั้น ซึ่งถ้าหากจะมีจริง ๆ มันก็คงเป็นวิธีการเข้าหาสัตว์น้ำที่แสนอันตรายพวกนี้อย่างจริง ๆ จัง ๆ เป็นครั้งแรกแหละมั้ง
“มันจะเป็นการรบกวนเขาไหมนะ”
หลังจากที่แคลร์เริ่มร่างข้อความที่ต้องการถามอดีตเจ้าหน้าที่ในศูนย์ลงในกระดาษเรียบร้อยแล้ว เขาก็พึมพำกับตัวเองไปด้วย เมื่อเขากลัวเหลือเกินว่านี่จะเป็นการรบกวนเยลมากเกินไป เนื่องจากเขากับอีกฝ่ายไม่ใช่เพื่อนร่วมงานที่สนิทสนมกัน พวกเขาไม่เคยคุยกันด้วยซ้ำ อีกทั้งตอนนี้เยลก็ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของอควาเรียมแล้วด้วย แคลร์จึงกลัวว่ามันจะรบกวนอีกฝ่ายมากเกินไป
“งั้นค่อยคิดอีกทีก็แล้วกัน” เพราะแคลร์ต้องการเวลาเพิ่มอีกนิด ประกอบกับตอนนี้เขาก็เริ่มง่วงแล้ว นั่นจึงทำให้เขาตัดสินใจว่าจะคิดเรื่องนี้อีกทีในวันถัดไป
