บทที่ 10 บท 3.2

“ครับ เข้าใจแล้วครับ” ภัทรขานรับอย่างว่าง่าย หลังจากนั้นความเงียบก็เข้าปกคลุมเราอีกครั้ง ตึกนี้มีทั้งหมดสิบหกชั้นตอนนี้เพิ่งมาถึงชั้นที่แปด เหลืออีกตั้งครึ่งหนึ่งกว่าจะถึงชั้นล่าง

“เมื่อคืน....คุณหลับสบายดีไหมครับ” ก่อนที่ลิฟต์จะนำพาเราทั้งคู่ไปถึงชั้นล่างด้วยกัน คุณภาสกรก็เอ่ยปากถามภัทรอีกครั้ง

“ครับ หลับสบายดี”

“แล้วคุณได้บอก.....”

“ไม่ครับ ผมไม่ได้เล่าให้ใครฟัง” ไม่ต้องรอให้คุณภาสกรพูดจบประโยคดี ภัทรสามารถตอบได้ทันที....มันเป็นเรื่องธรรมดา คนระดับนี้ต้องเป็นห่วงภาพลักษณ์ตัวเองอยู่แล้ว

“ผมไม่ได้ห่วงภาพลักษณ์ตัวเองหรอกนะครับ แต่ผมเป็นห่วงความปลอดภัยคุณ” คุณเขาว่า บอกจุดประสงค์ของตัวเองให้พนักงานตัวเล็กได้รับรู้

“ผมเข้าใจครับ” ภัทรตอบเสียงแผ่ว ในบริษัทมีคนหลายร้อยพ่อพันแม่ที่ต้องทำงานด้วยกัน ต้องมีทั้งคนดีและคนไม่ดีปะปนกันไป และรวมไปถึงคนขี้อิจฉากลัวคนอื่นได้ดีกว่า มันไม่ใช่เรื่องดี หากจะแสดงออกว่าสนิทสนมกับผู้บริหารเป็นการส่วนตัว

จังหวะที่ประตูลิฟต์ถูกเปิดออก ภัทรแทบจะพุ่งออกจากลิฟต์ในทันที แต่คุณภาสกรก็ไม่ปล่อยให้เขากลับบ้านง่าย ๆ อีกนั่นแหละ

“เดี๋ยวสิ ภัทร!” คุณเขาตะโกนเรียกชื่อภัทรเสียงดัง นั่นทำให้เจ้าของชื่อต้องหยุดเดินครู่หนึ่ง

“......”

“วันนี้ให้ผมไปส่งคุณอีกนะครับ”

เพราะคำขอของคุณภาสกรถึงทำให้ภัทรได้มานั่งข้างคนขับเช่นนี้ เหมือนเหตุการณ์ฉายวนอีกครั้ง แต่บรรยากาศกลับแตกต่างจากครั้งแรก ความอึดอัดระหว่างเราที่เคยก่อตัวขึ้นอยู่บ่อยครั้งวันนี้กลับไม่มี แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ไม่ได้ชวนกันพูดคุย ต่างฝ่ายต่างเงียบ คุณภาสกรทำหน้าที่เป็นสารถีขับรถไปอย่างเงียบ ๆ ส่วนภัทรก็มองข้างทางไปเรื่อย

“นี่ก็ค่ำแล้ว คุณกินข้าวเย็นหรือยังครับ” หลังพ้นช่วงรถติดมาได้ คุณภาสกรก็เอ่ยถามภัทรพร้อมกับชำเลืองมองกระจกข้าง ๆ ไปด้วย

“ยังเลยครับ” ภัทรว่า อยากจะตอบต่อว่าอีกฝ่ายก็เพิ่งเห็นนี่ว่าภัทรเพิ่งเลิกงานเมื่อกี้เอง จะเอาเวลาที่ไหนกินข้าว แต่สุดท้ายธนภัทรก็เลือกที่จะเงียบและตอบไปแค่นั้น

“งั้นเราแวะทานของอร่อย ๆ กินก่อนที่จะไปส่งคุณดีกว่า ผมก็เริ่มหิวแล้วเหมือนกัน”

“ครับ?” คราวนี้ภัทรหันไปมองหน้าคุณเขาด้วยความงุนงง

“ผมรู้จักร้านอาหารอยู่ร้านหนึ่ง ย่านวงเวียนใหญ่ เป็นร้านอาหารโปรดของครอบครัวผม อร่อย ราคาไม่แพงด้วยอยากให้คุณลอง”

แทนที่คุณภาสกรจะขยายความหรือพูดอะไรให้เป็นกิจจะลักษณะ แต่กลับตีมึนแล้วเล่าเรื่องร้านอาหารแทน เท่านั้นยังไม่พอ นอกจากคุณเขาจะไม่ถามความสมัครใจของภัทรเลยสักนิด ยังเปลี่ยนเลนรถอย่างถือวิสาสะอีกต่างหาก แทนที่จะมุ่งหน้าไปยังทางกลับบ้านภัทร กลับพาขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำ มุ่งตรงไปย่านวงเวียนใหญ่อย่างที่คุณเขาว่าแทน

“นี่เราจะไปกินข้าวกันเหรอครับ?”

“ใช่ครับ ผมกำลังพาคุณภัทรไปทานข้าว” คุณภาสกรตอบเสียงซื่อ

ในเวลาเพียงไม่นานเราก็เดินทางมาถึงวงเวียนใหญ่จนได้ แม้คุณภาสกรจะพูดเองเออเองสำหรับเรื่องการแวะกินข้าวครั้งนี้ แต่ภัทรไม่ได้แสดงท่าทีหงุดหงิดออกมาแต่อย่างใด เพราะเขารู้ว่าการแสดงออกเช่นนั้นไม่ใช่เรื่องที่น่ารัก อีกทั้งนี่คือความต้องการของคุณเขา ใครจะกล้าขัดคำสั่ง

เพราะนอกจากชื่อและตำแหน่งในบริษัท เราก็ไม่รู้จักเรื่องส่วนตัวของกันเลย ทำให้ภัทรอดทึ่งไม่ได้ที่คุณภาสกรพาแวะกินร้านข้างทางแทนที่จะเดินเข้าร้านหรูอย่างที่คิดไว้

ภัทรไม่ได้รังเกียจอาหารข้างทางที่จอดขายตามริมริมฟุตบาธ มันเป็นร้านธรรมดาระดับชนชั้นอย่างเขา แต่ที่ภัทรอึ้งก็เพราะไม่คิดว่าระดับคุณภาสกรกินร้านตามริมฟุตบาธเช่นนี้ ใคร ๆ เขาก็รู้ว่าคุณเขามีเงินเป็นพันล้าน จะกินร้านหรูแค่ไหนก็ย่อมได้

“ร้านนี้แหละครับ อาหารอร่อยมาก คุณภัทรนั่งก่อนสิ....เดี๋ยวผมเดินไปสั่งเมนูแป๊บหนึ่ง” คุณภาสกรว่าพร้อมกับพยักพเยิดให้ภัทรนั่งเก้าอี้เฝ้าโต๊ะที่ว่าง ๆ ไว้ก่อน แล้วคุณเขาก็เดินไปสั่งเมนูกับแม่ค้าที่กำลังปรุงอาหารอยู่หน้าเตาอย่างชำนาญการ

“ไม่ยักจะรู้นะครับว่าคุณภาสกรจะกินร้านข้างทางด้วย” หลังจากที่คุณเขากลับมานั่งที่โต๊ะ ระหว่างรอให้อาหารมาเสิร์ฟ ภัทรก็ชวนคุณเขาคุย

“ทำไมล่ะครับ”

“ก็คุณรวย.....ระดับคุณกินร้านภัตตาคารหรู ๆ ได้สบาย ๆ” ธนภัทรว่าอย่างซื่อตรง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป