บทที่ 9 บท 6.1

6

“แค่ฉันเรียกแกเพียงแค่ครั้งเดียว แกก็รู้แล้วเหรอว่าฉันเรียกแก… พวกแกนี่ฉลาดแปลก ๆ แฮะ” หลังจากที่เซอร์เรียสว่ายทวนกระแสน้ำตรงดิ่งเข้ามาหาแคลร์ และมาอ้าปากเพื่อขอปลาจากเขาแล้ว แคลร์ที่เพิ่งจะเคยสัมผัสความฉลาดของเจ้าพวกนี้เป็นครั้งแรกก็อดไม่ได้ที่จะพูดออกมาแบบนั้นด้วยความตกตลึง

เอี๊ยดดดด~ แต่ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้คิดอะไรนาน ทันใดนั้นเสียงร้องของโลมาขนาดใหญ่อีกตัวที่ยังอยู่อีกฝั่งหนึ่งก็ดังขึ้นเสียก่อน นั่นจึงทำให้แคลร์ต้องดึงสติของตัวเองกลับมาพร้อมเลื่อนสายตามองไปยังมาร์คัสที่ยังคงว่ายวนอยู่ในสระ ซึ่งตัวมันเองก็คอยโผล่หัวขึ้นมาสบตากับเขาอยู่เป็นระยะไปด้วย

นี่มาร์คัสคงกำลังส่งเสียงเตือนให้เขาต้องเรียกมันด้วยสินะ นั่นคือสิ่งที่แคลร์ เมอร์ตันคิดในใจ ก่อนที่นาทีต่อมาเขาจะลองเรียกชื่อเจ้ามาร์คัสดู เผื่อว่ามันต้องการสิ่งนี้จริง ๆ

“ม—มาร์คัส” สิ้นเสียงเรียกของแคลร์ โลมาตัวใหญ่ที่ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นวาฬอยู่เรื่อยก็ไม่รอช้า มันรีบว่ายทวนกระแสน้ำตรงดิ่งมาอยู่ข้าง ๆ เซอร์เรียสแล้วอ้าปากรออาหารจากเขาเช่นกัน

ซึ่งพอแคลร์เห็นเช่นนั้น แทนที่เขาจะเอาแต่โอ้เอ้พูดจาฝากเนื้อฝากตัวและตีซี้กับเซอร์เรียสเหมือนอย่างที่คิดเอาไว้ เขาก็รีบใช้ที่ตักขนาดใหญ่ตักปลาแช่แข็งใส่ปากของพวกมันแทน เหตุเพราะเขากลัวว่าพวกมันจะโมโหหิวแล้วเขมือบเขาแทน

“พวกแกกินให้อิ่ม ๆ ไปเลยนะ” ระหว่างที่แคลร์กำลังง่วนอยู่กับการตักปลาใส่ปากของพวกมันอย่างขะมักเขม้นอยู่นั้น เขาก็คอยพูดกับพวกมันไปด้วย เมื่อแคลร์คิดว่าหากเจ้าพวกนี้ได้กินอาหารจนท้องอิ่ม พวกมันก็คงจะอารมณ์ดีตลอดทั้งวัน

เขาคิดอย่างนั้น ทั้งที่เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกมันจะเป็นเช่นนั้นจริง ๆ หรือไม่

“หมดแล้ว” พอเขาจัดการตักปลาครั้งสุดท้ายใส่ปากของมาร์คัสเรียบร้อยแล้ว เขาก็บอกกับพวกมันเช่นนั้น เพื่อให้พวกมันหยุดอ้าปากรอกันเสียที

โดยหลังจากที่แคลร์พูดออกไปแบบนั้น เซอร์เรียสที่เคยอ้าปากกว้างรออาหารรอบถัดไปก็รีบปิดปากของตัวเองลงโดยพลัน มันจ้องมองเขาด้วยสายตางุนงงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่วินาทีต่อมาเสียงหัวเราะของแคลร์จะดังขึ้นเบา ๆ หลังท่าทีของเจ้าเซอร์เรียสมันดูตลกจนเขาอดไม่ได้ที่จะหลุดเสียงหัวเราะออกมา

“เดี๋ยวค่อยกินรอบถัดไปนะ” แคลร์บอกมัน เมื่อเขาไม่ได้ให้อาหารพวกมันหมดภายในครั้งเดียว แต่เขาจะทยอยแบ่งให้เป็นรอบ ๆ ตามความเหมาะสมต่างหาก

“น่ารักจัง” เพราะทั้งสองไม่ได้ทำตัวคุกคามเหมือนอย่างเมื่อวานนี้ แคลร์จึงกล่าวชมพวกมันตามความรู้สึกของเขาพร้อมยื่นมือออกไปหา ตั้งใจจะไปลูบหัวเซอร์เรียสเพื่อมอบความเอ็นดูให้แก่มันเหมือนอย่างที่เขาเคยทำกับเหล่าเพนกวิน ทว่าในวินาทีที่เขายื่นมือออกไปและคิดจะทำแบบนั้น เจ้าเซอร์เรียสก็กลับมาอ้าปากกว้างใส่กันเสียก่อน นั่นจึงทำให้แคลร์ต้องรีบชักมือของตัวเองกลับโดยพลัน

เขาจ้องมองเจ้าวาฬเพชฌฆาตด้วยสายตาแปลก ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่แคลร์จะพับความตั้งใจนั้นลงใส่กระเป๋าแล้วรีบเข็นรถกระบะที่ใช้ขนย้ายอาหารโดยเฉพาะกลับไปยังจุดที่มันควรจะอยู่

เนื่องจากจุดประสงค์ของการก่อตั้งอควาเรียมขนาดใหญ่แห่งนี้ คือการทำให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็นแหล่งให้ความรู้ทางทะเลที่ดีที่สุดของประเทศ นั่นจึงทำให้มันมีเม็ดเงินจากทั้งนักลงทุน ตัวของศาสตราจารย์หลุยส์ และรัฐบาลเข้ามาลงทุนร่วมกันอย่างมหาศาล แถมยังมีการดึงตัวคนเก่ง ๆ จากทั่วโลกมากมายมาเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่อีกด้วย

ซึ่งเดิมทีอควาเรียมแห่งนี้ก็มีแค่การจำหน่ายบัตรให้เข้าชมเพียงอย่างเดียวเท่านั้น พวกเขาไม่มีการทำโชว์พิเศษสำหรับสัตว์น้ำของที่นี่ด้วยซ้ำ

แต่เพราะมันมีกระแสเรียกร้องจากนักท่องเที่ยว ประกอบกับทางโรงเรียนก็มักจะเลือกสถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งทัศนศึกษาเสมอ นั่นจึงทำให้ภายหลังเพื่อให้เด็ก ๆ รวมไปถึงนักท่องเที่ยวมีความสนใจในสัตว์ทะเลมากขึ้น ทางอควาเรียมจึงจำเป็นต้องมีการจัดโชว์บ้างตามโอกาส โดยโชว์ส่วนใหญ่ของที่นี่มันก็จะเป็นการโชว์ให้อาหารพวกมันมากกว่าจะเป็นโชว์ความสามารถพิเศษที่ถูกปรุงแต่งขึ้นมาโดยมนุษย์

เวลาต่อมาหลังจากที่แคลร์นำอุปกรณ์ให้อาหารไปเก็บตามจุดต่าง ๆ อย่างที่ควรจะเป็นเรียบร้อยแล้ว เขาก็กลายเป็นบุคคลว่างงานโดยสมบูรณ์แบบ แต่แน่นอน… แคลร์คงไม่สามารถปล่อยให้ตัวเองว่างตลอดทั้งวันได้ เขาจะต้องหาหน้าที่อื่นทำระหว่างที่รอให้ถึงช่วงเวลาให้อาหารเจ้ามาร์คัสและเซอร์เรียสอีกครั้ง

ซึ่งในระหว่างที่แคลร์กำลังคิดว่าตนเองจะทำอะไรต่อนั้น เขาที่กำลังเดินเข้าไปหาหัวหน้างานที่ห้องทำงานของอีกฝ่ายก็ต้องหันหน้าไปอีกทางหนึ่งเสียก่อน เมื่อเขาได้ยินเสียงอดีตลูกสมุนของเขาดังแว่วเข้าหูมาแต่ไกล

“คุณกำลังจะพาพวกมันไปเดินเล่นเหรอครับ” เพราะเขาเห็นว่าตอนนี้มันได้เวลาที่เจ้านกอ้วนทั้งหลายจะไปเดินเล่นรับแสงแดดและสายลมข้างนอกห้องเย็นกันแล้ว แคลร์ที่อยากจะมีส่วนร่วมพาพวกมันไปเดินเล่นให้เจอกับผู้คนเหมือนอย่างเคย จึงตัดสินใจเดินเข้าไปสอบถามเพื่อนร่วมงานของเขาที่ตอนนี้อีกฝ่ายได้ถูกย้ายให้มาช่วยดูแลเจ้าเพนกวินแทนกันแล้ว

“อ๋อใช่” อีกฝ่ายที่กำลังง่วนอยู่กับการไล่ต้อนเจ้านกเพนกวินให้รีบเดินอุ้ยอ้ายออกมาจากห้องหันหน้ามาให้คำตอบกัน จากนั้นเจ้าตัวก็จ้องหน้าแคลร์เล็กน้อย คล้ายกับอีกฝ่ายรู้ว่าแคลร์ต้องการอะไร

“นายอยากพาเจ้านกพวกนี้ไปเดินเล่นเหรอ” อีกฝ่ายถามกัน

“อ๋อ ไม่ครับ ถ้าเกิดว่านั่นมันเป็นการก้าวก่ายหน้าที่ของคุณ…” ยังไม่ทันที่แคลร์จะได้พูดให้จบประโยคดีด้วยซ้ำ อีกฝ่ายก็พูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน

“ไม่เลย” เจ้าตัวพูดพร้อมอธิบายเพิ่มเติม “พอดีตอนนี้ตำแหน่งงานของฉันยังไม่ลงตัวน่ะ นอกจากฉันจะต้องมาดูแลเจ้านกพวกนี้แทนนายแล้ว ฉันก็ต้องทำหน้าที่เดิมของฉันควบไปด้วย”

“…”

“เพราะงั้นมันจะดีอย่างยิ่งถ้าเกิดนายมีเวลาว่างมากพอที่จะพาเจ้าพวกนี้ไปเดินเล่น”

“ตอนนี้ผมว่างครับ!” เพียงแค่ได้ยินแบบนั้น แคลร์ก็รีบให้คำตอบอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น เมื่อเขาอยากกลับมาทำหน้าที่นี้อีกครั้ง เนื่องจากเขาชอบเวลาที่เจ้านกอ้วนที่บินไม่ได้เดินตามเขาต้อย ๆ เหมือนอย่างลูกเป็ดเป็นอย่างมาก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป